ขยี้ปมกรมบัญชีกลางออกหนังสือเวียน'ว658' ทำป่วน เปิดรายละเอียดหนังสือ JICA ส่งถึงคลัง กรณีขยายเวลาสัญญาโครงการก่อสร้างระบบรถไฟสายสีแดงอีก 31.5 เดือน แต่ไม่จ่ายค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติมขัดกับแนวปฏิบัติทั่วไปตามมาตรฐานสากล
หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : จากกรณีที่ นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ลงนามในหนังสือเวียนด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 658 หรือ “ว 658” ถึงปลัดกระทรวง อธิบดี อธิการบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ผู้ว่าการ หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถิ่น และหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารสัญญาจ้างควบคุมงานก่อสร้าง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาเพื่อแจ้งให้หน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป
โดยสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ดังกล่าวคือเปลี่ยนแปลงการจ่ายค่าจ้างควบคุมงานจากเดิมที่จะแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนเท่าๆ กันตามอายุสัญญา เป็นกำหนดให้จ่ายเงินตามสัดส่วนผลงานที่ดำเนินการจริงโดยระบุว่าที่ผ่านมากรณีงานล่าช้าที่เป็นความผิดของผู้รับจ้างก่อสร้าง(ผู้รับเหมา) เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาแล้ว งานยังไม่แล้วเสร็จ แต่ผู้ให้บริการงานควบคุมงานก่อสร้าง ยังคงเรียกให้หน่วยงานของรัฐจ่ายเงินค่าจ้างควบคุมงานไปจนกว่างานจ้างก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ทั้งที่บริษัทผู้ควบคุมงานก่อสร้างได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนตามที่กำหนดในสัญญาจ้างควบคุมงานแล้ว ส่งผลให้หน่วยงานรัฐประสบปัญหาขาดงบประมาณในการจ่ายค่าจ้างส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้น
ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2560 มีการขยายเวลาก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง(สายสีแดง) ทางองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ทำจดหมายถึงกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เรื่อง การขอขยายระยะเวลาสัญญาจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ (PMC/ICE) จากเดิม 54.5 เดือน เป็น 86 เดือน (เพิ่มขึ้น 31.5 เดือน) โดย JICA แจ้งว่าไม่มีข้อคัดค้าน ในการขยายระยะเวลาออกไป แต่การขยายเวลาโดยไม่ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมนั้น "ไม่เป็นไปตามหลักสากล" โดยเฉพาะโครงการที่ซับซ้อนอย่างสายสีแดง ดังนั้นควรพิจารณาค่าตอบแทนที่เป็นธรรมเพื่อให้คงคุณภาพงานตามมาตรฐานสัญญา

