News Logo
หน้าแรก
ปปป.เร่งแกะเส้นเงิน 'นายกเฮง-นวพร' โยงโกงสอบท้องถิ่น-3 บิ๊ก สถ.เอี่ยว

ปปป.เร่งแกะเส้นเงิน 'นายกเฮง-นวพร' โยงโกงสอบท้องถิ่น-3 บิ๊ก สถ.เอี่ยว

28 ส.ค. 2569 13:59
ผู้ชม 14 คน

บก.ปปป. เดินหน้าขยายผลเครือข่าย ‘นายกเฮง’ ลุยแกะรอยเส้นเงิน โยงอธิบดี สถ. 3 ราย แม้เจ้าตัวยังปฏิเสธ “บิ๊กเต่า” มั่นใจสาวถึงตัวการใหญ่ ชี้มีผู้เสียหายกว่าร้อยราย

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าคดีทุจริตเรียกรับเงินสินบนวิ่งเส้นสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังมีการจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย และ นางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยผู้ต้องหาทั้งสองรายยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในความผิดฐานเป็นคนกลางเรียกรับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามทุจริต มาตรา 175 ก่อนใช้เงินสดคนละ 200,000 บาท เพื่อขอประกันตัวในชั้นสอบสวน

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ กล่าวว่า ในเบื้องต้น นายประวิทย์ ยังให้การภาคเสธ แต่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งข้อมูลบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายผู้ต้องหามาให้การเพิ่มเติมและนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 กันยายนนี้ ตำรวจเดินหน้าขยายผลเครือข่าย “นายกเฮง” ขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น “บิ๊กเต่า” มั่นใจเอาผิดไปถึงผู้บริหารระดับสูงได้เพิ่มเติมแน่นอน

แนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์ในการเดินสายหาผู้สอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยเรียกรับเงินเป็นค่าตอบแทน ซึ่งนางนวพร ถือเป็นตัวกลางสำคัญในการหาคน แต่กลับหาคนมาสอบเกินโควตาที่กำหนดไว้ ทำให้มีผู้สมัครสอบไม่ผ่านกว่า 40 ราย ที่สำคัญคือแม้บางรายจะจ่ายเงินสินบนเพื่อแก้ไขคำตอบในกระดาษข้อสอบแล้ว ก็ยังไม่มีชื่อสอบติดเนื่องจากมีการตัดโควตาตำแหน่งลง เมื่อเกิดปัญหาและผู้สมัครสอบไม่ได้รับการบรรจุตามตกลง กลุ่มนายหน้ากลับปฏิเสธที่จะคืนเงิน โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างวิ่งเต้นจัดหาตำแหน่งว่างในพื้นที่อื่นทดแทน บางรายที่ขอลงบรรจุในพื้นที่ภาคเหนือ กลับถูกเจรจาให้ย้ายไปรับตำแหน่งในพื้นที่ภาคใต้แทน ซึ่งผู้เสียหายจำใจต้องยินยอมเพราะเกรงว่าจะสูญเงินฟรี

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ เสริมว่า สำหรับแนวทางการสอบสวนพบว่ารูปแบบขบวนการนี้มีการทำงานที่เป็นระบบ มีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน มีพฤติการณ์เปิดรับโควตาผู้ที่อยากรับราชการส่งขึ้นไปเป็นเส้นสาย ซึ่งพบว่ามีลักษณะเช่นนี้กระจายอยู่หลายจังหวัด สำหรับกรณีที่ให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีที่จังหวัดศรีสะเกษมีผู้เสียหายมาร้องเรียนเบื้องต้นเพียง 1 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 650,000 บาท ซึ่งตามข้อกฎหมายหากไม่ให้ประกันตัว จะมีเวลาควบคุมตัวทำสำนวนเพียง 48 วัน แต่หากปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนจะมีเวลาทำงานถึง 6 เดือน ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น อีกทั้งในทางกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่มีสิทธิ์ประกันตัวเพื่อไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

“จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีผู้เสียหายที่ไปแจ้งความตามโรงพักต่างๆ อีกกว่า 40 คน และเมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดคาดว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 100 คน ในจำนวนนั้นมี 57 คน ที่จ่ายเงินและได้ตำแหน่ง ส่วนอีกกว่า 40 คน เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้เงินคืนและไม่ได้ตำแหน่ง ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ให้การว่าได้นำเงินสดไปมอบให้ผู้ต้องหา” พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ กล่าว และกล่าวว่านอกจากนี้ ยังพบเบาะแสเครือข่ายดังกล่าวขยายวงกว้าง ไปสร้างความเสียหายในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในลักษณะเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า ก่อนจะเบี้ยวสัญญาจนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทถึงขั้นเกือบมีการใช้อาวุธปืนยิงกันแต่มีการเจรจากันจบก่อน

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ระบุว่า ขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีทุจริตเกี่ยวกับการรับราชการ สำนวนใหญ่จะอยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง พลตำรวจตรี ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) และ พลตำรวจตรี พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ร่วมเป็นคณะไต่สวนด้วย ทำให้การประสานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้สำหรับผู้เสียหายที่ต้องการความรวดเร็วสามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตำรวจสอบสวนกลางได้ทันที โดยตำรวจจะทำคดีคู่ขนานควบคู่ไปกับ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งแกะรอยเส้นทางการเงินของนางนวพร ที่มีการโอนไปยังบุคคลอื่น ซึ่งจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้ มีระดับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องถึง 3 ราย โดยเป็นอดีต 2 คน และปัจจุบัน 1 คน พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ยืนยันว่า การทำงานของ ป.ป.ช. จะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าคดีนี้จะสามารถขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับสูงได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมขยายผลไปยังตัวละครใหม่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มของ นายพิชิต ทั้งพรม หนึ่งในผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นที่เคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลทางการสืบสวน

สำหรับกลุ่มบุคคลที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าใครเป็นใคร และอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการให้ลาออกหรือสั่งให้ออกจากราชการ และยืนยันอีกว่าคดีนี้ไม่มีแรงกดดันหรือการแทรกแซงทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ฟันอดีต ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฯ ปัตตานี-พวก คดีทุจริตเบิกค่าตอบแทนทิพย์
ป.ป.ช.ฟันอดีต ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฯ ปัตตานี-พวก คดีทุจริตเบิกค่าตอบแทนทิพย์