News Logo
หน้าแรก
สสว.แจ้งศิลปากรยกอุทธรณ์ 2 โครงการ 994 ล. - ถ้าไม่พอใจให้ฟ้องศาลปกครอง

สสว.แจ้งศิลปากรยกอุทธรณ์ 2 โครงการ 994 ล. - ถ้าไม่พอใจให้ฟ้องศาลปกครอง

1 ส.ค. 2569 09:44
ผู้ชม 36 คน

เป็นทางการ! สสว.ทำหนังสือแจ้ง ม.ศิลปากร ผลการพิจารณายกอุทธรณ์ 2 โครงการ 994 ล้าน เหตุแจงทำตามเกณฑ์-โปร่งใส-เป็นธรรม ถ้าไม่พอใจให้ฟ้องศาลปกครอง

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ร่วมโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาท ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่าเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกโครงการมีความไม่เป็นโปร่งใส โดย มีการประกาศผลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกคือมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) แต่มหาวิทยาศิลปากรยื่นอุทธรณ์ผลการเลือกไปยัง สสว.เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากรรอผลอุทธรณ์ แต่ ทาง สสว.และมหาวิทยาลัยมหิดลมีการเซ็นสัญญาร่วมกันแล้วเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีโครงการ พัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME (Marketplace & Open Commerce Network) วงเงิน 499 ล้านบาท ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรถูกตัดสิทธิโดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติ ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงทำหนังสืออุทธรณ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่ก็ไม่ได้แจ้งผลการอุทธรณ์ ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือก และเซ็นสัญญากับ สสว. ไปแล้วเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สรุปแล้วมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือกจากสสว.ทั้ง 2 โครงการ รวมวงเงิน 994 ล้านบาทนั้น

1785292780094-750f8dbed242dd1e

1785292780094-750f8dbed242dd1e

ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร 2 ฉบับ เพื่อแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ทั้ง 2 โครงการ

ทั้งนี้ หนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ผลการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย ระบุว่า ตามที่ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้อุทธรณ์ผลการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการ โดยขอให้ สสว.ทบทวนและเพิกถอนผลการพิจารณาเดิมในส่วนที่เห็นว่ามหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากหนังสือมอบอำนาจไม่ถูกต้อง และขอให้รับข้อเสนอโครงการของมหาวิทยาลัยศิลปากรเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคัดเลือกในลำดับต่อไป รายละเอียดแจ้งแล้ว นั้น

หนังสือระบุว่า สสว. ขอเรียนว่าผู้อำนวยการ สสว. ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองได้พิจารณาคำอุทธรณ์แล้วไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์และได้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลต่อคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในฐานะผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์ ต่อมาในคราวประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ได้พิจารณาคำอุทธรณ์แล้วเห็นว่าหนังสือมอบอำนาจของมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจจำนวน 3 คนร่วมกันดำเนินการและลงนามในเอกสารยื่นข้อเสนอ โดยมิได้ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจคนใดคนหนึ่งมีอำนาจดำเนินการ หรือลงนามแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรได้โดยลำพัง เมื่อแบบคำขอรับความช่วยเหลือซึ่งเป็นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ มีเพียงอาจารย์ ดร.ศรายุทธ แสนมี ลงนามแต่เพียงผู้เดียว การลงนามดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ปรากฏในหนังสือมอบอำนาจ และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการลงนามโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรตามเอกสารที่ยื่นไว้ภายในกำหนดยื่นข้อเสนอ