ภาพประกอบรายงาน
โวยกรมบัญชีกลางออกหนังสือเวียน'ว658' ทำป่วน-JICA เคยเตือนขัดหลักสากล
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดในจดหมาย ของ JICA ที่ทำถึงกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เรื่อง การขอขยายระยะเวลาสัญญาจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ (PMC/ICE) ข้างต้น
........................................
องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) สำนักงานประเทศไทย ทำหนังสือเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2017 ถึง
กระทรวงการคลัง
เรียน ปลัดกระทรวงการคลัง
เรื่อง คำร้องของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
(อ้างอิงหนังสือเลขที่ SRT1/1730/2017 ลงวันที่ 22 กันยายน 2017) เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาสัญญา PMC/ICE สำหรับโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ามหานคร สายสีแดงในกรุงเทพฯ (ช่วงที่ 2 และ 3), เงินกู้ JICA เลขที่ TXXXI-1 และ TXXXIV-1
อ้างถึงหนังสือของการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 22 กันยายน 2017 และ 15 มีนาคม 2017 ซึ่งขอให้ JICA พิจารณาและให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการขยายระยะเวลา (EOT) ของสัญญาจ้างที่ปรึกษา PMC/ICE จากระยะเวลาเดิม 54.5 เดือน เป็น 86 เดือน รวมถึงการปรับตารางการชำระเงินจากงวดเดิม 55 งวด เป็น 86 งวด โดยยังคงวงเงินสัญญาคงเหลือเดิม
JICA ขอขอบคุณที่ รฟท. ได้นำข้อเสนอแนะของเราเกี่ยวกับการขยายเวลาและค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติม ซึ่งได้แจ้งไว้ในหนังสือเดือนเมษายนที่ผ่านมา เสนอให้คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาอีกครั้ง และต่อมาได้มีการส่งเรื่องสัญญา PMC/ICE ให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อัยการ) พิจารณาให้ความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว
ในเรื่องนี้ JICA ขอเรียนให้ทราบว่า
1.JICA ตระหนักว่า ระยะเวลาการให้บริการของที่ปรึกษา PMC/ICE จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2017 และ รฟท. อาจยังไม่ได้รับความเห็นอย่างเป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุดภายในเดือนพฤศจิกายน ดังนั้น จะส่งผลกระทบต่อโครงการ เนื่องจากประเด็นการขยายเวลาและค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติมยังไม่สามารถสรุปได้โดยเร็ว
เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม และครอบคลุมงานทั้งหมดตามสัญญา JICA ไม่มีข้อขัดข้องในหลักการ ต่อการขยายระยะเวลาสัญญา PMC/ICE จาก 54.5 เดือน เป็น 86 เดือน (เพิ่ม 31.5 เดือน) ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) เพื่อให้ที่ปรึกษาสามารถบริหารโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวนแมน-มันธ์ (man-month) ของบุคลากร PMC/ICE ในช่วงเวลาที่ขยาย ต้องมีเหตุผลเหมาะสมและได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่าง PMC/ICE และ รฟท. เพื่อรักษาระดับคุณภาพการให้บริการและมาตรฐานความปลอดภัยจนสิ้นสุดโครงการ โดยค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติมต้องสรุปบนพื้นฐานของความเห็นอย่างเป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุด และมติสุดท้ายของคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ข้อตกลงเพิ่มเติม (Supplementary Agreement) ในประเด็น EOT ต้องระบุเงื่อนไขอย่างชัดเจนและถูกต้องตามที่กล่าวไว้ในหนังสือนี้ และต้องเสนอให้ JICA พิจารณาให้ความเห็นชอบ
(2) ให้ใช้ ตารางการชำระเงินเดิมต่อไป จนกว่าประเด็นตามข้อ 1) จะแล้วเสร็จและได้รับความเห็นชอบจาก JICA
(3)หลังจากได้รับความเห็นจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ให้ รฟท. เสนอผลการตัดสินของคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมเอกสารที่จำเป็นอื่น ๆ (เช่น การคำนวณค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติม ตารางกำลังคนที่ปรับปรุงใหม่ และตารางการชำระเงิน ทั้งกรณีมีหรือไม่มีค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติม) ให้ JICA พิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อไป
2.ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยแจ้งสถานการณ์ปัจจุบันของการขยายเวลา (EOT) และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ EOT ให้ที่ปรึกษา PMC ทราบอย่างเป็นทางการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามลำดับ
3.หากการขยายเวลา (EOT) สำหรับสัญญา CSC จะได้รับการอนุมัติในลักษณะเดียวกับสัญญา PMC/ICE ขอให้พิจารณานำเงื่อนไขในข้อ 1) – 3) ข้างต้น ไปกำหนดไว้ในข้อตกลงเพิ่มเติม (Supplementary Agreement) ของสัญญา CSC ด้วย
4.JICA ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า การขยายเวลาโดยไม่มีค่าที่ปรึกษาเพิ่มเติมนั้นไม่เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะสำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนที่มีความซับซ้อน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมต่อที่ปรึกษา และเพื่อรักษาระดับคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตามที่กำหนดไว้ในภาคผนวก A ของสัญญา
JICA หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับทราบผลการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด และมติของคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยในโอกาสต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
นาย ฮิโรโอะ ทานากะ
หัวหน้าผู้แทน
สำนักงาน JICA ประเทศไทย
สำเนาถึง
– ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รักษาการ)
– ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง
– ฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก (กอง 4) สำนักงานใหญ่ JICA
(ดูหนังสือประกอบ)

หนังสือ JICA

หนังสือ JICA




