News Logo
หน้าแรก
บทเรียนข้าราชการไทย (17) ย้ายหน่วยงานได้ แต่ความผิดในอดีตยังติดตามมา

บทเรียนข้าราชการไทย (17) ย้ายหน่วยงานได้ แต่ความผิดในอดีตยังติดตามมา

1 ส.ค. 2569 10:08
ผู้ชม 85 คน

"...ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า การลงโทษไล่ออกจากราชการเป็นโทษที่รุนแรงเกินไป ไม่เหมาะสมกับพฤติการณ์ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ที่ลงโทษไล่นางสาว ป. ออกจากราชการ รวมทั้งเพิกถอนมติ ก.ค.ศ. ที่ยกอุทธรณ์ของนางสาว ป. และให้ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์พิจารณาดำเนินการใหม่ โดยกำหนดโทษให้เหมาะสมกับการกระทำ..."

ผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เท่ากับทุจริตต่อหน้าที่

การเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่เพียงการทำงานให้ผ่านไปในแต่ละวัน แต่ทุกการตัดสินใจ ทุกการลงชื่อ และทุกการใช้อำนาจในหน้าที่ ล้วนมีผลผูกพันต่อความรับผิดชอบในภายหลัง

แม้ข้าราชการจะย้ายตำแหน่ง ย้ายหน่วยงาน หรือโอนข้ามกระทรวงไปแล้ว การกระทำที่เกิดขึ้นในขณะดำรงตำแหน่งเดิมก็ยังสามารถถูกตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยได้

คดีนี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของข้าราชการไทยว่า

“ย้ายที่ทำงานได้ แต่ไม่สามารถย้ายหนีความรับผิดชอบจากสิ่งที่เคยกระทำไว้ได้”

จุดเริ่มต้นของคดี

เดิมนางสาว ป. เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา 5 สังกัดเทศบาลตำบลบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์

ต่อมาได้โอนย้ายมาเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครู โรงเรียนบ้านม่วงโนนสูง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1

ในช่วงที่ยังปฏิบัติงานอยู่ที่เทศบาลตำบลบ้านด่าน นางสาว ป. ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านด่าน

หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง คือ ตรวจสอบว่างานที่ผู้รับจ้างส่งมอบนั้น ถูกต้องครบถ้วน เป็นไปตามแบบก่อสร้าง รายละเอียด และสัญญาจ้างหรือไม่

แต่ภายหลังโครงการก่อสร้างเสร็จ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง เนื่องจากช่างผู้ควบคุมงานได้ทำบันทึกแจ้งว่า ควรชะลอการดำเนินโครงการไว้ก่อน จนกว่าจะมีการแก้ไขจุดที่ไม่ถูกต้อง

โดยประเด็นสำคัญคือ ท่อระบายน้ำที่ใช้ เป็นท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) ตามแบบสัญญาหรือไม่

นางสาว ป. ได้ลงชื่อรับทราบในบันทึกดังกล่าวแล้ว

ต่อมามีประชาชนร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า โครงการดังกล่าวก่อสร้างไม่ตรงตามแบบและสัญญา

ผลการตรวจสอบพบว่า ผู้รับจ้างใช้ท่อระบายน้ำคอนกรีตที่ไม่มีเหล็กเสริมแทนท่อคอนกรีตเสริมเหล็กตามที่กำหนด

จากการตรวจสอบพื้นที่ 5 จุด พบว่า 4 จุดเป็นท่อคอนกรีตไม่มีเหล็กเสริม และมีเพียง 1 จุดที่เป็นท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก

ความเสียหายของราชการคิดเป็นเงิน 49,810 บาท จากส่วนต่างราคาท่อประมาณท่อละ 85 บาท จำนวน 586 ท่อน

ศาลปกครองชั้นต้น : เห็นว่าการลงโทษไล่ออกจากราชการชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่า คณะกรรมการตรวจการจ้างมีหน้าที่ต้องตรวจสอบงานให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงดูจากรูปลักษณะภายนอก วัดขนาด และนับจำนวนท่อเท่านั้น

