ผู้เข้าสอบตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักช่าง เปิดพิรุธการจัดสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564 สถิติข้อสอบเทชุด B และการคำนวณอายุราชการเป็นเท็จ พร้อมตั้งข้อสังเกตการเลือกปฏิบัติประมวลผลใหม่ อ้างคดีค้างศาลปกครองมาตั้งแต่ปี 2565 แต่เริ่มมีความหวังหลัง ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 หนึ่งในผู้เข้าสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก (นักบริหารงานช่าง ระดับสูง) ประจำปี 2564 ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า พบข้อพิรุธในกระบวนการจัดสอบสายงานผู้บริหารหลายประการ โดยระบุว่าหลังการประกาศผลสอบ ตนเองจึงยื่นเรื่องขอเข้าตรวจดูชุดข้อสอบและกระดาษคำตอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทว่ากลับพบว่ากระดาษคำตอบและข้อสอบดังกล่าวไม่ใช่ชุดที่ตนลงมือทำจริง ส่งผลให้ตัดสินใจยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในปี 2565 เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
โดยผู้เข้าสอบได้ระบุว่า นอกเหนือจากกระดาษคำถามคำตอบที่ไม่ใช่ชุดที่มือลงทำแล้ว เมื่อนำข้อมูลการเรียกรายงานตัวมาวิเคราะห์พบว่า ‘ข้อสอบชุด A’ มีสัดส่วนได้รับการแต่งตั้งสูงถึงร้อยละ 34.8 ขณะที่ผู้ได้ ‘ข้อสอบชุด B’ ได้รับแต่งตั้งถึงร้อยละ 52.2 ขณะที่ 'ข้อสอบชุด C' (ชุดข้อสอบที่ผู้เข้าสอบได้) มีสัดส่วนได้รับการแต่งตั้งเพียงร้อยละ 13 เท่านั้น ซึ่งถือว่าผิดปกติในเชิงสถิติอย่างมาก ทั้งที่ฝ่ายจัดสอบอ้างว่าใช้ระบบสุ่มรหัสเลขประจำตัวสอบซึ่งเกิดเหตุการณ์คะแนนจะสูงไปในชุดข้อสอบใดเป็นพิเศษ แทนที่จะรันหมายเลขประจำตัวผู้สอบตามวันเวลาที่ชำระเงินกับธนาคารเพื่อให้ไม่สามารถเลือกว่าใครได้ข้อสอบชุด A, B หรือ C
ผู้เข้าสอบชี้ให้เห็นอีกว่า แม้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเคยยอมรับความผิดพลาดเรื่องโปรแกรมพิมพ์ข้อสอบ ‘ชุดกบกระโดด’ ที่มีการตรวจข้อสอบผิดพลาด จนต้องสั่งประมวลผลคะแนนใหม่ในกลุ่มสอบคัดเลือกไปแล้ว แต่กลับเลือกปฏิบัติที่จะไม่ตรวจสอบในกลุ่มที่ใช้วิธีคัดเลือกซึ่งเป็นตำแหน่งที่แหล่งข่าวสอบ ทั้งที่มีปัญหาความคลาดเคลื่อนในลักษณะเดียวกัน
นอกจากประเด็นเรื่องชุดข้อสอบแล้ว ยังมีประเด็นคลาดเคลื่อนในการคำนวณคะแนนภาคความเหมาะสม โดยเฉพาะคะแนนอายุราชการที่พบความผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากมีการคำนวณอายุราชการของผู้สมัครบางรายสูงถึงเดิมระบุ 101 ปีกว่าๆ แต่เมื่อตรวจสอบใหม่ระบุอายุราชการสูงสุดคือ 554 เดือน หรือคิดเป็น 46 ปี 2 เดือน ซึ่งเป็นไปไม่ได้น่าจะเป็นไปได้เพราะผู้สมัครจะต้องเริ่มรับราชการตั้งแต่อายุประมาณ 13 ปีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จที่ตามประกาศสอบฯ มาใช้ในการประมวลผลและจัดลำดับบัญชี อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าสอบอ้างว่าปัจจุบันคดีดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด แต่ไม่ได้มีความคืบหน้าใดๆ นับตั้งแต่ปี 2565
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีกล่าวหาคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กับพวก ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่งผลให้ผู้เข้าสอบรู้สึกมีความหวังกับเรื่องนี้อีกครั้ง
“ถ้าถามว่าส่งผลกระทบกับชีวิตอะไรไหม ก็คงไม่ มันกระทบกับความรู้สึกมากกว่า มันเสียความตั้งใจ เราดูไปแล้วว่าข้อสอบไม่ใช่ของเรา แต่ทำอะไรไม่ได้ และในการสอบเรามั่นใจว่าทำได้แน่นอน” ผู้เข้าสอบกล่าว
นอกจากนี้ ผู้เข้าสอบยังระบุอีกว่า แม้การสอบครั้งนั้นตนเองจะสอบผ่าน แต่กลับเรียกรายงานตัวไม่ถึงลำดับของตน ต่อมาในปี 2567 จึงตัดสินใจลงสอบในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง ซึ่งเป็นการจัดสอบโดยส่วนกลาง ณ สนามสอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสามารถสอบได้อันดับต้นๆ ของบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือก




