News Logo
หน้าแรก
เสียใจถูกชี้มูล! ‘เรืองเดช' อดีตปลัดทต.จัตุรัส ยันไม่ทุจริตซอยงานถนน

เสียใจถูกชี้มูล! ‘เรืองเดช' อดีตปลัดทต.จัตุรัส ยันไม่ทุจริตซอยงานถนน

24 ก.ย. 2569 14:57
ผู้ชม 365 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดคำชี้แจงอีกด้าน! ‘เรืองเดช ภิรมย์กิจ’ ปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา โต้ปม ป.ป.ช.ชี้มูลสมัยเป็นอดีตปลัดเทศบาลตำบลจัตุรัส ชัยภูมิ แบ่งจ้างซ่อมถนนสุนันทา ยัน 2 โครงการ 499,000 บาท กับ 218,000 บาท ยันใช้งบคนละส่วน จัดจ้างห่างกันถึง 7 เดือน ผ่านการพิจารณาสภาเทศบาล ไม่ใช่ปลัดตัดสินใจคนเดียว ชี้การหาผู้รับจ้างเป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่พัสดุ ไม่ได้สั่งเลือกหรือเอื้อเอกชนรายใด ยืนยันไม่มีเจตนาทุจริต ตกใจ-เสียใจ ถูกชี้มูล พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการกฎหมาย

สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ข่าวเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา นายเรืองเดช ภิรมย์กิจ อดีตปลัดเทศบาลตำบลจัตุรัส อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ กรณีถูกกล่าวหาว่าแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสุนันทา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลและปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลจัตุรัส

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้ติดต่อไปยัง นายเรืองเดช ภิรมย์กิจ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้าน

นายเรืองเดช ยืนยันว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว ไม่ได้เป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ไม่มีเจตนาทุจริตหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้าง และการดำเนินการไม่ได้เกิดจากดุลพินิจของปลัดเทศบาลเพียงคนเดียว

นายเรืองเดช ชี้แจงต่อว่า ในช่วงปลายปีงบประมาณ 2562 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีหนังสือเวียนให้เทศบาลตรวจสอบเงินสะสมที่สามารถนำมาจัดทำโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลจัตุรัส และปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี จึงให้ผู้อำนวยการกองคลังตรวจสอบยอดเงินสะสมที่สามารถนำมาใช้ดำเนินโครงการ ก่อนประสานสมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน และประชาชน เสนอโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและอยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ช่างได้เข้าสำรวจและประมาณราคา ได้โครงการทั้งหมด 6 โครงการ วงเงินรวมกว่า 2 ล้านบาท ก่อนเสนอให้สภาเทศบาลพิจารณาอนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมในช่วงกลางเดือนกันยายน 2562

หนึ่งในนั้นคือโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนสุนันทา วงเงิน 499,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้เงินจ่ายขาดจากเงินสะสมปีงบประมาณ 2562 และเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเดือนพฤศจิกายน 2562

พบงบเดิม 737,000 บาท จึงโอนไปตั้งรายการใหม่

นายเรืองเดชชี้แจงต่อว่า ต่อมาพบว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับโครงการที่ตั้งไว้ในเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงินประมาณ 737,000 บาท จึงมีการเสนอให้สภาเทศบาลพิจารณาโอนงบประมาณดังกล่าวไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ เนื่องจากโครงการวงเงิน 499,000 บาทที่ดำเนินการจากเงินสะสมยังปรับปรุงถนนไม่สุดแนว จึงมีการตั้งโครงการใหม่เพื่อดำเนินการในช่วงถนนที่เหลือ วงเงิน 218,000 บาท สภาเทศบาลเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ก่อนดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการวงเงิน 218,000 บาทในเดือนมิถุนายน 2563 เนื่องจากช่วงต้นปีงบประมาณ เงินรายได้ของเทศบาลยังเข้ามาไม่เพียงพอ ทำให้บางโครงการที่ตั้งงบประมาณไว้ยังไม่สามารถดำเนินการได้