การที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเชื่อตามคำรับรองของผู้รับจ้าง โดยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีการแก้ไขงานตามข้อทักท้วงของช่างผู้ควบคุมงานหรือไม่ ถือเป็นการตรวจรับงานที่ผิดจากหน้าที่ตามปกติ

ศาลเห็นว่า การกระทำดังกล่าวทำให้เทศบาลได้รับงานที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และผู้รับจ้างได้รับประโยชน์จากการได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน ทั้งที่วัสดุที่ใช้มีคุณภาพต่ำกว่าที่กำหนด

แม้นางสาว ป. จะไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง แต่การร่วมตรวจรับงานที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นการทำให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่ไม่ควรได้รับ

ศาลปกครองชั้นต้นจึงเห็นว่า เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และการลงโทษไล่ออกจากราชการชอบด้วยกฎหมาย

พิพากษา ยกฟ้อง

ในชั้นนี้ นางสาว ป. เป็นฝ่ายแพ้คดี

แต่ศาลปกครองสูงสุดเห็นต่าง

เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลปกครองสูงสุด ศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงบางส่วนเป็นจริง

คือ นางสาว ป. ในฐานะกรรมการตรวจการจ้าง มีหน้าที่ต้องตรวจสอบงานให้ถูกต้อง และการตรวจรับงานครั้งนั้นมีข้อบกพร่อง

แต่ศาลสูงสุดพิจารณาในประเด็นสำคัญว่า

ความผิดดังกล่าวถึงขั้นเป็น “การทุจริตต่อหน้าที่ราชการ” หรือไม่

จุดพลิกของคดี : ความบกพร่องของหน่วยงาน

ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า นางสาว ป. เป็นนักวิชาการศึกษา ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง

การแต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีความรู้ความชำนาญด้านช่างมากเพียงพอมาเป็นกรรมการตรวจการจ้าง จึงเป็นข้อบกพร่องของหน่วยงานผู้แต่งตั้ง

นอกจากนี้ หลังจากช่างผู้ควบคุมงานเดิมย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่น หน่วยงานก็ไม่ได้แต่งตั้งผู้ควบคุมงานหรือผู้แทนขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ทำให้ในช่วงเวลาที่มีการตรวจรับงาน คณะกรรมการตรวจการจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีผู้มีความรู้ด้านช่างคอยกำกับดูแล

ศาลเห็นว่า ปัจจัยดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความผิดพลาด

ประเด็นสำคัญที่สุด : ผิดพลาด ไม่เท่ากับ ทุจริต

ศาลปกครองสูงสุดวางหลักสำคัญว่า การจะลงโทษข้าราชการฐาน “ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ” ซึ่งเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต้องมีข้อเท็จจริงชัดเจนว่า ผู้กระทำมีเจตนาทุจริต หรือมุ่งหมายให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่ไม่ควรได้รับ

คดีนี้ แม้ศาลจะเห็นว่านางสาว ป. ปฏิบัติหน้าที่ไม่รอบคอบ แต่ไม่พบหลักฐานว่า นางสาว ป. ได้รับประโยชน์จากการกระทำ

มีเจตนาช่วยเหลือผู้รับจ้างมุ่งหมายให้ผู้รับจ้างได้รับประโยชน์โดยมิชอบ

ดังนั้น จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

กล่าวง่าย ๆ คือ

ทำงานผิดพลาด = อาจมีความผิด

แต่ทำงานผิดพลาด ≠ ทุจริต

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา

ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า การลงโทษไล่ออกจากราชการเป็นโทษที่รุนแรงเกินไป ไม่เหมาะสมกับพฤติการณ์

จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น

ให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ที่ลงโทษไล่นางสาว ป. ออกจากราชการ

รวมทั้งเพิกถอนมติ ก.ค.ศ. ที่ยกอุทธรณ์ของนางสาว ป.

