ป.ป.ช.ลงมติชี้มูล 'ชนม์สวัสดิ์ บุญเกื้อ' อดีต ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฯ ปัตตานี -พวก คดีทุจริตเบิกค่าตอบแทนบุคคลภายนอกทิพย์ ทั้งที่ไม่ได้มาปฏิบัติงาน จ่ายเดือนละ 9,000 บาท นาน 24 เดือน ส่งสำนวน อสส. ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลได้อีก
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดปัตตานี เปิดเผยมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นายชนม์สวัสดิ์ บุญเกื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี และพวก คือ นายอุมัน ยามาสาเร๊ะกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณี ทุจริตในการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนของบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ราย นายอุมัน ยามาสาเร๊ะ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปัตตานี ระบุพฤติการณ์ในการกระทำความผิดว่า ทางไต่สวนได้ความว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 นายชนม์สวัสดิ์ บุญเกื้อ ได้ประกาศคัดเลือก นายอุมัน ยามาสาเร๊ะ ราษฎรตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัญ จังหวัดยะลา ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา เป็นบุคคลภายนอกผู้ได้รับการคัดเลือกให้มาปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ซึ่งจะต้องมาปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการจ้างบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งกำหนดให้บุคคลภายนอกต้องมาปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 25 วัน ต่อเดือน และไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมง ต่อวัน โดยไม่ละทิ้งหน้าที่ ทั้งการมาปฏิบัติงานต้องลงลายมือชื่อและเวลาทำงานทุกครั้งที่เข้าทำงาน และเลิกงานทุกครั้ง
จากคำให้การของพยานสอดคล้องตรงกันว่านายอุมัน ยามาสาเร๊ะ ไม่เคยมาทำงานแต่อย่างใด ทั้งไม่เคยเดินทางไปราชการในการปฏิบัติหน้าที่ในส่วนจัดตั้งสายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตพื้นที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบ ในท้องที่จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดรู้จักหรือพบเห็น นายอุมัน มาปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ
การที่นายชนม์สวัสดิ์ และนายอุมัน ได้ร่วมกันดำเนินการจัดทำใบสำคัญเบิกจ่ายเงิน และเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนสำหรับบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 จำนวน 24 เดือน (งวด) เป็นเงินเดือนละ 9,000 บาท รวมเป็นเงิน 216,000 บาท เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนเป็นประโยชน์แก่นายอุมัน ทั้งที่ ไม่ได้มาปฏิบัติงานแต่อย่างใด จึงเป็นการร่วมกันจัดทำเอกสารอันเป็นความเท็จหรือรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริง อันเป็นความเท็จ หลายกรรมต่างกัน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 16/2569 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติดังนี้
1.การกระทำของนายชนม์สวัสดิ์ บุญเกื้อ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 91 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1) และ (4)
2.การกระทำของนายอุมัน ยามาสาเร๊ะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญาฐานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นายชนม์สวัสดิ์ และนายอุมัน ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่สิ้นสุด ผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลได้อีก
อ่านประกอบ :




