'ศุภนัฐ' ซัดงบน้ำท่วมค้างจ่ายประชาชนเพียบ หลังโอนแล้วกว่า 5.2 พันล้าน คาดต้องเพิ่มอีก 1.2 หมื่นล้าน ขณะที่โฆษกรัฐบาลยันงบไม่ตัน ยืนยันขยายวงเงินทดรองราชการและงบกลางปีปัจจุบันได้ตามระบบ
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีเงินเยียวยาน้ำท่วมว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติวงเงินไว้ 5,290 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดโอนจ่ายไปแล้วถึง 5,215 ล้านบาท จนแทบไม่เหลือวงเงินสำหรับผู้ประสบภัยรายอื่น จึงขอความชัดเจนว่ารัฐบาลจะเพิ่มกรอบวงเงินหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนถึงการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง
นายศุภณัฐ ระบุว่า เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามไปยังกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เหตุใดจึงประเมินความเสียหายต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 4 เท่า ส่งผลให้ผู้ประสบภัยอีกกว่า 1.7 ล้านราย (ส่วนใหญ่เป็นประชาชนในพื้นที่ กทม.กว่า 7 แสนราย) ยังไม่ได้รับการอนุมัติ โดยคาดว่าต้องใช้วงเงินเพิ่มเติมอีกประมาณ 12,000 ล้านบาท ความผิดพลาดนี้ส่งผลให้กระบวนการช่วยเหลือชะงักงัน ทำให้ประชาชนที่บ้านเรือนจมน้ำมานานหลายสัปดาห์ยังคงไม่ได้รับเงินเยียวยา
ขณะที่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความตอบกลับนายศุภณัฐว่า ‘ไม่รู้เรื่องหรือแกล้งไม่รู้’ พร้อมชี้แจงว่า เงินเยียวยาที่จ่ายในปัจจุบันนำมาจากงบกลางที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 (ซึ่งสิ้นสุดเมื่อ 30 กันยายน 2569) โดย ครม. มีมตินำเงินคงเหลือกว่า 4,700 ล้านบาทมาใช้เยียวยา สมทบกับเงินทดรองราชการกรณีภัยพิบัติที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งจ่ายจังหวัดละ 50 ล้านบาท ส่วนกรุงเทพฯ มีวงเงิน 100 ล้านบาท
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังได้ดำเนินการให้จังหวัดสามารถขยายวงเงินทดรองราชการได้เรียบร้อยแล้ว ส่วนงบกลางเป็นการจัดสรรจากเงินที่เหลืออยู่ หากจำเป็นต้องใช้เพิ่มเติมก็สามารถขออนุมัติใช้งบกลางของปีงบประมาณปัจจุบันได้ ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความเสี่ยงของการบริหารงบประมาณแบบเดิมที่ไม่สามารถคาดการณ์ภัยพิบัติได้ ดังนั้น การทำประกันภัยพิบัติแห่งชาติจึงเป็นแนวทางลดความเสี่ยงที่ช่วยให้การบริหาร