โต้ “แบ่งซื้อแบ่งจ้าง” ชี้จัดจ้างห่างกัน 7 เดือน

นายเรืองเดช ยังชี้แจงด้วยว่า ที่มาของเงินและช่วงเวลาการจัดซื้อจัดจ้างของทั้ง 2 โครงการแตกต่างกัน โดยโครงการแรก วงเงิน 499,000 บาท เป็นเงินจ่ายขาดจากเงินสะสมปีงบประมาณ 2562 และจัดซื้อจัดจ้างในเดือนพฤศจิกายน 2562 ส่วนโครงการที่สอง วงเงิน 218,000 บาท เป็นงบประมาณที่ตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ในปีงบประมาณ 2563 และเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเดือนมิถุนายน 2563 จึงเป็นการจัดซื้อจัดจ้างคนละครั้ง ห่างกันประมาณ 7 เดือน

"ในมุมของผใ การดำเนินการทั้ง 2 โครงการ ไม่เข้าลักษณะการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง เนื่องจากมีที่มาของงบประมาณและช่วงเวลาการดำเนินการแตกต่างกัน ไม่ใช่การนำวงเงินก้อนเดียวมาแบ่งออกเพื่อให้ต่ำกว่าเกณฑ์การประกวดราคา"

ชี้โครงการผ่านชุมชน-สภา ไม่ใช่ปลัดตัดสินใจคนเดียว

นายเรืองเดช ยังระบุด้วยว่า การดำเนินโครงการไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของปลัดเทศบาลเพียงคนเดียว โครงการผ่านการเสนอความต้องการจากประชาคมชุมชน ผู้นำชุมชน สมาชิกสภาเทศบาล และประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากมีปัญหาความเดือดร้อนและต้องการให้มีการซ่อมแซมถนน ขณะที่การอนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมวงเงิน 499,000 บาท เป็นอำนาจพิจารณาของสภาเทศบาล เช่นเดียวกับการโอนงบประมาณไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของสภาเทศบาล

ยันไม่ได้สั่งเลือกผู้รับจ้าง-ไม่มีเจตนาเอื้อเอกชน

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้าง นั้น นายเรืองเดชชี้แจงว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินการหาผู้รับจ้างเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พัสดุตามระเบียบ ตนไม่ได้สั่งการให้เลือกผู้รับจ้างรายใด และไม่ใช่หน้าที่ของปลัดเทศบาลที่จะเป็นผู้ดำเนินการสรรหาผู้รับจ้างเอง

นายเรืองเดช ยังกล่าวด้วยว่า เกี่ยวกับมติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดที่ออกมา รู้สึกตกใจ และเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะตลอดชีวิตการรับราชการที่ผ่านมา ไม่เคยคิดที่จะทุจริตอะไร ตั้งใจทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ และที่ผ่านมาก็ไปชี้แจงข้อกล่าวหากับ ป.ป.ช.หมดแล้ว ในชั้นไต่สวนมีข่าวว่าจะยกคดีผล แต่พอเรื่องเข้าที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่ กับโดนชี้มูล

"ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นเพราะบางคน ที่เคยทำงานกับผม และทะเลาะกัน จึงเที่ยวไปยื่นเรื่องร้องเรียนผม ทำแบบนี้มาหลายคดีแล้ว แต่ผมยืนยันว่า ไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีเจตนาเอื้อประโยชน์แก่ผู้รับจ้าง และไม่ได้แบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา โดยเห็นว่าการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และอำนาจหน้าที่ พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์และจะใช้สิทธิต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย" นายเรืองเดชระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
อดีตปลัดทต.จัตุรัส
ซอยงานถนนเอื้อเอกชน
เรืองเดช ภิรมย์กิจ.
เทศบาลนครนครราชสีมา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.กม.ฯ ใช้อำนาจเรียก 'อนุทิน'แจงโกงสอบฯ บิ๊ก มท.ใหญ่กว่าอธิบดีเอี่ยว
กมธ.กม.ฯ ใช้อำนาจเรียก 'อนุทิน'แจงโกงสอบฯ บิ๊ก มท.ใหญ่กว่าอธิบดีเอี่ยว