"..โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในยุคที่ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ..."
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก กรณีสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ออกประกาศเชิญชวนประกวดราคาเช่าโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ระบุวงเงินงบประมาณ 5,413,746,000 บาท กำหนดราคากลาง 5,410,020,629.22 บาท กำหนดให้ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในการประกวดราคานี้มีการสืบราคากลางจากเอกชน 3 ราย ได้แก่ 1.บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ฟอร์ด คอปอเรชั่น จำกัด มหาชน 3.บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า กระบวนการจัดซื้อจ้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้วหรือไม่

ภาพประกอบรายงาน
อว.ทุ่มงบ 5,413 ล้าน จัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคลระดับอุดมศึกษา
เปิดแหล่งสืบราคากลาง อว.ทำระบบแฟ้มสะสมทักษะ5.4พันล.-กลุ่มเต่าบินมาด้วย
ผ่าทีโออาร์! ระบบแฟ้มสะสมทักษะอว. 5.4 พันล. ทำเพื่ออะไร?แพงไปหรือไม่?
ล่าสุด สำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลพบว่า โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในยุคที่ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ในหนังสือ ที่ อว (ปคร) 0213/1150 กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ลงวันที่ 16 มกราคม 2568 ระบุว่า ด้วยกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ ขอเสนอเรื่อง โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ มาเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยเรื่องนี้เข้าข่ายที่จะให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (8)

เอกสาร อว.เสนอครม.
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้
1. เหตุผลความจำเป็นที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี
การเสนอเรื่องโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ เข้าข่ายเรื่องที่เสนอคณะรัฐมนตรีได้ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (8) การเริ่มโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่มีวงเงินตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เว้นแต่โครงการลงทุนที่กำหนดในแผนงานที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ อนุมัติหรือเห็นชอบกับแผนงานนั้นแล้ว
2. ความเร่งด่วนของเรื่อง
โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคล ระดับอุดมศึกษาสำหรับวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษามีระบบการสะสมและพัฒนาทักษะ/หน่วยกิต เพื่อใช้ในการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ โดยจะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2569 จึงจำเป็นต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยด่วน เพื่อประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต่อไป
3. สาระสำคัญ/ข้อเท็จจริง
3.1 ความเป็นมา หลักการ เหตุผล และความจำเป็นของโครงการ
3.1.1 ในทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ และการศึกษาอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ส่งเสริมความเสมอภาคในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้คุณภาพสูง และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต (Lifelong Learning) ให้ประชาชนสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาที่ถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญสำหรับการพัฒนาศักยภาพนิสิต นักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่
ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้เน้นย้ำการปรับตัวทางการศึกษาให้ทันกับยุคดิจิทัล การเรียนการสอนไม่ควรถูกจำกัดด้วยเวลา สถานที่หรือหลักสูตรที่ไม่ยืดหยุ่นอีกต่อไป นิสิต นักศึกษาควรมีโอกาสเรียนรู้ทักษะเฉพาะทางที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจดิจิทัล สามารถยกระดับทักษะ (Upskill) หรือปรับทักษะใหม่ (Reskill) เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
อีกทั้งควรเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาในรูปแบบดิจิทัล มีโอกาสสะสมหน่วยกิตจากหลากหลายแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบ ตลอดจนการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอดจนการฝึกงานหรือประสบการณ์ตรงเพื่อสร้างความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดงานจริง การปรับปรุงระบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นและปรับแต่งได้ (Personalized Learning) ช่วยให้นักศึกษาสามารถเลือกแนวทางการพัฒนาได้อย่างมีเป้าหมายและเหมาะสมกับความสนใจและศักยภาพของตนเอง
ดังนั้นการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ เพื่อให้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษามีระบบการสะสมและพัฒนาทักษะ/หน่วยกิต เพื่อใช้ในการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศมีความสำคัญในการสร้างระบบนิเวศด้านการศึกษาและการพัฒนากำลังคนที่ครบวงจร ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่ทันสมัย เชื่อมโยงระหว่างทักษะของนิสิต นักศึกษากับความต้องการของเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมในการคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมกับงานอย่างแท้จริง เป็นการใช้เทคโนโลยีพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมให้สอดรับกับสภาวะในปัจจุบันที่มีการพัฒนาด้านต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วยกัน
3.1.2 จากสถานการณ์ศึกษาหรือข้อปัญหาที่พบด้านการศึกษาของประเทศไทยในภาพรวม คือ คุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษาไทยที่เกิดขึ้นจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและพื้นที่ ภาระค่าใช้จ่ายที่หนักสำหรับผู้ปกครองโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำ และปัญหาใหญ่ด้านการศึกษาในเรื่องหลักสูตรการเรียนยังไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน หลักสูตรการศึกษาไทยยังไม่พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านทักษะดิจิทัล การคิดเชิงวิเคราะห์ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ซึ่งการแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มต้นที่การปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจและสังคม
ดังนั้นโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ จะทำให้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษามีระบบการสะสมและพัฒนาทักษะ/หน่วยกิต เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูล/รายบุคคลของนิสิตนักศึกษา เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลรองรับให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์และความจำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเหมาะสมถูกต้อง ส่งผลต่อการวางแผนและพัฒนากำลังคน และเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตต่อไป
3.2 วัตถุประสงค์
เพื่อจัดหาระบบสะสมและพัฒนาทักษะเครดิต/หน่วยกิต (Skill/Credit Portfolio) เพื่อใช้ในการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษา มุ่งเน้นระดับอุดมศึกษา โดยสนับสนุนผู้เรียนให้มีข้อมูลความพร้อมในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถ และโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ ช่วยสร้างความต่อเนื่องในการเรียนรู้ระหว่างระดับการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำและโอกาสพัฒนาตนเองตามศักยภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ในปัจจุบันและในอนาคต สรุปได้ดังนี้
3.2.1 ลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
3.2.2 สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและความสะดวกในการโยกย้ายหน่วยกิต
3.2.3 พัฒนาความพร้อมและทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน
3.2.4 สนับสนุนการค้นหาตัวเองและพัฒนาศักยภาพรายบุคคล
3.2.5 ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและการจ้างงาน (Job Matching)
-เชื่อมโยงข้อมูลผู้เรียน หลักสูตรการศึกษาและความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อช่วยให้นักศึกษาเลือกเส้นทางการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับทักษะที่ตลาดต้องการ
-สนับสนุนข้อมูลการจัดทำฐานข้อมูลตำแหน่งงาน และเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาเข้าถึงโอกาสฝึกงานหรือได้รับการจ้างงานที่เหมาะสมกับความถนัดและความสนใจ
-มีโปรแกรมแนะนำด้านอาชีพ (Career Guidance) และเครื่องมือช่วยเหลือ เช่น การสร้างโปรไฟล์ทักษะ ช่วยให้นิสิต นักศึกษาเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดแรงงาน
3.3 ความสอดคล้องกับทิศทางพัฒนาประเทศ
3.3.1 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทหลัก ในการวางรากฐานด้านอุดมศึกษาของประเทศสู่อนาคต ตามนโยบายและทิศทางในการพัฒนาประชาชน ให้มีความพร้อมรับมือกับโลกในศตวรรษที่ 21 โดยเปิดโอกาสที่เท่าเทียมในการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) กำหนดยุทธศาสตร์ที่ 3 ในการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ที่มีประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือ การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพคนในทุกช่วงวัย อีกทั้งประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ว่าด้วยการพัฒนาระบบ การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นการจัดระบบการศึกษา ระบบการฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะที่มีคุณภาพสูง และยืดหยุ่นผ่านการพัฒนากลไกต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาการศึกษาออนไลน์แบบเปิด การพัฒนาระบบการ เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการรู้ดิจิทัล การมีระบบเทียบโอน ประสบการณ์ด้วยระบบธนาคารหน่วยกิต มาตรการ จูงใจให้คนเข้าสู่การยกระดับทักษะการให้สถานประกอบการเพิ่มผลิตภาพแรงงานผ่านการพัฒนา ความสามารถทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นต้น
