News Logo
หน้าแรก
'ณัฐชา' ชี้คดีปลาหมอคางดำ ชัยชนะชาวบ้าน จี้ประกาศภัยพิบัติ 19 จังหวัด

'ณัฐชา' ชี้คดีปลาหมอคางดำ ชัยชนะชาวบ้าน จี้ประกาศภัยพิบัติ 19 จังหวัด

9 ก.ย. 2569 14:21
ผู้ชม 7 คน

'ณัฐชา' ชี้ คำสั่งศาลปกครอง 'คดีปลาหมอคางดำ' ถือเป็นชัยชนะของชาวบ้าน พร้อมจี้รัฐเร่งประกาศเขตภัยพิบัติอีก 19 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวหลังศาลปกครองกลางชั้นต้นมีคำสั่งให้กรมประมงและอธิบดีกรมประมงจัดทำแผนควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมทั้งมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นเขตภัยพิบัติ ภายใน 90 วัน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

นายณัฐชา ระบุว่า คำพิพากษาของศาลปกครองกลางถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ของประชาชนในพื้นที่ แต่เรื่องนี้ยังไม่จบและจะมีการเดินหน้าต่อ ซึ่งนอกจากคดีดังกล่าวแล้ว ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ศาลแพ่งได้นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ ในกรณีที่ประชาชนร่วมกับสภาทนายความยื่นฟ้องบริษัทเอกชนผู้นำเข้าปลาหมอคางดำอีกด้วย 

นายณัฐชา ระบุต่อว่า นอกจากจังหวัดที่ปรากฏในคำสั่งศาลแล้ว ยังมีอีก 19 จังหวัดที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายของกรมประมง ซึ่งถูกนำมาใช้อ้างอิงประกอบคำพิพากษาด้วย ประเด็นนี้พรรคประชาชนจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีแนวทางการดำเนินงานอย่างไรหลังจากนี้ รวมถึงจะมีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างไร 

นายณัฐชา กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาชนได้มอบหมายให้นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สส.สมุทรปราการ คอยเฝ้าระวังและรวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 19 จังหวัด ก่อนนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเตรียมส่งคำสั่งศาลให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยพิจารณา รวมถึงออกหนังสือถึงจังหวัดที่มีการแพร่ระบาด ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่อุทธรณ์คำสั่งศาล ก็จะต้องประกาศบังคับใช้ตามขั้นตอนต่อไป 

ด้านนายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สส.สมุทรปราการ ระบุว่า คำพิพากษาเมื่อวานนี้ถือเป็นข่าวดีและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของจังหวัดสมุทรสงคราม แต่ยังมีอีก 19 จังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนมานานและควรได้รับการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนเคยยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ก่อนมีการยุบสภา และได้ยื่นซ้ำอีกครั้งในเวลาต่อมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ได้เข้าหารือด้วยวาจาเพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีประสานกรมประมงทบทวนหลักเกณฑ์การประกาศเขตภัยพิบัติ เนื่องจากเกณฑ์การสุ่มตรวจเดิมไม่ปลาหมอคางดำอาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง 

ขณะที่ นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยสิริ สส.สมุทรสงคราม ระบุว่า เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาในส่วนของจังหวัดสมุทรสงครามแล้ว จึงหวังว่าจังหวัดอื่นๆ จะยึดเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนต้องมาฟ้องร้องต่อศาล แต่หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการใช้อำนาจประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงได้รับเงินชดเชยเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อน

น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต ระบุว่า ในฐานะ สส.ชลบุรี และโฆษกคณะ กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย พบว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรุงเทพมหานครเคยประกาศไว้ ก็ไม่มีจังหวัดใดประกาศเขตภัยพิบัติจากปลาหมอคางดำอีกเลย ทั้งที่หลายพื้นที่เข้าเกณฑ์ จนกระทั่งมีคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นในกรณีจังหวัดสมุทรสงครามเมื่อวานนี้ 

ทั้งนี้ เมื่อ 2 ปีก่อน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมประมง และกรมบัญชีกลาง ได้ร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินงบประมาณไว้ชัดเจนแล้ว โดยเปิดช่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ได้ในกรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะเจาะจง แต่จากการลงพื้นที่พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าหลายจังหวัดยังคงกังวลและไม่กล้าประกาศเขตภัยพิบัติเพราะกลัวขัดต่อหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ซึ่งไม่ใช่พื้นที่เพาะเลี้ยงเหมือนจังหวัดอื่นและประเมินมูลค่าความเสียหายได้ยาก

อย่างไรก็ตาม น.ส.นฤมาศ ย้ำว่า ปัญหาปลาหมอคางดำเกิดขึ้นจริงกับกลุ่มประมงพื้นบ้านและส่งผลให้ชาวบ้านต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก แม้จะมีการยืนยันแล้วว่าสามารถใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ช่วยเหลือได้ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีจังหวัดใดประกาศเขตภัยพิบัติเลย

อ่านข่าวประกอบ ศาลสั่งให้'กรมประมง'แก้วิกฤตปลาหมอคางดำ-มท.1ประกาศภัยพิบัติสมุทรสงคราม

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 4 ฉากแผน PDP2026 เอนเลือก‘ไฮบริด’ ดัน RE 73% – ลดนำเข้า LNG
เปิด 4 ฉากแผน PDP2026 เอนเลือก‘ไฮบริด’ ดัน RE 73% – ลดนำเข้า LNG