"...จากข้อมูลทีโออาร์ข้างต้น มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ การกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่อดิจิทัล มูลค่าไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท และต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เชื่อถือ เงื่อนไขลักษณะนี้ แม้สามารถอ้างได้ว่าเป็นการคัดเลือกผู้มีศักยภาพสูง แต่ในทางปฏิบัติอาจทำให้ผู้ประกอบการรายกลางหรือบริษัทเทคโนโลยีรุ่นใหม่แทบไม่มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขัน เพราะวงเงินอ้างอิงสูงมากเมื่อเทียบกับตลาด EdTech ไทยทั่วไป จึงอาจถูกตั้งคำถามได้ว่า เป็นการ “ล็อกสเปกทางอ้อม” หรือไม่..."
ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!
กรณีสำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ได้เข้าไปตรวจสอบฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานภาครัฐ พบว่า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ออกประกาศเชิญชวนประกวดราคาเช่าโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ระบุวงเงินงบประมาณ 5,413,746,000 บาท กำหนดราคากลาง 5,410,020,629.22 บาท กำหนดให้ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในการประกวดราคานี้มีการสืบราคากลางจากเอกชน 3 ราย ได้แก่ 1.บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ฟอร์ด คอปอเรชั่น จำกัด มหาชน 3.บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า กระบวนการจัดซื้อจ้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้วหรือไม่

ภาพประกอบรายงาน
อว.ทุ่มงบ 5,413 ล้าน จัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคลระดับอุดมศึกษา
เปิดแหล่งสืบราคากลาง อว.ทำระบบแฟ้มสะสมทักษะ5.4พันล.-กลุ่มเต่าบินมาด้วย
ที่มาผ่านโครงการฯ ถูกตั้งคำถามสำคัญ 2 ประการ คือ ทำไปทำไม? วงเงินงบประมาณ 5,413,746,000 บาท สูงไปหรือไม่?
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบร่างขอบเขตงานทีโออาร์ โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ พบข้อมูลเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
@ หลักการและเหตุผล
ในทีโออาร์ โครงการฯ มีการระบุหลักการและเหตุผล อ้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 54 กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการจัดการศึกษาเพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะการศึกษาภาคบังคับที่ต้องจัดให้ไม่น้อยกว่า 12 ปี
ขณะที่นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 สะท้อนถึงความพยายามของประเทศในการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร สร้างโอกาสในการศึกษา การพัฒนาคน และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งนี้ การดำเนินงานตามกรอบยุทธศาสตร์นี้ จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมประเทศไทยให้พร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
นอกจากนี้ นโยบายของรัฐบาลซึ่งได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2567 ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเน้นย้ำบทบาทของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนไทยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงวัยทำงาน เพื่อสร้างศักยภาพที่เต็มเปี่ยมในทุกด้าน ทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาทักษะที่ตอบสนองความต้องการของโลกอนาคตในช่วงวัยเรียน
รัฐบาลยังสนับสนุนการพัฒนาศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา เพื่อเสริมสร้างความสมดุลของการพัฒนาตนในมิติที่หลากหลาย ในระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติในสถานที่ทำงานจริง เพื่อให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตรงและสามารถเริ่มต้นอาชีพได้อย่างมั่นใจ นโยบาย Reskill และ Upskill ยังถูกพัฒนาเพื่อช่วยให้แรงงานสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และมีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
@ วัตถุประสงค์
ส่วนวัตถุประสงค์กำหนดไว้ 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
1.เพื่อจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา โดยมีเส้นทางการใช้งานของผู้เรียน (Student & Workforce Journey) ที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะและบริบทของผู้เรียนในประเทศไทย
2.เพื่อให้ผู้เรียนมีเครื่องมือในการจัดเก็บแฟ้มสะสมผลการเรียน ทักษะ ประสบการณ์ และความสำเร็จของผู้เรียนแบบรวมศูนย์ สามารถเข้าถึงและนำเสนอข้อมูลได้อย่างมีระบบ
3.เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยและเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ พร้อมเก็บหน่วยกิตได้ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนในทุกสาขาวิชา
4.เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแรงงานที่มีทักษะและความสนใจสอดคล้องกับตำแหน่งงาน
5.เพื่อให้กระทรวงเข้าถึงข้อมูลของนักศึกษาและผู้เรียนในระดับมหภาค ทักษะที่มี ความสนใจด้านอาชีพ เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคนให้มีทักษะและตอบโจทย์กับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ
@ คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
สำหรับคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ ส่วนใหญ่เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของราชการ อาทิ ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับงาน เป็นผู้ที่มีความสามารถตามกฎหมาย ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ต้องไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ไม่เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ไม่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี และต้องมีผลงานให้เช่าหรือการพัฒนา หรือการขาย ที่เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบการจัดการเรียนการสอนสื่อประเภทดิจิทัล หรือระบบเผยแพร่สื่อประเภทดิจิทัล หรือกระจายสัญญาณสื่อประเภทดิจิทัล โดยเป็นผลงานที่แล้วเสร็จและมีมูลค่าของผลงานไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท (หกร้อยล้านบาทถ้วน) ซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เชื่อถือ โดยต้องยื่นหนังสือรับรองผลงานจากคู่สัญญาและสำเนาสัญญาพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลขอสงวนสิทธิ์ในการที่จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญาไปยังหน่วยงานที่ออกเอกสาร