ดังนั้น โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ จะตอบโจทย์การพัฒนา ทรัพยากรบุคคลรองรับให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์และความจำเป็นเพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรเข้าสู่ ตลาดแรงงานอย่างเหมาะสมถูกต้องตามความต้องการ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตต่อไป
3.3.2 การดำเนินการโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ มีความเชื่อมโยง เพื่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่
ยุทธศาสตร์ชาติที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
-แผนแม่บทที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต
-แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต
ยุทธศาสตร์จัดสรรงบประมาณ : แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคน ตลอดช่วงชีวิต ยุทธศาสตร์ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)
ยุทธศาสตร์ที่ 1 สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพคน เป้าหมายการ ให้บริการ สป.อว. ที่ 1 กำลังคนได้รับการพัฒนาและยกระดับทักษะและแนวทางการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการประเทศ
3.4 แนวทางการดำเนินโครงการ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมีเป้าหมายในการ ดำเนินการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา ที่สามารถ รองรับการเชื่อมโยงกับระบบคลังหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank System) ด้วยวิธีการเช่า ใช้บริการเป็นรายปี (Subscription) โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี (พ.ศ. 2569 - 2572) ทั้งนี้ ระบบแฟ้มสะสมทักษะดังกล่าว จะมีระบบงานภายใน อย่างน้อย 19 ระบบ ประกอบด้วย
3.4.1 ระบบจัดการผู้ใช้งาน (User Management) รองรับการยืนยันตัวตนด้วย วิธีที่หลากหลาย เช่น รหัสผ่านปลอดภัย รหัส OTP Biometric และบัญชี Social Media พร้อมกำหนด สิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาท ติดตามและบันทึกการใช้งาน ตรวจสอบกิจกรรมผิดปกติ รองรับการเข้าถึง บริการที่รวดเร็ว และปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเทคโนโลยีทันสมัย
3.4.2 ระบบจัดการเอกสาร (Document Management) ระบบจัดการเอกสาร ช่วยเก็บ ค้นหา และแชร์เอกสารสำคัญ อย่างปลอดภัย ลดการใช้กระดาษ รองรับการจัดการข้อมูลดิจิทัล อย่างมีประสิทธิภาพ
3.4.3 ระบบโปรไฟล์ผู้เรียนแห่งชาติ (National Learner Profile) ระบบรวบรวม ข้อมูลโปรไฟล์นักศึกษา เช่น ผลการเรียน ทักษะ และกิจกรรม ช่วยติดตามพัฒนาการและวางแผนอนาคต พร้อมแสดงข้อมูลในรูปแบบกราฟและรายงาน
3.4.4 ระบบสมุดบันทึกนักเรียน (Student Passbook) ระบบบันทึกผลการเรียน พฤติกรรม และกิจกรรม พร้อมแสดงข้อมูลเป็นกราฟและรายงาน ช่วยให้อาจารย์และผู้ปกครองติดตาม พัฒนาการนักศึกษาได้ง่าย
3.4.5 ระบบการเรียนรู้ผ่านคอร์สออนไลน์ (Online Course Learning) ระบบ ช่วยให้นักศึกษาเลือกเรียนคอร์สออนไลน์ ที่เหมาะสม สะสมผลการเรียน และติดตามความก้าวหน้า พร้อมฟังก์ชันทบทวนเนื้อหาและเรียนย้อนหลัง
3.4.6 ระบบข่าวสารและประกาศ (News and Announcements) ระบบแจ้ง ข่าวสารการศึกษา กิจกรรม และทุน ผ่านการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ พร้อมฟีเจอร์กรองข้อมูลตามความสนใจ
3.4.7 ระบบแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Community Forums) ระบบส่งเสริม การสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ผ่านกระทู้สนทนาและการติดแฮชแท็ก
3.4.8 ระบบรับ-ส่งข้อความในรูปแบบกลุ่มและบุคคล (Chat and Messaging) ระบบสนับสนุนการสื่อสารแบบตัวต่อตัว และแบบกลุ่ม พร้อมการส่งไฟล์และการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์
3.4.9 ระบบคลังข้อสอบสำหรับการทดสอบ (Test Prep Question Bank) ระบบ รวบรวมคลังข้อสอบช่วยนักศึกษาเตรียมสอบ พร้อมวิเคราะห์ผลการสอบและคำแนะนำเพื่อพัฒนาทักษะ
3.4.10 ระบบสร้าง E-Portfolio (E-Portfolio Creation) ระบบช่วยนักศึกษา สร้างแฟ้มสะสมผลงานดิจิทัล รองรับการสมัครงานหรือเรียนต่อ พร้อมฟังก์ชันแชร์และอัปเดตข้อมูล
