'พริษฐ์' กาง 4 ประเด็นขับเคลื่อน หลังประธานศาลรัฐธรรมนูญชี้ ประชาชนเลือกตั้ง สสร. ได้โดยตรง ได้แก่ พรรคประชาชนเตรียมลุยดันเข้าสภาฯ เชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไข จี้พรรคการเมืองอื่นทบทวนร่างตนเอง และส่งสัญญาณถึงพรรคภูมิใจไทยให้นำข้อมูลใหม่นี้ไปพิจารณาอย่างรอบคอบ
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ในการแถลงของคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หลังจากประธานศาลรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนว่าประชาชนสามารถเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้โดยตรง พรรคประชาชนจะเดินหน้าผลักดันให้ สสร. มาจากการเลือกตั้ง 100% พร้อมเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยนำข้อมูลใหม่นี้ไปประกอบการพิจารณา
นายพริษฐ์ ระบุว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เมื่อเดือนกันยายน 2568 ที่เคยระบุว่ารัฐสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. โดยตรงได้นั้น ถือเป็นข้อจำกัดในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แต่จากการหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ระหว่างคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการศาลองค์กรอิสระ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำชี้แจงว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. ได้โดยตรง เนื่องจากคำวินิจฉัยเดิมห้ามเพียงการเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงเท่านั้น ส่งผลให้ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง อาจมีอำนาจเต็มในการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างและพิจารณาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ จากความชัดเจนดังกล่าว พรรคประชาชนจึงขอสื่อสารใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ
เดินหน้าดัน สสร. เลือกตั้ง : พรรคประชาชนยืนยันที่จะผลักดันให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการประชุมหารือในวันศุกร์ไปหารือในที่ประชุมสภาฯ วันพรุ่งนี้ (22 มิถุนายน 2569)
ชวนประชาชนร่วมลงชื่อ : เชิญชวนร่วมลงชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน เพื่อเสนอให้ สสร. มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งปัจจุบันรวบรวมได้แล้วกว่า 2.3 หมื่นรายชื่อ และหากครบ 5 หมื่นรายชื่อจะเสนอเข้าสู่รัฐสภาต่อไปได้
จี้พรรคการเมืองร่วมอุดมการณ์ทบทวนร่าง : ขอให้พรรคการเมืองที่เคยสนับสนุน สสร. เลือกตั้ง ร่วมกันทบทวนร่างของตนเองเพื่อผลักดันแนวทางนี้ร่วมกัน
ส่งสัญญาณถึงพรรคภูมิใจไทย : ขอให้นำข้อมูลใหม่นี้ไปพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อร่วมผลักดัน แต่หากยังปฏิเสธและเดินหน้าต่อ อาจถูกมองได้ว่ามีธงในใจที่จะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่เคยคลุมเครือ มาอ้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อผูกขาดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย 'ระบอบสีน้ำเงิน'