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ระบบที่ให้เช่า หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมาย
@ ขอบเขตงาน
ในส่วนขอบเขตงาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. การจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา และ 2. การจัดหาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลเพื่อพัฒนาทักษะที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ภาพรวมโครงการ
(ดูรายละเอียดในลิงก์ประกอบ https://process5.gprocurement.go.th/egp-agpc01-web/announcement/procurement/U2FsdGVkX18bBtOC5OnAtabqyy2G8WAQgux57%252BX%252F4AHgKswmyvfYpZcaby2z9Qfd)
โดยพัสดุที่จะเช่านี้ต้องเป็นของแท้ ไม่เป็นของเก่าเก็บ อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ทันที
@ เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม
ขณะที่ในขั้นตอนการดำเนินงานตามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สำหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปด้วย
@ ตัดสินการประกวดราคา
ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา มีการระบุเงื่อนไขที่สำคัญว่า คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้
ขณะที่สำนักงานมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกเช่าในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาเช่าเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใด ๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมาเสนอราคาแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ จากสำนักงาน
ก่อนลงนามในสัญญา สำนักงานอาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
ส่วนการรับประกันความชำรุดบกพร่อง ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทำสัญญาเช่าตามแบบ หรือทำข้อตกลงเช่าเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุให้เช่าที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า “...” นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบพัสดุที่ให้เช่า โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน 48 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
@ข้อสังเกตสำคัญ
จากข้อมูลทีโออาร์ข้างต้น มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ การกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่อดิจิทัล มูลค่าไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท และต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เชื่อถือ
เงื่อนไขลักษณะนี้ แม้สามารถอ้างได้ว่าเป็นการคัดเลือกผู้มีศักยภาพสูง แต่ในทางปฏิบัติอาจทำให้ผู้ประกอบการรายกลางหรือบริษัทเทคโนโลยีรุ่นใหม่แทบไม่มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขัน เพราะวงเงินอ้างอิงสูงมากเมื่อเทียบกับตลาด EdTech ไทยทั่วไป จึงอาจถูกตั้งคำถามได้ว่า เป็นการ “ล็อกสเปกทางอ้อม” หรือไม่
นอกจากนี้ การกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้อง “เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ระบบ” หรือได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งดูเหมือนเป็นเงื่อนไขปกติ แต่เมื่อประกอบกับเงื่อนไขประสบการณ์และมูลค่างานสูง อาจยิ่งทำให้จำนวนผู้แข่งขันเหลือน้อยราย
ในเชิงนโยบาย โครงการนี้สะท้อนแนวคิดรัฐสมัยใหม่ที่พยายามสร้างฐานข้อมูลทักษะแรงงานระดับประเทศ เชื่อมการศึกษา ตลาดแรงงาน และระบบ Reskill/Upskill เข้าด้วยกัน โดยใช้ระบบดิจิทัลกลางเป็นเครื่องมือ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลกเรื่อง Lifelong Learning และ Workforce Analytics
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตงานที่รวมทั้งระบบแฟ้มสะสมทักษะ สื่อการเรียนรู้ดิจิทัล ระบบเชื่อมโยงอุตสาหกรรม และการวิเคราะห์ข้อมูลแรงงานระดับมหภาคไว้ในสัญญาเดียว อาจทำให้โครงการมีขนาดใหญ่และซับซ้อนมาก จนเกิดความเสี่ยงเรื่อง “ผู้ชนะกินรวบ” ตั้งแต่แพลตฟอร์ม ข้อมูล ไปจนถึงคอนเทนต์การเรียนรู้
อีกจุดที่ควรจับตา คือ การใช้รูปแบบ “เช่าระบบ” แทนการจัดซื้อขาด ซึ่งแม้ช่วยลดภาระลงทุนระยะต้นของรัฐ แต่ก็อาจนำไปสู่ภาระงบประมาณผูกพันระยะยาว หากไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเรื่องสิทธิในข้อมูล การถ่ายโอนระบบ หรือการเปิดมาตรฐานข้อมูลไว้อย่างชัดเจน
ด้านบวกของทีโออาร์ คือ มีการนำ “ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)” มาใช้ เพราะวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ถือเป็นกลไกเพิ่มการตรวจสอบจากภาคประชาชนและลดความเสี่ยงทุจริตเชิงนโยบายได้ระดับหนึ่ง
แต่ในอีกด้าน ข้อกำหนดจำนวนมากที่เปิดดุลพินิจให้ “สำนักงาน” สามารถยกเลิกประกวดราคา ไม่รับราคาต่ำสุด หรือพิจารณาว่าผู้เสนอราคา “ไม่น่าเชื่อถือ” ได้ ก็สะท้อนว่าอำนาจตัดสินใจยังรวมศูนย์สูง ซึ่งหากไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ อาจกลายเป็นประเด็นข้อพิพาทภายหลังได้
@ป.ป.ช.-ป.ป.ท.สั่งจับตามองใกล้ชิด
สำหรับโครงการฯ นี้ ปัจจุบันเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการจับตามองจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ทั้ง 2 หน่วยงานได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการเฝ้าระวังและติดตามการดำเนินโครงการไปแล้ว
ทั้งหมดเป็นข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ วเงินสูงกว่า 5,413,746,000 บาท ที่กำลังถูกจับตามองจากหลายฝ่ายในขณะนี้
ส่วนคำตอบชัด ๆ ว่า โครงการฯ นี้ ทำไปเพื่ออะไร? แพงเกินไปหรือไม่?
คงต้องรอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นทางการ ต่อสาธารณชนอีกครั้ง




