ศาลอาญาเลื่อนคำสั่งคดี “กบฏ กปปส.39 แกนนำ” ปิดกรุงเทพฯ เหตุคดีอยู่ระหว่าง “ยื่นฎีกา” รอคำสั่ง “ศาลฎีกา” ชี้ขาด ทนายชี้ พ.ร.บ.สันติสุขเปิดช่องนิรโทษกรรม ยื่นให้ศาลจำหน่ายคดี ไร้กรอบเวลา รอลุ้นชะตา “สุเทพ-แก้วสรร-สมศักดิ์”
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 708 ศาลได้นัดฟังคำสั่งที่คู่ความในคดีขอให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กับพวกรวม 39 คน ฐานร่วมกันเป็นกบฏฯ จากเหตุการณ์ชุมนุมขับไล่รัฐบาลและชัตดาวน์กรุงเทพฯ ช่วงปี 2556 - 2557 ซึ่งมีการยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาได้มีคำสั่งเลื่อนการฟังคำสั่งออกไป เนื่องจากคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นฎีกา จึงต้องรอคำสั่งจากศาลฎีกาก่อน
โดยวันนี้ นายแก้วสรร อติโพธิ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข อดีตแกนนำ กปปส. ได้เดินทางมายังศาลและเดินทางกลับทันทีหลังทราบคำสั่งเลื่อน
นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของกลุ่มแกนนำ กปปส. เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ภายหลังจากพระราชบัญญัติเสริมสร้างสันติสุขมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีการชุมนุมทางการเมืองย้อนหลังตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ซึ่งตนเห็นว่าการกระทำของกลุ่มลูกความของตนเองเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ทำให้ศาลต้องจำหน่ายคดีที่อยู่ในศาลทั้งหมด ทนายความกล่าวว่ามี 2 ช่องทาง คือ คดีที่สิ้นสุดแล้วจะต้องยื่นต่อคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น ส่วนคดีนี้ ตนได้ยื่นคำร้องในทุกคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองเพื่อขอให้ศาลจำหน่ายคดีแล้ว
นายสวัสดิ์ยังระบุอีกว่า ในคดีนี้จำเลยมีหลายคน รวมถึงพนักงานอัยการก็ได้ยื่นฎีกา เบื้องต้นศาลได้มีคำสั่งรับฎีกาแล้ว แต่ศาลอาญากลับออกหมายนัดมาฟังคำสั่งคดีในวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนได้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม และพบว่าคดีนี้อยู่ระหว่างการฎีกาจิ๋ว ซึ่งเป็นสาเหตุของการเลื่อนฟังคำสั่งในวันนี้
ทนายความกลุ่ม กปปส. กล่าวเสริมว่า เมื่อมีการยกเลิกตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ศาลอาญาจะต้องส่งสำนวนคดีไปที่ศาลฎีกา เนื่องจากอำนาจในการพิจารณาอยู่ในศาลฎีกาแล้ว ทั้งนี้ การยื่นฎีกาของจำเลยไม่ได้มีเพียงนายสุเทพเพียงคนเดียว แต่ยังมีจำเลยคนอื่นอีกจำนวนมากที่ยื่นไปแล้ว เหลือเพียง 6-7 คนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการยื่นฎีกา โดยหลักการการยื่นฎีกาเป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่หากเป็นเหตุแห่งลักษณะคดีแล้ว แม้ว่าจำเลยบางคนไม่ได้ยื่นฎีกา แต่ศาลเห็นว่าเป็นเหตุแห่งลักษณะคดี ก็สามารถพิพากษาไปถึงจำเลยที่ไม่ได้ยื่นฎีกาได้
ส่วนการนัดฟังคำสั่งของศาลอาญาจะต้องรอคำสั่งจากศาลฎีกา ซึ่งไม่มีกรอบเวลากำหนดที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล โดยศาลฎีกาจะแจ้งคำสั่งไปยังทนายจำเลยทุกคน ซึ่งตนดูแลทั้งหมด 39 คน ทั้งนี้ การที่นายแก้วสรร และนายสมศักดิ์ มาในวันนี้ อาจเกิดจากการประสานงานระหว่างลูกความ 39 คนของตนเองที่อาจขาดตกบกพร่องไปบ้าง เนื่องจากบางคนเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือและไม่สามารถติดต่อทางแอปพลิเคชันไลน์ได้
สำหรับคดีการชุมนุมของ กปปส.นี้ ศาลอุทธรณ์เคยมีคำพิพากษายกฟ้องข้อหากบฏและก่อการร้ายก่อนหน้านี้ แต่ได้พิพากษาลดโทษจำคุกแกนนำหลายราย ซึ่งไม่รอลงอาญา และคดีขณะนี้อยู่ในชั้นศาลฎีกา




