News Logo
หน้าแรก
'ไอติม-พริษฐ์' จี้ ศธ.ทบทวนโครงการ Skill/Credit Portfolio  1.6 พัน ล.

'ไอติม-พริษฐ์' จี้ ศธ.ทบทวนโครงการ Skill/Credit Portfolio 1.6 พัน ล.

22 มิ.ย. 2569 19:54
ผู้ชม 15 คน

"ไอติม-พริษฐ์" จี้ ศธ. ทบทวนโครงการ Skill/Credit Portfolio มูลค่า 1,611 ล้านบาท หลัง รมต.อว.สั่งทบทวนโครงการชื่อเดียวกันของ อว.มูลค่า 5.4 พันล.ไปแล้ว เผยข้อพิรุธ 3 ประการของ TOR อว. ทั้งเรื่องการเช่าแพลตฟอร์มโดยไม่เป็นเจ้าของ-เงื่อนไขที่เสี่ยงกีดกันการแข่งขัน -สืบราคาจากบริษัทที่อาจไม่มีความเชี่ยวชาญ ลักษณะส่อคล้ายปัญหา TH-AI Passport -หวั่นโครงการ ศธ. ซ้ำซ้อนโครงการ NDLP

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วชิรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาโครงการดิจิทัลของรัฐบาลว่าจะต้องมีการทบทวนกันหรือไม่ เพราะได้พบข้อพิรุธหลายประการในโครงการ "จัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคล" หรือ Skill/Credit Portfolio ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มูลค่า 5,414 ล้านบาท ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใสไปก่อนหน้านี้ จนเป็นเหตุทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้สั่งทบทวน TOR ของโครงการดังกล่าวแล้ว แต่ สส.พรรคประชาชนยังเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทบทวนโครงการชื่อเดียวกันที่มีวงเงิน 1,611 ล้านบาทด้วย

นายพริษฐ์ระบุว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีกระทรวง อว. ได้ออกมายืนยันว่าได้สั่งทบทวน TOR ของโครงการ "จัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคล" (Skill/Credit Portfolio) ที่ถูกตั้งขึ้นในสมัยรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอเรื่องกลับเข้าที่ประชุม ครม. ใหม่ หลังจากมีการทบทวนเสร็จสิ้น โครงการนี้ถือเป็น "เมกะโปรเจกต์" ของกระทรวง อว. มีกรอบวงเงินสูงถึง 5,414 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณปี 2569-2572 โดยประมาณ 52% (2,800 ล้านบาท) ใช้ในการจัดหาสื่อ และอีก 48% (2,600 ล้านบาท) ใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะคนผ่านการมี "แพลตฟอร์มทักษะแห่งชาติ" ที่รวบรวมคอร์ส, เก็บสะสมประวัติ, แนะนำเส้นทางการเรียนรู้ และจับคู่หางาน

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์เคยอภิปรายทักท้วงโครงการนี้ไปแล้วเมื่อกลางปี 2568 ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ 2569 ในประเด็นการตั้งงบประมาณที่สูงเกินจำเป็น และวิธีการดำเนินโครงการที่เสี่ยงจะไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้รับแจ้งจากปลัดกระทรวง อว. ว่า นายยศชนัน ได้สั่งรื้อ TOR เก่าและจัดทำใหม่ตามข้อทักท้วงจากหลายฝ่าย

นายพริษฐ์ได้สรุป 3 ข้อพิรุธเบื้องต้นใน TOR ฉบับเดิมที่กำลังถูกรื้อ ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของพรรคภูมิใจไทย ดังนี้:

