ดีเดย์ 1 สิงหาคมนี้ ถ้ามีใบสั่งจราจรค้างชำระ ยังต่อภาษีรถได้ตามปกติ แต่ไม่ได้ป้ายวงกลมฉบับจริง จนกว่าจะจ่ายครบ พร้อมเปิดระบบให้ประชาชนเช็กข้อมูลค่าปรับได้
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยทางถนน ตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570 กำหนดเป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 100,000 คน และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ รัฐบาล โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ลงนามความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ ปรับระบบให้เป็นไปตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งระบบใหม่จะเปิดให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลใบสั่งของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนดำเนินการชำระค่าปรับ โดยระบบจะเพิ่มรายละเอียดสำคัญ ได้แก่ สำเนาใบสั่ง สำเนาหนังสือแจ้งเตือน สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ และข้อมูลเจ้าพนักงานจราจรผู้ออกใบสั่ง
“ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป หลังจากออกใบสั่ง ประชาชนผู้กระทำผิดยังไม่ชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่จะจัดส่งหนังสือแจ้งเตือนตามขั้นตอนของกฎหมาย หากยังไม่มีการชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด ข้อมูลใบสั่งค้างชำระจะถูกเชื่อมโยงไปยังกรมการขนส่งทางบก โดยกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 60-90 วันนับจากวันที่ออกใบสั่ง หากประชาชนตรวจพบว่ามีใบสั่งจราจรค้างชำระ สามารถตรวจสอบรายละเอียดและชำระค่าปรับผ่านนายทะเบียนขนส่งได้ทันที แต่หากยังค้างชำระใบสั่งสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ แต่จะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีหรือป้ายภาษีฉบับจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับตามใบสั่งครบถ้วน” นางสาวพลอยทำเลกล่าว
นางสาวพลอยทำเลกล่าว รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากประเทศไทยยังมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนและความสูญเสียในระดับสูง ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการขาดวินัยจราจร รวมถึงการมีใบสั่งจราจรค้างชำระ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน และนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงข้อมูลครั้งนี้ จะช่วยกำหนดมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจน ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักนิติธรรม พร้อมสนับสนุนการปรับพฤติกรรมผู้ขับขี่ ส่งเสริมวินัยจราจร และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ช่วยลดอุบัติเหตุ และสร้างวินัยจราจรอย่างเป็นรูปธรรม