3.4.11 ระบบศูนย์กลางกิจกรรม ทุนการศึกษา และการแข่งขัน (Activity, Scholarship and Competitions Hub) ระบบรวบรวมข้อมูลกิจกรรม ทุน และการแข่งขัน พร้อมฟังก์ชันกรองข้อมูลและแจ้งเตือนกิจกรรมที่เหมาะสม
3.4.12 ระบบค้นหาจุดเด่น (Strengths Finder) ระบบช่วยนักศึกษาค้นพบจุดเด่นและทักษะเฉพาะ พร้อมคำแนะนำการพัฒนาตนเองเพื่อบรรลุเป้าหมาย
3.4.13 ระบบจับคู่ทักษะ (Skill Mapping) ระบบช่วยนักศึกษาเชื่อมโยงทักษะที่มีอยู่กับโอกาสการเรียนหรือการทำงาน พร้อมแนะนำการพัฒนาทักษะเพิ่มเติม
3.4.14 ระบบบริหารจัดการเครดิต (Credit Management) ระบบช่วยติดตามและจัดการหน่วยกิตของนักศึกษา พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับสถาบันการศึกษา
3.4.15 ระบบจัดการสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media and LMS integration) ระบบผสานการเรียนรู้ผ่าน LMS และสื่อสังคมออนไลน์ ช่วยแชร์ความก้าวหน้าทางการศึกษาและติดตามผลการเรียน
3.4.16 ระบบเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน (Productivity Tools) ระบบช่วยจัดการงานและการเรียน เช่น To-Do List การแจ้งเตือนงาน และการติดตามผล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
3.4.17 ระบบใบรับรองดิจิทัล (Digital Credentials) ระบบออกใบรับรองดิจิทัลที่สะดวกและปลอดภัย รองรับการแชร์ และตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์
3.4.18 ระบบโอนย้ายหน่วยกิต (Credit Transfer) ระบบช่วยเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบันด้วยการจัดการคำร้อง และการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างรวดเร็ว
3.4.19 ระบบจับคู่งาน (Job Matching) ระบบจับคู่ตำแหน่งงานกับโปรไฟล์นักศึกษาโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยเพิ่มโอกาสการสมัครงานที่เหมาะสม
4. ประโยชน์และผลกระทบ
ระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศเพื่อการพัฒนาประเทศ จะสามารถเริ่มใช้งานได้ในปีการศึกษา 2569 โดยเริ่มจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมก่อนและขยายผลให้ครอบคลุมทุกมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2572
ทั้งนี้ ข้อมูลนักศึกษาที่ใช้ในการวิเคราะห์นำมาจากจำนวนนักศึกษาในระดับปริญญาตรี ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1,611,274 คน โดยในปีการศึกษา 2569 จำนวนนักศึกษาที่จะมีความพร้อมสามารถใช้งานระบบได้ คิดเป็นร้อยละ 40 ของนักศึกษาทั้งหมด และเพิ่มเป็นร้อยละ 60 ในปีการศึกษา 2570 ร้อยละ 80 ในปีการศึกษา 2571 และครบร้อยละ 100 ในปี 2572 (ข้อมูลสรุปจากจำนวนนักศึกษาในปีปัจจุบัน (2567))
ปีการศึกษา 2569 : ประมาณการจำนวนนักศึกษาที่ใช้ระบบ จำนวน 644,494 คน
ปีการศึกษา 2570 : ประมาณการจำนวนนักศึกษาที่ใช้ระบบ จำนวน 966,740 คน
ปีการศึกษา 2571 : ประมาณการจำนวนนักศึกษาที่ใช้ระบบ จำนวน 1,288,987 คน
ปีการศึกษา 2572 : ประมาณการจำนวนนักศึกษาที่ใช้ระบบ จำนวน 1,611,274 คน
4.1 ประโยชน์และผลที่คาดว่าจะได้รับ
4.1.1 ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เด็กไทยสามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม ลดปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบศึกษา ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่ห่างไกลในการเข้าถึงการศึกษา เพิ่มการเข้าถึงแหล่งข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาและข้อมูลด้านทุนการศึกษา
4.1.2 ลดปัญหาเด็กจบไม่ตรงสาย โดยช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง แนวทางการเรียนที่เหมาะสมในอนาคต ค้นหาอาชีพที่เหมาะสมพร้อมช่วยพัฒนาทักษะที่ขาดเพื่อเตรียมความพร้อมของนักศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงาน
4.1.3 ผู้เรียนจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาเร็วขึ้น ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเก็บหน่วยกิตล่วงหน้าทำให้เทียบโอนมหาวิทยาลัยและเรียนจบได้เร็วขึ้น
4.1.4 ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง ผู้เรียน เรียนจบได้เร็วขึ้น ทำให้ช่วยลดค่าเทอม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเรียน ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการทำพอร์ตโฟลิโอและค่าออก Transcript
4.1.5 ลดระยะเวลาดำเนินการแก่มหาวิทยาลัย ช่วยให้มหาวิทยาลัยลดเวลาของบุคลากรในการดำเนินการโอนหน่วยกิตและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของพอร์ตโฟลิโอ
4.1.6 ลดภาระลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในการจัดทำพอร์ตโฟลิโอ และการเรียนพิเศษซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองสามารถมอบโอกาสทางการศึกษาที่ดีที่สุดให้แก่บุตรหลานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณที่สูงเกินไป
