ปชน.เตรียมพร้อม อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 "เท้ง-ณัฐพงษ์" เผยปัญหา การลงทุนขาดหาย เม็ดเงินนอกงบมหาศาลไร้โปร่งใส ส่อพิรุธโครงการ AI -ทุจริตสอบท้องถิ่น ยืนยันพรรคทำงานตรงไปตรงมา ไม่หวั่นเกรงฝ่ายองครักษ์รัฐบาลประท้วง
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ก่อนที่การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะเริ่มต้นขึ้น โดยนายณัฐพงษ์ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของคณะผู้อภิปรายจากพรรคว่าได้เตรียมการไว้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว หัวหน้าพรรคประชาชนได้มองภาพรวมของการจัดงบประมาณในปีนี้ว่า หากพิจารณาเพียงผิวเผิน อาจจะดูเหมือนมีการจัดสรรงบประมาณที่ดีขึ้นกว่าในอดีต แต่ในความเป็นจริงแล้ว การจัดงบประมาณในลักษณะดังกล่าวเป็นเพียงการพยายามแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากอดีต โดยมิได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างการเติบโตหรือการพัฒนาในระยะยาวอย่างแท้จริง
ข้อสังเกตต่อการจัดสรรงบประมาณและการลงทุนที่ขาดหาย
นายณัฐพงษ์ได้ยกตัวอย่างการปรับลดงบประมาณในส่วนของการลงทุนหลายภาคส่วนที่อาจถูกมองว่าไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น งบประมาณสำหรับการก่อสร้างถนน หรือการก่อสร้างอาคารราชการขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็นต่างๆ ซึ่งงบประมาณเหล่านี้ถูกตัดลดลงไป เพื่อนำไปเพิ่มในส่วนของรายจ่ายบำนาญ หรือรายจ่ายประจำอื่นๆ ที่เป็นภาระผูกพันและจำเป็นต้องจ่ายอยู่แล้ว หัวหน้าพรรคประชาชนชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในอดีตที่ผ่านมา การใช้จ่ายในส่วนเหล่านี้บางครั้งอาจจำเป็นต้องดึงเงินคงคลังมาใช้จ่ายไปก่อน แล้วจึงใช้งบประมาณในภายหลังมาชดเชยคืน ซึ่งการจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้จึงเป็นเพียงการแก้ปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำซากเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ได้เน้นย้ำถึงประเด็นที่พรรคประชาชนยังคงเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่และยังขาดการลงทุนที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในภาคการเกษตร ที่ยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนถึงงบประมาณหรือโครงการที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศมาเป็นระยะเวลานานแล้ว นอกจากนี้ งบประมาณสำหรับการจัดการภัยพิบัติ เช่น การจัดการปัญหาไฟป่า และการแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสให้กับประชาชน ก็ยังคงไม่ได้รับการจัดสรรอย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพตามที่ควรจะเป็น
สิ่งที่น่าสงสัยมากยิ่งขึ้นคือสถานการณ์การจัดสรรงบประมาณที่พบว่า ในขณะที่กระทรวงขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น กระทรวงคมนาคม ซึ่งมักจะมีงบประมาณสำหรับการลงทุนจำนวนมาก และบางส่วนอาจถูกมองว่าไม่จำเป็น ได้ถูกปรับลดงบประมาณลงไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่กลับพบว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จากเดิมอาจมีอยู่ประมาณสามสิบกว่าโครงการ แต่กลับพุ่งสูงขึ้นเป็นกว่าหนึ่งร้อยโครงการอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนกำลังจับตามองและจะตรวจสอบรายละเอียดอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญสุดท้ายที่นายณัฐพงษ์ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นข้อกังวลอย่างยิ่งคือ "เงินนอกงบประมาณ" หัวหน้าพรรคประชาชนได้ยกตัวอย่างกรณีโครงการ TH-AI Passsport ซึ่งเป็นเงินที่มาจากกองทุน DE และจัดว่าเป็นเงินนอกงบประมาณ นายณัฐพงษ์สรุปว่า หากมองภาพรวมของงบประมาณปี 2570 แม้จะดูเหมือนมีการจัดสรรที่ดีขึ้น และพยายามแก้ไขปัญหาเก่าที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องหลายปี แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือเม็ดเงินนอกงบประมาณ ซึ่งมีจำนวนมหาศาลและอาจมีขนาดใหญ่กว่าเงินในงบประมาณด้วยซ้ำ เงินส่วนนี้ขาดความโปร่งใสและตรวจสอบยากกว่า ซึ่งเป็นส่วนที่พรรคประชาชนจะนำมาอภิปรายอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและรับผิดชอบต่อสาธารณะ
วาระอภิปราย: เน้นความไม่โปร่งใสและประสิทธิภาพ
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของคณะผู้อภิปรายจากพรรค โดยระบุว่าพรรคได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณสามสิบคน ซึ่งจะมีการกระจายประเด็นการอภิปรายในหลากหลายมิติที่สังคมให้ความสนใจในปัจจุบัน
ประเด็นหลักที่น.ส.ศิริกัญญาเน้นย้ำและจะถูกนำมาอภิปรายอย่างละเอียด ได้แก่:
1. งบรายจ่ายลงทุนที่ถูกตัด: รองหัวหน้าพรรคประชาชนจะตรวจสอบว่างบประมาณรายจ่ายลงทุนที่ถูกปรับลดลงนั้น จะถูกตัดในส่วนใดบ้าง และจะส่งผลกระทบต่อผู้รับเหมาที่เป็นเจ้าประจำ ซึ่งมักจะเป็นผู้สนับสนุนทางการเมืองของพรรคการเมืองใดบ้างอย่างไร เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการจัดสรรงบประมาณ
2. งบประมาณกองทัพ: น.ส.ศิริกัญญาชี้ว่า แม้ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ พรรคก็ยังคงเชื่อว่ามีแนวทางและวิธีการที่จะสามารถทำให้การจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการใช้จ่ายภายในกองทัพให้มีความโปร่งใสและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
3. ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล: รองหัวหน้าพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณปี 2570 ยังคงไม่สะท้อนถึงยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลได้อย่างที่ควรจะเป็น รัฐบาลได้เสนอนโยบายที่เป็นโครงการรูปธรรมและจับต้องได้ไม่มากนัก และจากที่เคยโฆษณาไว้ด้วยงบประมาณหลักหมื่นล้านบาท พอถึงเวลาลงมือทำจริงกลับเหลือเพียงหลักพันล้านบาทเท่านั้น น.ส.ศิริกัญญายกตัวอย่างเช่น โครงการอาสาพยาบาล หรือโครงการพลทหารอาสาที่เคยตั้งเป้าไว้ถึงหลักแสนคน แต่เมื่อดำเนินการจริงกลับเหลือเพียงประมาณ 25,000 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างนโยบายที่ประกาศกับงบประมาณที่จัดสรรจริง และความล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
4. งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและชายแดนใต้: สำหรับปีงบประมาณนี้ ไม่ปรากฏแผนบูรณาการชายแดนใต้แล้ว แต่งบประมาณในส่วนนี้กลับมีการปรับลดลง ซึ่งพรรคประชาชนจะเข้าไปตรวจสอบว่าการปรับลดดังกล่าวเกิดขึ้นในส่วนใด และจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างไร เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่
น.ส.ศิริกัญญายังได้กล่าวอีกว่า งบประมาณปี 2570 สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เป็น "แผลเรื้อรัง" มาอย่างยาวนานของการบริหารงบประมาณของประเทศไทย และแม้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะต้องเข้ามาแบกรับภาระและปัญหาเหล่านี้ แต่ก็ยังไม่ปรากฎแนวทางหรือมาตรการที่ชัดเจนที่จะช่วยให้ประเทศหลุดพ้นจากวงจรปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากนี้ได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการที่เรียกว่า "ฝีแตก" คือรายจ่ายประจำของประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ในขณะที่งบประมาณสำหรับการลงทุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ กลับถูกปรับลดลงอย่างน่าเป็นห่วง และประเทศยังต้องเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณที่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ สำหรับปีนี้ แต่ในทางกลับกัน กลับพบว่าหน่วยงานที่รับงบประมาณกว่า 70% ต้องถูกปรับลดงบประมาณลง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นภาพรวมที่พรรคประชาชนจะนำไปอภิปรายลงลึกในแต่ละประเด็นตลอดวาระการพิจารณา
ปมกระทรวงมหาดไทยและการทุจริตสอบท้องถิ่น
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสังคมกำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษในปัจจุบัน น.ส.ศิริกัญญายืนยันว่า พรรคประชาชนจะให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตในการสอบท้องถิ่น ซึ่งจะต้องมีการนำมาพูดถึงและเชื่อมโยงกับงบประมาณปี 2570 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รองหัวหน้าพรรคประชาชนชี้แจงว่า แม้ว่าตัวงบประมาณที่ใช้ในการจัดสอบอาจจะดูไม่มากนัก เนื่องจากอาจจะไปรวมอยู่ในส่วนของงบดำเนินงานอื่นๆ แต่ภาพสะท้อนของการคัดเลือกและการบริหารบุคคลในท้องถิ่นที่เกิดจากการทุจริตนี้ จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินโดยรวม และเป็นตัวบ่งชี้ถึงธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน
ไร้กังวลรับมือ "องครักษ์พิทักษ์" ฝ่ายรัฐบาล
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความพร้อมในการเผชิญหน้ากับการจัด "องครักษ์พิทักษ์" จากฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อมีการอภิปรายในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย หรือประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อรัฐมนตรี น.ส.ศิริกัญญาตอบอย่างมั่นใจว่า พรรคประชาชนไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เพราะพรรคทำงานด้วยความตรงไปตรงมา และไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการตรวจสอบมากนัก รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่าประชาชนผู้ที่ติดตามการอภิปรายจะสามารถตัดสินได้เองว่าการประท้วงของฝ่ายรัฐบาลนั้นเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือเป็นเพียงการประท้วงเพื่อพิทักษ์ผู้บังคับบัญชา หรือบุตรหลานของผู้บังคับบัญชาเท่านั้น ดังนั้น พรรคประชาชนจะยังคงยืนยันทำงานอย่างเต็มที่ และทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นเหมือนที่เคยเป็นมา โดยไม่หวั่นเกรงต่อการขัดขวางใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น