หนังสือยังระบุว่า ในการตรวจสอบเอกสารยื่นข้อเสนอ คณะกรรมการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานเพื่อดำเนินงานโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย จำเป็นต้องพิจารณาตามข้อความและขอบเขตอำนาจที่ปรากฏในเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายนำส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้หลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกัน เมื่อหนังสือมอบอำนาจใช้คำว่า “และ” เชื่อมรายชื่อผู้รับมอบอำนาจทั้งสามคน ประกอบกับไม่มีข้อความกำหนดให้ผู้รับมอบอำนาจคนใดคนหนึ่งสามารถดำเนินการได้โดยลำพัง จึงต้องรับฟังตามข้อความที่ปรากฏว่า ผู้รับมอบอำนาจทั้ง 3 คนต้องร่วมกันดำเนินการตามขอบเขตแห่งการมอบอำนาจดังกล่าว ส่วนคำชี้แจงในภายหลังว่า การใช้คำว่า “และ” เกิดจากความคลาดเคลื่อนในการจัดทำเอกสาร หรือผู้มอบอำนาจมีเจตนาให้ผู้รับมอบอำนาจแต่ละคนสามารถแยกกันดำเนินการได้นั้น แม้จะรับไว้ประกอบการพิจารณาคำอุทธรณ์ ไม่อาจนำมาเปลี่ยนแปลงข้อความหรือขอบเขตแห่งการมอบอำนาจตามเอกสารที่ได้ยื่นไว้และมีผลใช้ประกอบการพิจารณา ณ วันสิ้นสุดระยะเวลายื่นข้อเสนอได้ หากยอมให้มีการอธิบายหรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของเอกสารภายหลังกำหนดเวลายื่นข้อเสนอ ย่อมอาจทำให้การพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และกระทบต่อหลักความเสมอภาค ความโปร่งใส และความเป็นธรรมผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ได้จัดทำและยื่นเอกสารอย่างถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา

หนังสือระบุอีกว่า สำหรับกรณีที่มหาวิทยาลัยศิลปากรขอให้รับรองหรือให้สัตยาบันแก่การลงนามดังกล่าวในภายหลังนั้น กระบวนการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย ปีงบประมาณ 2569 กำหนดให้คุณสมบัติและเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอต้องครบถ้วนสมบูรณ์ภายในกำหนดเวลายื่นข้อเสนอ ประกอบกับกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว การรับรองหรือให้สัตยาบันในภายหลังจึงไม่อาจนำมาเปลี่ยนแปลงสถานะความครบถ้วนของเอกสาร ณ วันยื่นข้อเสนอ หรือเยียวยาข้อบกพร่องอันเป็นสาระสำคัญภายหลังพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อมาตรฐานการดำเนินงานของ สสว. และความเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น

“ด้วยเหตุผลดังกล่าว มหาวิทยาลัยศิลปากรจึงไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานในโครงการดังกล่าว คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงมีมติให้ยกอุทธรณ์ และมอบหมายให้ผู้อำนวยการ สสว. แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้มหาวิทยาลัยศิลปากรทราบต่อไป”หนังสือระบุ

หนังสือย้ำว่า ทั้งนี้ หากท่านไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ มีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครอง ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ตามมาตรา 49 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

หนังสือ สสว. (1)

หนังสือ สสว. (1)

สำหรับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ผลการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ปีงบประมาณ 2569 ระบุว่า ตามที่ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้อุทธรณ์ขอให้สำนักงาน สสว. ดำเนินการพิจารณาทบทวนและเพิกถอนผลการพิจารณา กรณีมหาวิทยาลัยศิลปากรยื่นขอรับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ซึ่งต่อมา สสว. ได้ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการฯ นั้น

ผู้อำนวยการ สสว. ได้พิจารณาอุทธรณ์แล้ว เห็นว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและค่าน้ำหนักคะแนนที่ใช้ในการประเมินเป็นหลักเกณฑ์เดียวกันกับเอกสารแนบท้ายประกาศเชิญชวนหน่วยงานที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ จากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 ในโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ฉบับลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ดังนั้น การดำเนินการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศไว้และเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้

“ผู้อำนวยการ สสว. จึงไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ และได้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในฐานะผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ตามมาตรา 44 แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 โดยคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการประชุมครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พิจารณาความเห็นพร้อมเหตุผลแล้วเห็นพ้องกับความเห็นของผู้อำนวยการ สสว. จึงมีมติยกอุทธรณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมอบหมายให้ผู้อำนวยการ สสว. เป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าว” หนังสือระบุ

หนังสือฉบับนี้ ยังระบุด้วยว่า ทั้งนี้ หากผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ฉบับนี้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 49 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

หนังสือ สสว. (2)

หนังสือ สสว. (2)

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวจัดซื้อจ้าง
สสว
โครงการช่วยเหลือเอสเอ็มอี
ศิลปากร



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนข้าราชการไทย (17) ย้ายหน่วยงานได้ แต่ความผิดในอดีตยังติดตามมา
บทเรียนข้าราชการไทย (17) ย้ายหน่วยงานได้ แต่ความผิดในอดีตยังติดตามมา