ศาลแพ่งรับฟ้อง 'เนต้า' เป็นคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม เปิดทางผู้ใช้รถกว่า 20,000 ราย เรียกค่าเสียหาย จากปัญหารถเสียแล้วไม่มีอะไหล่ ศูนย์บริการทยอยปิดตัว และไม่ได้รับป้ายทะเบียน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งรับฟ้องคดี เนต้า เป็นคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม เปิดทางให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเนต้ากว่า 20,000 รายทั่วประเทศ สามารถเรียกค่าเสียหายจากปัญหารถชำรุด ไม่มีอะไหล่ ศูนย์บริการทยอยปิดตัว และไม่สามารถจดทะเบียนป้ายขาวได้
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อเนต้าได้รับความเสียหายจากปัญหาความชำรุดบกพร่องของตัวรถ อะไหล่ขาดแคลน รวมถึงไม่สามารถจดทะเบียนรถได้ สภาผู้บริโภคและตัวแทนผู้เสียหายจึงยื่นฟ้องบริษัทเนต้า (NETA) และบริษัทผู้ผลิต ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ก่อนที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ศาลจะมีคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่ม ครอบคลุมผู้ซื้อและจดทะเบียนรถเนต้าทั่วประเทศกว่า 20,000 ราย
ว่าที่ร้อยตรีสมชาย อามีน ทนายความผู้รับผิดชอบคดี เปิดเผยว่า การฟ้องคดีแบบกลุ่มถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองประชาชนที่ได้รับความเสียหายมูลค่าไม่สูงมากจนไม่คุ้มจะฟ้องร้องด้วยตนเอง เช่น ความเสียหายราว 50,000 บาท ซึ่งหลายคนอาจไม่พร้อมเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการดำเนินคดี โดยผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาศาลก็ยังได้รับสิทธิคุ้มครอง เพราะหากมีคำพิพากษาแล้ว เพียงนำหลักฐานมาแสดงต่อศาลก็สามารถรับสิทธิได้เช่นเดียวกัน
ในการไต่สวน มีเพียงบริษัท บางชันเยนเนอรัลเอเซมบลี จำกัด ที่เดินทางมาศาล อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจำเลยยังมีสิทธิยื่นคัดค้านคำสั่งภายใน 7 วัน หากมีการยื่นค้าน สภาผู้บริโภคจะส่งคำชี้แจงต่อศาลชั้นสูงเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาไม่เกิน 8 เดือน หลังคำสั่งถึงที่สุด สภาผู้บริโภคจะประกาศผ่านหนังสือพิมพ์รายวันติดต่อกัน 3 วัน รวมถึงเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสภาผู้บริโภค เว็บไซต์ศาล และสื่อสาธารณะ เพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายรับทราบโดยทั่วกัน
ว่าที่ร้อยตรีสมชาย ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ซื้อรถเนต้าที่ได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกัน จะถือเป็นสมาชิกกลุ่มโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย แม้ไม่เคยร่วมลงชื่อฟ้องมาก่อน หากศาลตัดสินให้ฝ่ายโจทก์ชนะคดี สมาชิกกลุ่มจะได้รับค่าเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่ศาลกำหนด แต่หากผู้ใดไม่ต้องการให้คำพิพากษามีผลกับตนเอง เช่น ต้องการฟ้องแยกเป็นรายบุคคล จะต้องยื่นเรื่องขอออกจากกลุ่มภายในเวลาที่กำหนด และเมื่อถอนตัวแล้วจะไม่สามารถกลับเข้ามาร่วมคดีนี้ได้อีก
สำหรับแนวทางการเยียวยา ผู้บริโภคได้เสนอเงื่อนไขต่อศาลไว้ 4-5 ประเด็น ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อตัวรถและทรัพย์สิน ค่าเปลี่ยนอะไหล่ ค่าเสียโอกาสจากการไม่ได้ใช้รถ รวมถึงค่าเสียหายทางจิตใจ โดยสมาชิกกลุ่มที่ต้องการรับเงินชดเชยจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันการซื้อรถและความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ใบเสร็จค่าซ่อม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศาลตรวจสอบก่อนจ่ายเงิน
ทั้งนี้ ศาลรับให้สภาผู้บริโภคเป็นโจทก์ที่ 1 และผู้เสียหายที่ซื้อรถเนต้าโดยตรงเป็นโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 6 โดยว่าที่ร้อยตรีสมชาย มองว่า การที่ศาลรับสภาผู้บริโภคเป็นโจทก์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญ เพราะที่ผ่านมา ผู้ฟ้องคดีแบบกลุ่มมักต้องเป็นผู้ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกับสมาชิกกลุ่ม แต่ศาลพิจารณาจากเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ให้อำนาจสภาผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภค จึงถือเป็นพัฒนาการสำคัญด้านการคุ้มครองสิทธิประชาชน
“การที่ศาลให้สภาผู้บริโภคเป็นโจทก์ที่ 1 ช่วยป้องกันการล็อบบี้ให้โจทก์ผู้เสียหายทยอยถอนฟ้อง ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายคดีสาธารณะ เพราะอย่างน้อยยังมีสภาผู้บริโภคเป็นโจทก์ คดีก็ยังเดินหน้าต่อได้” ว่าที่ร้อยตรีสมชาย กล่าว
ในส่วนของมาตรการกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้กำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลากตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการต้องจัดทำฉลากที่แสดงข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน อ่านได้ชัดเจน รวมถึงจัดทำ e-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อที่จำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
อย่างไรก็ตาม ว่าที่ร้อยตรีสมชาย เห็นว่า มาตรการควบคุมฉลากเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะหากผู้บริโภคซื้อรถไปแล้วพบว่าสินค้าไม่มีคุณสมบัติหรือประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับรองมาตรฐานหรือรับผิดชอบความเสียหายโดยตรง จึงเสนอให้รัฐเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ กฎหมายเลมอน ลอว์ เพื่อให้ผู้บริโภคที่ซื้อรถแล้วพบว่าสินค้าไม่ตรงตามโฆษณา สามารถใช้สิทธิคืนรถได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ว่าที่ร้อยตรีสมชาย ยังฝากถึงผู้บริโภคว่า ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ควรตรวจสอบแหล่งที่มา ผู้ผลิต และความน่าเชื่อถือของผู้ขาย โดยเฉพาะสินค้าออนไลน์ที่มักมีปัญหาไม่ตรงปก พร้อมแนะนำให้เก็บหลักฐานการซื้อขายไว้ทุกครั้ง เพราะเป็นหลักฐานสำคัญในการเรียกร้องสิทธิเมื่อเกิดปัญหา ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากสินค้าหรือบริการสามารถร้องเรียนได้ที่สภาผู้บริโภค สคบ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง




