News Logo
หน้าแรก
สภาอุตฯหนุนรัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตอีวีนำเข้า35%ช่วยการผลิตในประเทศ

สภาอุตฯหนุนรัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตอีวีนำเข้า35%ช่วยการผลิตในประเทศ

3 พ.ย. 2569 22:41
ผู้ชม 7 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

สภาอุตสาหกรรมฯหนุนรัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถอีวีนำเข้า 35% ช่วยสร้างอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ในประเทศ คาดจะเติบโตไม่น้อยกว่า 7% หรือยอดการผลิตไม่ต่ำกว่า 1.55 ล้านคัน

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปเป็น 35% เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2570 ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพราะจะช่วยสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตจริงในประเทศไทย และส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยมุ่งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง การจ้างงานคนไทย และ SMEs และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

 “ด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย คิดเป็น 10% ของจีดีพี ดูแลการจ้างงานกว่า 800,000 คน ครอบคลุมธุรกิจตลอด ห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะ SMEs กว่า 3,000 ราย คาดว่าหลังโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ปี 2570 อุตสาหกรรมยานยนต์จะเติบโตไม่น้อยกว่า 7% หรือยอดการผลิตไม่ต่ำกว่า 1.55 ล้านคัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสต็อกคงเหลือที่มีการนำเข้ามาก่อน 1 มกราคม 2570 ด้วย” นางพิมพ์ใจกล่าว

  นางพิมพ์ใจกล่าวว่า มาตรการภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์นำเข้า สอดรับกับยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand ที่ส.อ.ท. ขับเคลื่อนภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์จากการเน้นปริมาณ ไปสู่ การสร้างมูลค่าเพิ่มสูง (Value Creation) ยกระดับเทคโนโลยี Multi-Powertrain (ทั้งรถกระบะและ 4 สหาย xEV: BEV, HEV, PHEV, REEV) รวมถึงการสนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนแห่งอนาคต (E-Parts) และระบบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (CAV)

 นางพิมพ์ใจกล่าวว่า ส.อ.ท. พร้อมต่อยอดจากนโยบายของรัฐบาลในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไทยให้มีความพร้อมและสมบูรณ์สูงสุด โดยจะเดินหน้าเชิงรุกในการประสานความร่วมมือและเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งพันธมิตรสำคัญดั้งเดิมที่ร่วมสร้างรากฐานอุตสาหกรรมไทยมายาวนานอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์และเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศ ให้เข้ามาขยายการลงทุนในโรงงานผลิตชิ้นส่วนและศูนย์วิจัยพัฒนา (R&D) ในไทย ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือและจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยและ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ชั้นนำของโลกอย่างยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัดอำนาจประธาน กมธ.แก้ทำงานซ้ำซ้อนหรือลดทอนการตรวจสอบของฝ่ายค้าน?
ตัดอำนาจประธาน กมธ.แก้ทำงานซ้ำซ้อนหรือลดทอนการตรวจสอบของฝ่ายค้าน?