1.รัฐ "เช่า" บริการจากแพลตฟอร์มที่ต้องสร้างใหม่ แต่ไม่ได้เป็น "เจ้าของ" แพลตฟอร์มเอง: แม้ผู้ร่าง TOR อาจอ้างว่าต้องการให้โครงการดำเนินการได้เร็วโดยการเช่าหรือซื้อบริการที่มีอยู่แล้ว แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดบริการที่หลากหลายและเจาะจง เชื่อว่าคู่สัญญาจะต้องสร้างแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาอยู่ดี การที่รัฐต้อง "เช่า" บริการจากแพลตฟอร์มเป็นระยะเวลา 4 ปี แทนที่จะเป็น "เจ้าของ" แพลตฟอร์ม อาจทำให้รัฐเสียเปรียบเอกชนอย่างมาก เพราะเอกชนจะได้รับการรับประกันลูกค้าและรายได้ในช่วง 4 ปีแรก ซึ่งช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการสร้างแพลตฟอร์ม และเมื่อครบ 4 ปี เอกชนคู่สัญญาสามารถนำแพลตฟอร์มที่สร้างเสร็จด้วยงบประมาณของรัฐไปหาลูกค้าและดำเนินธุรกิจต่อได้ทันที โดยที่รัฐไม่มีอะไรติดมือกลับมา และอาจมีต้นทุนสูงหากต้องการเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มใหม่

2.กำหนดเงื่อนไขที่เสี่ยงจะ "กีดกันการแข่งขัน" ของเอกชน ดังนี้

2.1มัดรวมทุกบริการ (ทั้งแพลตฟอร์มและการจัดหา-จัดทำสื่อการเรียน) ในสัญญาฉบับเดียวสำหรับคู่สัญญาเดียว: การมัดรวมเช่นนี้มีความเสี่ยงที่จะลดการแข่งขัน เพราะบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (เช่น ถนัดทำสื่อแต่ไม่ถนัดแพลตฟอร์ม) อาจไม่สามารถเข้าประกวดได้ หากแยกสัญญาสำหรับบริการต่างๆ จะช่วยเพิ่มการแข่งขันและเปิดโอกาสให้บริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาเสนอตัวได้

2.2ผูกขาดการจัดหาสื่อการเรียนการสอนไว้กับ "นายหน้าเจ้าเดียว": ประมาณ 48% ของงบประมาณโครงการถูกวางไว้สำหรับการให้คู่สัญญาจัดหา-จัดทำสื่อการเรียนการสอน ซึ่งจะทำให้คู่สัญญาเป็นผู้รับผิดชอบหลักหรือ "นายหน้า" หลักในการกำหนดว่าจะคัดเลือกสื่อการเรียนการสอนอะไรบ้าง ทำให้การกำหนดเนื้อหาการเรียนรู้ของประเทศอยู่ในมือเอกชนเพียงรายเดียว

นอกจากโครงการของกระทรวง อว. นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงโครงการ Skill/Credit Portfolio ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่มีวงเงิน 1,611 ล้านบาท ซึ่งแม้จะมีชื่อเหมือนกันและเคยชี้แจงว่าจะออกแบบให้เชื่อมโยงกัน แต่โครงสร้าง TOR ไม่เหมือนกันทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์เห็นว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีกระทรวง ศธ. ควรพิจารณาทบทวนโครงการนี้ด้วยเช่นกัน เพราะหากโครงการฝั่งหนึ่งถูกชะลอและทบทวน อีกฝั่งก็ควรดำเนินการในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้แพลตฟอร์ม Skill/Credit Portfolio ของ ศธ. อาจมีความซ้ำซ้อนกับแพลตฟอร์ม NDLP ของ ศธ. ที่ได้ลงทุนพัฒนาไปแล้วหลักพันล้านบาท

นายพริษฐ์เรียกร้องให้สังคมช่วยกันตรวจสอบว่ามีโครงการอื่นใดอีกหรือไม่ที่มีข้อพิรุธในลักษณะเดียวกัน เพื่อจะได้ดักทางและป้องกันได้ทันท่วงที และจะติดตามดูว่า TOR ของโครงการ Skill/Credit Portfolio ในฝั่ง ศธ. จะมีการทบทวนหรือไม่ และงบประมาณสำหรับทั้งสองโครงการจะรวมอยู่ในร่าง พ.ร.บ. โอนงบปี 2569 ที่จะเข้าประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้และเข้าสภาในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายนนี้หรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โครงการ AI รัฐบาล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสทช.ยังไม่เคาะโรดแมปทีวีดิจิทัล-แผนยุติC-Band ให้ส่งข้อมูลใน 30 วัน
กสทช.ยังไม่เคาะโรดแมปทีวีดิจิทัล-แผนยุติC-Band ให้ส่งข้อมูลใน 30 วัน