4.1.7 สนับสนุนให้นักศึกษามีโอกาสศึกษาต่อหรือเปลี่ยนสายอาชีพได้อย่างสะดวก การสะสมหน่วยกิตในระบบที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลช่วยให้นักศึกษาสามารถโอนย้ายหน่วยกิตระหว่างสถาบัน หรือแม้กระทั่งศึกษาต่อในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
4.1.8 สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ การศึกษาต่อเนื่อง หรือการเรียนรู้ตามความสนใจส่วนตัว
4.1.9 ลดภาระของมหาวิทยาลัยในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครเข้ามหาวิทยาลัย โดยช่วยให้มหาวิทยาลัยลดเวลาของบุคลากรในการดำเนินการโอนหน่วยกิตและการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของพอร์ตโฟลิโอ
5. ค่าใช้จ่ายและแหล่งที่มาระยะเวลาในการดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2572 รวมงบประมาณทั้งสิ้น 5,413,746,000 บาท (ดูรายละเอียดในตาราง)

ตารางค่าใช้จ่าย
ข้อเสนอของส่วนราชการ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขอเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดังนี้
-ให้ความเห็นชอบโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 5,413,746,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 2569 – 2572)
โดยขอผูกพันงบประมาณ ดังนี้
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 773,392,800 บาท
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 1,160,088,000 บาท
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 จำนวน 1,546,784,400 บาท
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2572 จำนวน 1,933,480,800 บาท
-อนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว ตามข้อ 8.1 ตั้งคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ตามนัยมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ต่อสำนักงบประมาณ

เอกสาร อว.เสนอครม.
ขณะที่ คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
1. อนุมัติในหลักการการยื่นคำของบประมาณรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ตามนัยมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ วงเงินรวมทั้งสิ้น 5,413.75 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 2569 - 2572)
ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย เช่น
กระทรวงการคลัง เห็นควรเชื่อมโยงหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษาอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและการจัดหาระบบคลาวด์ควรดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย มาตรฐาน และกรอบกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว สำหรับการกำหนดกรอบการจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กำหนดตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นว่าหากจะมีการพัฒนาระบบในการสะสมและจัดการข้อมูลทักษะที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาและอาชีพ ควรมีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ในการออกแบบพิมพ์เขียว (blueprint) ระดับประเทศ โดยพิจารณาต่อยอดจากแพลตฟอร์มการพัฒนาทักษะและยกระดับทักษะของบุคคลที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว และออกแบบองค์ประกอบภายในแพลตฟอร์ม (module) ที่มีการกำหนดบทบาทหน้าที่และผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนอย่างเป็นเอกภาพบนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนพัฒนาทักษะของกำลังคนได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
2. มอบหมายให้สำนักงบประมาณนำคำของบประมาณฯ ตามข้อ 1 ไปพิจารณาร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อกลั่นกรองความจำเป็นเหมาะสมในภาพรวมของข้อเสนองบประมาณของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐในรายการงบลงทุนและรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปทั้งหมด ให้เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แล้วให้สำนักงบประมาณนำผลการพิจารณาในภาพรวมทั้งหมดเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนและกรอบเวลาของปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต่อไป
3. ในขั้นการดำเนินโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดังกล่าว ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนและเหมาะสมเกี่ยวกับแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ รวมทั้งการจัดทำระบบคลังหน่วยกิตของโครงการฯ เพื่อให้สอดคล้อง เชื่อมโยงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และไม่เกิดความซ้ำซ้อนการดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio : Empowering Educations) ของกระทรวงศึกษาธิการ และสามารถตอบสนองต่อการวางแผนการพัฒนากำลังคนของประเทศได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อไป
หากมีข้อมูลเพิ่มเติม จะนำมาเสนอต่อไป




