'แบงก์ชาติ' ออกกฎคุมวงเงินโอนบัญชี 'อี-มันนี' ของเยาวชนอายุ 10-18 ปี ป้องกันถูกมิจฉาชีพหลอกใช้เป็นบัญชีม้า
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
"ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน" นางสาวชญาวดีกล่าว
นางสาวชญาวดีกล่าวว่า ทั้งนี้ ได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
1.ช่วงอายุ 10 ปี – ไม่เกิน 12 ปี: บัญชี e-Money ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
2.ช่วงอายุ 12 ปี – ไม่เกิน 15 ปี: บัญชี e-Money ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
3.ช่วงอายุ 15 ปี – ไม่เกิน 18 ปี: บัญชี e-Money ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน
ทั้งนี้ วงเงินข้างต้นไม่รวมธุรกรรมความเสี่ยงต่ำ เช่น โอนไปบัญชีตนเองภายใน Mobile Application เดียวกัน และเพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซ็นเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนและตุลาคม 2569 ตามลำดับ
"ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง" นางสาวชญาวดีกล่าว

อินโฟฯ ประกอบ




