‘อาสพลธ์’ โต้ ‘อดีตปลัด มท.’ ยันผู้บริหารชุดปัจจุบันไม่ใช่ต้นเหตุ แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่นฝังรากลึกหลายปี แต่กลับไร้การตรวจสอบ-ยื้อใช้ TOR เดิมทั้งที่มีช่องโหว่ ชี้หากอดีตปราบปรามจริงจังตั้งแต่แรก วันนี้ลูกหลานคงไม่ต้องเสียโอกาสนานหลายปี
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอาย พร้อมยืนยันว่าในระหว่างดำรงตำแหน่ง แม้จะได้รับข้อร้องเรียนในลักษณะเดียวกัน แต่แต่ก็ไม่ได้เจอเหตุอะไรและยืนยันว่าทำอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ ยังได้ฝากข้อคิดถึงผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบัน ให้ยึดมั่นในการทำความดี อย่าทำสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ และอย่าเกรงกลัวต่ออำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากข้าราชการทุกคนคือข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ภาษีของประชาชน
นายอาสพลธ์ ระบุว่า ตนเคารพนายสุทธิพงษ์ในฐานะที่รับราชการมาอย่างยาวนาน และเห็นพ้องว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าละอายจริง อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้ติดตามและสอบสวนคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตนจำเป็นต้องนำข้อเท็จจริงในส่วนที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงมาชี้แจงต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่า ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบันเป็นต้นเหตุของปัญหา ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้บริหารชุดปัจจุบันเป็นผู้เข้ามาเปิดเผยความผิดปกติและนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ข้อเท็จจริงที่ 1 ขบวนการนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เนื่องจากอดีตปลัดยอมรับเองว่า ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบเข้ามาแล้ว แต่ “ไม่เจอเหตุอะไร” ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพบความเชื่อมโยงกับการสอบท้องถิ่นปี 2564 พร้อมทั้งรับการสอบคัดเลือกตำแหน่งบริหารท้องถิ่นปี 2564 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ ซึ่งพบผู้เกี่ยวข้องถึง 10 ราย และมีตำแหน่งสูงสุดถึงระดับอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น โดยพบลักษณะการแก้ไขคะแนนรูปแบบเดียวกับการสอบปี 2568
นอกจากนี้ กมธ.ป.ป.ช. ยังพบว่า ในอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตำรวจได้รับแจ้งความจากผู้ที่จ่ายเงินให้นายหน้ามาตั้งแต่ปี 2566 แต่สุดท้ายกลับไม่มีรายชื่อเป็นผู้สอบผ่าน ข้อเท็จจริงเหล่านี้จึงชี้ชัดว่า ขบวนการดังกล่าวได้ก่อตัวและเติบโตมานานหลายปี ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน
ข้อเท็จจริงที่ 2 คือ แม้จะมีเรื่องร้องเรียน แต่กลับไร้การแก้ไขปัญหาในการสอบแข่งขัน นายอาสพลธ์ ระบุว่า ที่ผ่านมามีการจัดสอบในปี 2560, 2562 และ 2564 ถึงแม้จะมีการร้องเรียนเรื่องการทุจริต แต่ผู้บริหารทั้งระดับกรมและระดับกระทรวงในขณะนั้น กลับไม่ได้มีการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ให้รัดกุม เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตให้เข้มข้นขึ้น แต่ยังคงนำ TOR เดิมตั้งแต่ปี 2560 มาใช้ในการจัดสอบปี 2562 และ 2564
กระทั่งเพิ่งจะมีการปรับปรุง TOR ในการจัดสอบปี 2568 เนื่องจากผู้บริหารกระทรวงชุดปัจจุบันมีความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหา จึงเกิดมาตรการป้องกันการทุจริตต่างๆ เพิ่มขึ้น อาทิ การลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOA) ร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.), ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง. และ ปปป. รวมทั้งมีการแก้ไข TOR โดย TOR สำหรับการจัดสอบปี 2568 เกิดจากการนำ TOR ปี 2564 มาพัฒนาร่วมกับ TOR ของ ก.พ. และ TOR ของ สตง. ซึ่งหากเปรียบเทียบกับของเดิม จะมีความรัดกุมมากขึ้นกว่าเดิม
นายอาสพลธ์ ย้ำว่า ปัจจุบันคดียังไม่สิ้นสุดและจะมีการติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคดีดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 คน การนำผู้กระทำผิดมารับโทษจึงต้องใช้เวลาและดำเนินการอย่างรอบคอบตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดย กมธ.ป.ป.ช. ได้เชิญ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ มาให้ข้อมูลและชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อให้คดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนายหน้าในทุกจังหวัดได้รับการดำเนินคดีด้วยมาตรฐานเดียวกัน โดยไม่มีการปล่อยให้เรื่องเงียบหาย หรือยุติเรื่องด้วยการคืนเงินกันเอง และจะต้องสืบสวนขยายผลให้ถึงผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใดก็ตาม
นายอาสพลธ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การปราบปรามการทุจริตถือเป็น ‘หน้าที่โดยตรง’ โดยกรณีที่อดีตปลัดได้ฝากข้อคิดว่า ‘อย่าทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่’ นั้น ตนขอเรียนด้วยความเคารพว่า การปกป้องระบบคุณธรรมและการป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายตำแหน่งราชการ ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ดังเช่นที่เคยอดีตปลัดฯกล่าวไว้ว่า ข้าราชการทุกคนคือข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และปฏิบัติงานโดยอาศัยเงินเดือนจากภาษีของประชาชน
ทั้งนี้ หากเรื่องร้องเรียนในอดีตได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง และช่องโหว่ถูกปิดตั้งแต่วันนั้น ปัจจุบันคงไม่ต้องมาปราบปรามขบวนการที่ใหญ่โตขนาดนี้ในวันนี้ และลูกหลานของพี่น้องที่สอบด้วยความสุจริต คงไม่ต้องเสียโอกาสมาหลายปี
“ผมขอให้สังคมมองเห็นความจริงว่า การที่วันนี้เราจับได้ เพราะวันนี้นายกรัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เอาจริงกมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปจนถึงที่สุด และจะรายงานความคืบหน้าให้พี่น้องทราบเป็นระยะครับ” นายอาสพลธ์ ระบุ





