News Logo
หน้าแรก
ปอท. บุกจับ 2 แม่ลูก เปิด 2 บังหน้าฟอกเงินผ่านคริปโต หมุนเวียน 4 พัน ล

ปอท. บุกจับ 2 แม่ลูก เปิด 2 บังหน้าฟอกเงินผ่านคริปโต หมุนเวียน 4 พัน ล

24 เม.ย. 2569 19:20
ผู้ชม 4 คน

ตำรวจ ปอท. บุกจับสองแม่ลูก เปิดบริษัทบังหน้าฟอกเงินข้ามชาติผ่านคริปโต พบเงินหมุนเวียนกว่า 4,000 ล้านบาท เชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับโลก

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 24 เมษายน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. รรท.ผกก.2 บก.ปอท. และ กก.2 บก.ปอท. เข้าจับกุม นายเสริมศักดิ์ อายุ 20 ปี และ นางปริชาติ อายุ 51 ปี สองแม่ลูก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.320 และ 325/2568 ลงวันที่ 19 ส.ค.68 ในข้อหา "สนับสนุนฉ้อโกง, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน"

การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านพักในพื้นที่อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมทั้งสิ้น 15 รายการ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากการประสานงานกับหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations หรือ HSI) ซึ่งได้ทำการสืบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์ในลักษณะ "Pig Butchering" หรือการหลอกให้รักและลงทุน โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากในประเทศสหรัฐอเมริกา

จากการสืบสวน HSI สามารถอายัดเหรียญดิจิทัลสกุล USDT ได้มากกว่า 100 ล้าน USDT หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,200 ล้านบาท และพบว่าเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าวเชื่อมโยงมาถึงกลุ่มบุคคลในประเทศไทย จึงได้ประสานข้อมูลมายังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.

จ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ได้ขยายผลตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายในประเทศไทย จนพบว่านายเสริมศักดิ์และนางปริชาติ มีพฤติการณ์เปิดบริษัทบังหน้า โดยใช้บัญชีธนาคารของบริษัทรับเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากนั้นจะทำการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ แล้วโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ตามคำสั่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากการสอบสวน นายเสริมศักดิ์ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ขอให้นางปริชาติ มารดา ร่วมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเป็น "ธุรกิจบังหน้า" โดยอ้างว่าดำเนินกิจการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาด้านงานวิจัย แต่ในความเป็นจริงกลับนำบัญชีของบริษัทดังกล่าวมาใช้เป็นช่องทางในการรับแลกเหรียญดิจิทัลและรับฟอกเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีผู้ว่าจ้างเป็นชาวจีน

โดยมีวิธีการดำเนินการฟอกเงินคือ การรับโอนเหรียญดิจิทัลผ่านเครือข่ายหนึ่ง ก่อนจะแปลงและโอนเหรียญดิจิทัลข้ามไปยังอีกเครือข่ายหนึ่ง (Cross-chain) เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยได้รับค่าจ้าง 100 USDT ต่อการแปลงข้ามเครือข่ายมูลค่า 1 ล้าน USDT

นอกจากนี้ การสืบสวนเชิงลึกยังพบว่านายเสริมศักดิ์ทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกับบุคคลอื่นอีก 3 คน โดยมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของการหาลูกค้า การดูแลบัญชี และการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน โดยนายเสริมศักดิ์ทำหน้าที่โอนเหรียญดิจิทัลและโอนเงินบาท

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ถึง ตุลาคม 2568 บัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัลของนายเสริมศักดิ์มีเหรียญดิจิทัลหมุนเวียนรวมสูงถึงกว่า 4,000 ล้านบาท

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์ในประเทศไทยมากกว่า 10 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 ล้านบาท โดยมีทั้งคดีที่เกี่ยวกับการหลอกลงทุนและหลอกให้ทำภารกิจเพื่อหารายได้พิเศษ อีกทั้งยังพบว่านายเสริมศักดิ์อยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับคดีหลอกลงทุนหุ้นของ สภ.เมืองอุดรธานีด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม.คุ้มครองสิทธิชาววังน้ำเขียว ถูกศาลสั่งจำคุกคดีรุกพื้นที่ทับซ้อน
กสม.คุ้มครองสิทธิชาววังน้ำเขียว ถูกศาลสั่งจำคุกคดีรุกพื้นที่ทับซ้อน