อนุฯ ความเสี่ยงแนะ รฟท.เตรียมแผนรับมือ 'ไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน'ไปต่อหรือพอแค่นี้ เผย 'พิพัฒน์' เคยค้านแก้สัญญากับซีพี ก่อนถูก 'อนุทิน' ยึดงาน 'อีอีซี' มาคุมเอง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณี บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซี.พี.) ผู้รับสัมปทาน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร วงเงิน 224,544 ล้านบาท ได้ทำหนังสือถึง ร.ฟ.ท.แจ้งขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่พร้อมเจรจาหาทางออกที่ดีที่สุดหากจะดำเนินโครงการต่อ ขณะที่คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. รับทราบแนวทางการดำเนินการขั้นต่อไป ซึ่งมี 2 แนวทางหลักคือ 1.แก้ไขสัญญาฯ ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ บอร์ดอีอีซี ซึ่ง ร.ฟ.ท.และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) หรือสำนักงานอีอีซี พร้อมร่างสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาให้ความเห็นแล้ว และ 2.ให้สัญญาร่วมลงทุนมีผลสิ้นสุดลง โดยอาศัยข้อกำหนดในสัญญาร่วมลงทุนฯ ข้อ 6.2 หรือ 30.2 ทั้งนี้ ต้องเสนอให้ กพอ.ที่มีนายกฯเป็นประธานพิจารณาว่าจะเลือกแนวทางใด จากนั้นเสนอให้ ครม.มีมติต่อไปนั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านั้นในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของ รฟท.มีการหารือถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีการระบุสถานะความเสี่ยงและปัญหาความล่าช้า ว่า "มีความเสี่ยงสูงมาก" เนื่องจากมีความล่าช้าในการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP)
รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานบริหารโครงการระบบรถไฟฟ้า รฟท.รายงานว่า การรถไฟฯ ส่งร่างแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดส่งหนังสือแจ้งกลับมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ได้มีการเจรเจาร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ การรถไฟฯ สกพอ. และบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งรฟท. แจ้งผู้เกี่ยวข้องเรื่องของนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่จะไม่ดำเนินการแก้ไขสัญญาฯ ตามที่ รฟท. จะนำเสนอ ครม. ตามมติ กพอ. อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาเดียวกัน ได้มีการพิจารณาเรื่องการร่างแก้ไขสัญญาอย่างต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ตามมติของ กพอ. ซึ่งเหลืออีก 2 ข้อที่มีการขอทบทวนจากบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด ส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือแจ้งกลับมากับรฟท. และการรถไฟฯ ได้นำข้อสรุปการทบทวนร่างสัญญาฯ นำเสนอให้คณะกรรมการรถไฟฯ ทราบเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 และแจ้งให้บริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด รับทราบในกรณีที่กระทรวงคมนาคมไม่มีนโยบายที่จะแก้ไขสัญญาฯ นั้น บริษัทฯ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร
"เรื่องการแก้ไขสัญญาฯ ตามมติ กพอ. หลังจากได้รายงานคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อทราบแล้ว การรถไฟฯ และ สกพอ. จะนำเรื่องทบทวนร่างสัญญาจากสำนักงานอัยการสูงสุดนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อเสนอให้ กพอ.ทบทวนมติ กพอ. อีกครั้ง อย่างไรก็ตามประธาน กพอ. เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม(ขณะนั้นคือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แต่ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดึงงานการกำกับดูแล กพอ.จากนายพิพัฒน์ มานั่งเป็นประธาน กพอ.เอง) อย่างไรก็ตามในที่ประชุมเห็นว่าเมื่อกระทรวงคมนาคมมีนโยบายจะไม่แก้ไขสัญญา แต่ไม่มีหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร การรถไฟฯ ก็ต้องดำเนินการตามมติของ กพอ. ตามเดิมต่อไป" รายงานระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า เรื่องแก้ไขสัญญา ทางอัยการสูงสุดแจ้งกลับมาว่า ไม่ขัดข้องที่จะให้การรถไฟฯ แก้ไขเพิ่มเติมในข้อ 10.3 (4) เดิม โดยตัดข้อความว่า "ในส่วนของวันสิ้นสุดของหนังสือค้ำประกันให้บังคับเฉพาะในส่วนของหลักประกันงานโยธาที่ครอบคลุมเฉพาะงานโยธาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นความเสียหายด้านอื่นๆ" แต่เรื่องการแก้ไขหลักการ ซึ่งในอดีตมติ กพอ. จะเป็นการแก้ไขครั้งเดียว แต่ครั้งนี้ที่จะแก้ไขสัญญารวมกับการแก้ไขหลักการ โดยจะนำเสนอ ครม.ให้อนุมัติในคราวเดียวกัน ซึ่งอัยการสูงสุดยังมีความเห็นว่า ต้องเสนอเรื่องให้ ครม. อนุมัติแก้ไขหลักการก่อน แล้วจึงนำเสนอในเรื่องการร่างแก้ไขสัญญาขึ้นไปหลังจาก ครม. มีมติแก้ไขหลักการแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนการดำเนินงานในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นั้น ปัจจุบันบริษัทเอเซีย เอรา วัน จำกัด ยังคงดำเนินการตามที่มีการลงนามใน บันทึกความเข้าใจ (MOU) จนถึงเดือนกันยายน 2569 ซึ่งระหว่างนีจะต้องหาข้อสรุปในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินให้ได้ ทั้งนี้ MOU ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2564 เป็นบันทึกฯ ระหว่างการรถไฟฯ กับบริษัทเอเซีย เอรา วัน จำกัด ตามมติ กพอ. ที่ให้การรถไฟฯ กับบริษัทเอเซีย เอรา วัน จำกัด และผู้เกี่ยวข้องไปเจรจาเรื่องการแก้ไขสัญญา และวิธีการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ที่ผ่านมามีการทำ MOU เป็นช่วง ๆ จนกว่าจะมีการพิจารณาร่างแก้ไขสัญญาแล้วเสร็จ ในช่วงแรกจะทำ MOU เป็นระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน และมีการขยายมาตลอด เนื่องจากการพิจารณาร่างแก้ไขสัญญาไม่สามารถหาข้อยุติได้
รายงานข่าวแจ้งว่า การสนับสนุนการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ การรถไฟฯ ยังคงเป็นผู้รับรายได้ในการให้บริการทุกเดือน ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บริษัทเอเซีย เอรา วัน จำกัด จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ในส่วนของรายได้ที่รับมาแต่ละเดือน บริษัทฯสามารถขอคืนไปเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ค่าใช้จ่ายสะสมที่เกิดขึ้นจะต้องสูงกว่ารายได้สะสมถึงจะขอคืนได้ ซึ่งตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายสะสมของบริษัทฯ สูงกว่ารายได้สะสมอยู่ประมาณ 500 กว่าล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังไม่ชำระค่าสิทธิการบริหารโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จำนวน 10,000 ล้าน ทั้งนี้ สำหรับภาระดอกเบี้ยค่าสิทธิในแต่ละปีการรถไฟฯ ได้บังคับใช้เงื่อนไขตามสัญญาโดยแจ้งให้บริษัทฯ เป็นผู้ชำระ หากฝ่าฝืนจะหักจากหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ที่บริษัทฯ วางไว้
รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการความเสี่ยงฯ เห็นว่าการรถไฟฯ ควรประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบทั้งสองประเด็น คือ หากมีการแก้ไขสัญญาจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร และหากยืนยันตามสัญญาเดิม บริษัทคู่สัญญาจะยังคงปฏิบัติตามหรือไม่ เพื่อเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้การรถไฟฯ ต้องตกเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายในภายหลัง




