เปิดปมดีลซื้อวัคซีนโควิดโมเดอร์นา 2.9 พันล้าน ของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หลังถูก สตง. สอบพบปัญหา หน่วยงานไม่นิ่งนอนใจ สั่งตั้งคกก.สอบข้อเท็จจริงทันที พบมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 40 ราย สภาฯ กำชับให้ดำเนินการทางวินัยผู้กระทำผิดโดยเร็ว
จากกรณี สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้สรุปผลการตรวจสอบโครงการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของหน่วยงานวิจัยด้านสาธารณสุขแห่งหนึ่ง พบข้อบกพร่องหลายประการ โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขส่งมอบวัคซีนที่กว้างเกินไป และการจ่ายเงินล่วงหน้าเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด จนอาจสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานกว่า 2,923 ล้านบาท
พร้อมเสนอให้หน่วยงานดำเนินการตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารสัญญา รวมทั้งเร่งเจรจาขอคืนเงินล่วงหน้าที่คงเหลือจากผู้ขายโดยเร็ว
ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตามผลการดำเนินการ โดยหน่วยงานได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพประกอบข่าว
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลเป็นทางการว่า หน่วยงานวิจัยด้านสาธารณสุขที่ถูกตรวจสอบพบปัญหาการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาข้างต้น คือ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
โดยในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ สตง. ระบุว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหายทั้งหมด มีประมาณ 40 ราย มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 คณะกรรมการฯ ได้เรียกผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำแล้ว จำนวน 11 ราย
สำหรับการดำเนินการกับบุคคลที่พ้นสภาพจากการเป็นผู้ปฏิบัติงาน คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ทราบข้อมูลว่า มีหน่วยงานกลางได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ขณะที่สภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้กำชับให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้กระทำผิดโดยเร็วแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ดำเนินการกับเอกชนรายหนึ่ง โดยในช่วงการส่งมอบวัคซีนครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 เป็นช่วงเดียวกับที่รัฐบาลในขณะนั้น เร่งฉีดวัคซีนเชิงรุกฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั่วประเทศให้เร็วกว่าเดิม เพื่อเป็นเข็มกระตุ้น ให้พร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด สายพันธุ์โอไมครอน ทำให้การจัดจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นผลมาจากแผนการดำเนินงานที่ไม่ชัดเจนเพียงพอของผู้รับผิดชอบด้วย
ส่วนข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ จะนำมาเสนอต่อไป




