News Logo
หน้าแรก
ถอดรหัสโกง (1) พฤติการณ์อดีตปลัดทต.จัตุรัส คดีซอยงานถนนเอื้อเอกชน

ถอดรหัสโกง (1) พฤติการณ์อดีตปลัดทต.จัตุรัส คดีซอยงานถนนเอื้อเอกชน

24 ก.ย. 2569 08:37
ผู้ชม 59 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"...ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร กรณีนี้ทำให้เห็นภาพของคำว่า “แบ่งซื้อแบ่งจ้าง” หรือ “ซอยงาน” ได้อย่างเป็นรูปธรรม จากโครงการถนนที่ตอนตั้งงบประมาณเป็นถนนเส้นเดียว ยาว 490 เมตร วงเงิน 737,000 บาท ก่อนถูกปรับเป็นงาน 323 เมตร วงเงิน 499,000 บาท และตามมาด้วยงานอีกช่วง 144 เมตร วงเงิน 218,000 บาท จาก 1 ถนน 1 โครงการ กลายเป็น 2 โครงการ 2 สัญญา แต่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงและลงเอยกับ ผู้รับจ้างรายเดียวกันทั้งสองช่วง ..."

จากถนนสายเดียว ระยะทาง 490 เมตร งบประมาณก้อนเดียว 737,000 บาท ที่เดิมต้องดำเนินการจัดจ้างเป็นโครงการเดียว กลับถูก “หั่น” ระยะทางช่วงแรกเหลือ 323 เมตร พร้อมลดวงเงินลงมาอยู่ที่ 499,000 บาท

จากนั้น ถนนส่วนที่เหลือก็กลับมาเป็นโครงการอีกครั้ง ระยะทาง 144 เมตร งบประมาณ 218,000 บาท

ที่สำคัญ งานทั้ง 2 ช่วงใช้วิธี “เฉพาะเจาะจง” และได้ผู้รับจ้างรายเดียวกัน

ข้อมูลข้างต้นนี้ คือ พฤติการณ์สำคัญในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายเรืองเดช ภิรมย์กิจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลจัตุรัส ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลจัตุรัส อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ กรณีทุจริตแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีตถนนสุนันทาในปี 2562 ที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว

หากถอดรหัสรายละเอียดในสำนวน ป.ป.ช.ออกมาให้ประชาชนเข้าใจง่าย จะเห็นเส้นทางรูปแบบการทุจริตของโครงการนี้ ว่ามีจุดตั้งต้น จาก “ถนนเส้นเดียว” สู่การลดระยะทาง-ลดวงเงิน” ก่อนที่จะนำไปสู่การใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ทำถนนส่วนที่เหลือเป็นอีกโครงการ ขณะที่จ้างผู้รับจ้างรายเดิม

อธิบายภาพให้เห็นชัดเจนดังนี้

จุดเริ่มต้น : ถนน 490 เมตร งบ 737,000 บาท

ย้อนกลับไปวันที่ 4 กันยายน 2562 เทศบาลตำบลจัตุรัสประกาศใช้เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563

หนึ่งในโครงการที่ถูกตั้งงบประมาณไว้ คือ โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสุนันทา จากแยกถนนท่าตาก่านถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

ระยะทาง 490 เมตร

งบประมาณ 737,000 บาท

พูดง่าย ๆ คือ ในตอนเริ่มต้น ถนนช่วงนี้ถูกมองเป็น “งานเดียว” มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดชัดเจน และมีงบประมาณก้อนเดียว 737,000 บาท โดยข้อมูลของ ป.ป.ช. ระบุว่า วงเงินดังกล่าวต้องจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding

จุดเปลี่ยน : 490 เมตร เหลือ 323 เมตร

แต่โครงการกลับไม่ได้เดินไปตามรูปแบบเดิม

ป.ป.ช. ระบุว่า นายเรืองเดช ซึ่งขณะนั้นเป็นปลัดเทศบาลและปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี สั่งการให้นายช่างโยธานำโครงการเดิมมาประมาณราคาใหม่

โดยให้ลดระยะทางจากโครงการเดิม ที่ระบุว่า “จากแยกถนนท่าตาก่าน - สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ระยะทาง 490 เมตร งบประมาณ 737,000 บาท”

เปลี่ยนเป็น “จากแยกถนนท่าตาก่าน - โชคบุญมีคาร์แคร์ ระยะทาง 323 เมตร งบประมาณ 499,000 บาท”

และนำโครงการดังกล่าวไปขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมต่อสภาเทศบาลตำบลจัตุรัส โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งที่สภาพถนนยังไม่เสียหายถึงขนาดต้องรีบดำเนินการเร่งด่วนในทันที หรือหากไม่รีบดำเนินการแล้ว ประชาชนจะไม่สามารถใช้ถนนสัญจรไปมาได้

จากนั้นนายเรืองเดช  ภิรมย์กิจ ได้อนุมัติให้จัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เนื่องจากวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และสั่งการให้ผู้อำนวยการกองคลังทำสัญญาจ้าง          กับห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณกลการจัตุรัส เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว และได้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้   กับผู้รับจ้าง จำนวน 487,401.87 บาท

ต่อมาปรากฏว่านายเรืองเดช  ภิรมย์กิจ ได้ขออนุมัติโอนงบประมาณ
ไปตั้งเป็นรายการจ่ายใหม่เพื่อจัดทำโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสุนันทา (จากโชคบุญมีคาร์แคร์ - สหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ระยะทาง 144 เมตร งบประมาณ 218,000 บาท และได้อนุมัติให้จัดจ้างโครงการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และสั่งการให้ผู้อำนวยการกองคลังทำสัญญาจ้าง  กับห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณกลการจัตุรัส เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว และได้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้   กับผู้รับจ้าง จำนวน 181,785.05 บาท เช่นเดิม