และให้ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์พิจารณาดำเนินการใหม่ โดยกำหนดโทษให้เหมาะสมกับการกระทำ

บทเรียนสำหรับข้าราชการทุกคน

คดีนี้ไม่ได้หมายความว่า การตรวจรับงานโดยไม่รอบคอบเป็นเรื่องถูกต้อง

ข้าราชการทุกคนยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ซื่อสัตย์ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

แต่ในขณะเดียวกัน การลงโทษทางวินัยต้องพิจารณาอย่างเป็นธรรม ต้องแยกให้ออกระหว่าง

“ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่”

กับ

“การทุจริตต่อหน้าที่ราชการ”

เพราะความผิดสองอย่างนี้มีระดับความร้ายแรงแตกต่างกัน

สุดท้าย คดีนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า ข้าราชการต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ แต่การลงโทษต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เจตนา และความเหมาะสมของโทษ

ผิดต้องรับผิด แต่ความยุติธรรมต้องไม่ลงโทษเกินกว่าความผิด

เรื่องโดย...ข้าราชการผลัดถิ่น

อ่านเรื่องก่อนหน้านี้

@ บทเรียนข้าราชการไทย : แค่เซ็น 'ทราบ' ก็โดนไล่ออก-ติดคุกได้

@ บทเรียนข้าราชการไทย (2) 'นายสั่งให้ทำ' / เราต้องทำอย่างไรไม่ให้ติดคุก

@ บทเรียนขรก.ไทย (3) หนทางรอดคุก 'ลูกน้อง' โต้แย้งคำสั่งนายได้จริงหรือ?

@ บทเรียนขรก.ไทย (4) ถูกชี้มูลทุจริต ต้องโดนไล่ออกสถานเดียวจริงหรือ?

@ บทเรียน ขรก.ไทย (5) เกิดปัญหา จนท.รับผิดก่อนเสมอ ยุติธรรมแล้วหรือ?

@บทเรียนข้าราชการไทย(6)ระวัง!! รอดอาญาแต่วินัยไม่รอด โดนไล่ออกราชการได้

@ บทเรียนขรก.ไทย (7) ขยันมาก! ใช้รถหลวงขนงานไปทำที่บ้าน สุดท้ายโดนไล่ออก

@ บทเรียนข้าราชการไทย(8) คนทำงานพลาด กับ คน(ร่วม)ทุจริต ต่างกันอย่างไร?

@ บทเรียนขรก.ไทย (9) ปล่อยปละลูกน้องทุจริต หัวหน้าต้องชดใช้ด้วย

@ บทเรียนข้าราชการไทย (10) หนทางรอดคุก/ไล่ออกราชการ ของ จนท.การเงิน

@ บทเรียน ขรก. ไทย (11) เชื่อผู้บังคับบัญชา เซ็นตามคำสั่ง ทำลายอนาคตได้

@ บทเรียนขรก.ไทย (12) ตัวอย่างโกงสอบเข้า ตร. แค่ร่วมวง ก็หมดอนาคตด้วย

@ บทเรียนข้าราชการไทย (13) กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ โดนโทษวินัยได้หรือไม่?

@ บทเรียนข้าราชการไทย (14) กรณีศึกษาโกงสอบท้องถิ่นสารคาม ผลคะแนนปลอม

@ บทเรียน ขรก.ไทย (15) ขาดงาน 18 วัน อ้างป่วย-ทำภารกิจ สุดท้ายถูกปลดออก

@ บทเรียน ขรก.ไทย (16) ก่อสร้างไม่ตรงแบบ แต่ชาวบ้านต้องการ ไล่ออกได้ไหม?

แท็กที่เกี่ยวข้อง
บทเรียนข้าราชการไทย
ทุจริตต่อหน้าที่



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสว.แจ้งศิลปากรยกอุทธรณ์ 2 โครงการ 994 ล. - ถ้าไม่พอใจให้ฟ้องศาลปกครอง
สสว.แจ้งศิลปากรยกอุทธรณ์ 2 โครงการ 994 ล. - ถ้าไม่พอใจให้ฟ้องศาลปกครอง