'ยศชนัน' เตรียมนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้แก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและแผนปฏิบัติการสู้ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ 8 จังหวัดเหนือ โดยเตรียมเสนอ Action Plan ต่อ ครม.ภายในเม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อเตรียมนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและฝุ่น PM2.5
ทั้งนี้ ที่ประชุมแสดงความเห็นว่า สถานการณ์วิกฤตพลังงานและฝุ่น PM2.5 ในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง จึงต้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงจะใช้กลไกของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุน ววน.) เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนแผนงานวิจัยที่มีอยู่ให้เกิดผลในภาคปฏิบัติอย่างรวดเร็วที่สุด
สำหรับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 กระทรวง อว. เตรียมระดมนวัตกรรมเพื่อรับมือในพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัดภาคเหนือผ่าน 3 กรอบการทำงานหลักคือ การป้องกัน บรรเทา และดูแลสุขภาพ โดยจะใช้แอปพลิเคชัน "ตามรอยเผา" เพื่อระบุต้นตอการเผาป่ารายแปลงควบคู่ไปกับการสนับสนุนการทำฝนหลวงและการดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ยังเร่งกระจายนวัตกรรมป้องกันสุขภาพ เช่น มุ้งความดันบวกและหน้ากากกรองฝุ่น รวมถึงการติดตั้งเซนเซอร์ DustBoy ในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน พร้อมนำระบบ AI เอกซเรย์ทรวงอกมาใช้ตรวจคัดกรองผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
ในขณะที่แผนการระยะกลางและระยะยาว ศ.ยศชนัน ต้องกาารให้มีขยายผลงานวิจัยไปสู่มิติเศรษฐกิจยั่งยืน ทั้งโครงการ Net Zero Campus เพื่อลดคาร์บอนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และการส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและพลังงานสะอาดผ่านระบบนิเวศวิจัยที่เข้มแข็ง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำเพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดมลพิษจากการเผาทางการเกษตร
อย่างไรก็ตาม หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการขยายการทำงานของ War Room ไปสู่การช่วยเหลือกลุ่ม SME และการควบคุมราคาสินค้าเกษตรและอาหารผ่านนวัตกรรมเพิ่มผลผลิต เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สตาร์ทอัปและผู้ประกอบการไทยสามารถช่วยเหลือกันเองได้ในระยะยาว
ทั้งนี้ รองนายกฯ และรัฐมนตรี อว. เตรียมสรุปแนวปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนเมษายนนี้ อีกทั้งในการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 10 เมษายนนี้ จะแถลงควบคู่ไปกับการปฏิบัติการหรือ Action Plan ที่พร้อมลงมือทำทันที เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณกลางและประสานความร่วมมือข้ามกระทรวง ทั้งมหาดไทย พลังงาน และสาธารณสุข โดยหวังจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของกระทรวง อว. ให้เป็นกระทรวงที่สำคัญที่สามารถใช้ความรู้และนวัตกรรมเข้ามาคลี่คลายวิกฤตของประเทศได้ในทุกมิติ