ทั้งที่ทั้ง 2 โครงการดังกล่าวเป็นถนนที่ยาวต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวกัน และเคยตั้งงบประมาณไว้เป็นโครงการเดียวกัน สามารถจัดจ้างในคราวเดียวกัน

เห็นภาพง่าย ๆ : ถนนเส้นเดียวถูก “ซอย” อย่างไร

พฤติการณ์ทั้งหมดจึงสามารถถอดออกมาเป็นภาพง่าย ๆ ได้ดังนี้

อินโฟฯ พฤติการณ์โครงการซอยถนน

อินโฟฯ พฤติการณ์โครงการซอยถนน

ทั้งนี้ จุดที่ ป.ป.ช. ให้ความสำคัญจึงอยู่ที่ว่า งานทั้ง 2 โครงการเป็นถนนที่ต่อเนื่องเป็นสายเดียวกัน และก่อนหน้านั้นเคยถูกตั้งงบประมาณไว้เป็นโครงการเดียว ซึ่งสามารถจัดจ้างพร้อมกันในคราวเดียวได้

ทำไมการ “ซอยงาน” จึงเป็นประเด็น?

หากอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายที่สุด ประเด็นไม่ได้อยู่เพียงว่า “แบ่งถนนออกเป็น 2 ช่วง” เพราะในทางปฏิบัติ การแบ่งโครงการอาจมีเหตุผลและความจำเป็นได้ในบางกรณี

แต่คดีนี้ ป.ป.ช. พิจารณาจาก ลำดับเหตุการณ์และผลที่เกิดขึ้น

คือ เดิมมีงานเดียววงเงิน 737,000 บาท เมื่อลดระยะทางวงเงินเหลือ 499,000 บาท ซึ่งวงเงินอยู่ในระดับใช้ วิธีเฉพาะเจาะจง กับ จ้างผู้รับจ้างรายหนึ่ง ถนนส่วนที่เหลือกลับมาเป็น โครงการใหม่ 218,000 บาท ใช้ วิธีเฉพาะเจาะจงอีกครั้ง และได้ ผู้รับจ้างรายเดิม

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ป.ป.ช. วินิจฉัยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการ แบ่งซื้อแบ่งจ้างโดยลดวงเงินให้อยู่ในอำนาจที่จะสั่งจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างรายดังกล่าวเข้ามาเป็นคู่สัญญากับเทศบาล และเป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ดี ตัวเลขอีกจุดที่น่าสังเกต คือ เมื่อนำระยะทางของโครงการที่ถูกแบ่งออกมารวมกัน 323 + 144 = 467 เมตร

ขณะที่โครงการตั้งต้นกำหนดไว้ 490 เมตร

เท่ากับระยะทางตามตัวเลขของ 2 โครงการใหม่รวมกัน น้อยกว่าโครงการตั้งต้น 23 เมตร

ส่วนวงเงินของ 2 โครงการคือ 499,000 + 218,000 = 717,000 บาท

เทียบกับงบประมาณโครงการเดิม 737,000 บาท ต่างกัน 20,000 บาท

ดังนั้น การสั่งการให้ประมาณการใหม่โดยให้แบ่งเป็น 2 โครงการ กรณีจึงเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโดยลดวงเงินให้อยู่ในอำนาจของตน ที่จะสั่งจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณกลการจัตุรัส ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญากับเทศบาลตำบลจัตุรัส เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย

จาก “ถนนเส้นเดียว” สู่คดีอาญา

ท้ายที่สุด คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าการกระทำของนายเรืองเดชมีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และ 12 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 รวมถึงมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ป.ป.ช. ให้ส่งสำนวนและหลักฐานไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป

อย่างไรก็ตาม การชี้มูลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิต่อสู้คดี และถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

ส่วนบทสรุปสุดท้าย การต่อสู้คดีนี้ ในชั้นศาลจะออกมาเป็นอย่างไร ต้องค่อยติดตามดูกันต่อไป

แต่ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร กรณีนี้ทำให้เห็นภาพของคำว่า “แบ่งซื้อแบ่งจ้าง” หรือ “ซอยงาน” ได้อย่างเป็นรูปธรรม จากโครงการถนนที่ตอนตั้งงบประมาณเป็นถนนเส้นเดียว ยาว 490 เมตร วงเงิน 737,000 บาท ก่อนถูกปรับเป็นงาน 323 เมตร วงเงิน 499,000 บาท และตามมาด้วยงานอีกช่วง 144 เมตร วงเงิน 218,000 บาท

จาก 1 ถนน 1 โครงการ กลายเป็น 2 โครงการ 2 สัญญา แต่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงและลงเอยกับ ผู้รับจ้างรายเดียวกันทั้งสองช่วง

พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังตามมาว่า หลายพื้นที่ มักนิยมใช้วิธีนี้ เพื่อกระทำการทุจริตโกงกินเงินหลวงจากงานทำถนน เช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
อดีตปลัดทต.จัตุรัส
ซอยงานถนนเอื้อเอกชน
ถอดรหัสโกง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืนโทษ! คุก 6 ปี 8 ด. อดีตนายกเทศฯ บัววัฒนา ปกปิดสอบราคา 18 โครงการรวด
ยืนโทษ! คุก 6 ปี 8 ด. อดีตนายกเทศฯ บัววัฒนา ปกปิดสอบราคา 18 โครงการรวด