News Logo
หน้าแรก
'รอมฎอน ปันจอร์' ซัดงบฯ ชายแดนใต้ 24 ปี 6.2 แสน ล.ล้มเหลวบูรณาการ

'รอมฎอน ปันจอร์' ซัดงบฯ ชายแดนใต้ 24 ปี 6.2 แสน ล.ล้มเหลวบูรณาการ

1 ก.ค. 2569 15:58
ผู้ชม 7 คน

"รอมฎอน ปันจอร์" ซัดงบฯ ชายแดนใต้ 24 ปี 6.2 แสนล้าน "ล้มเหลวบูรณาการ" หลังพบใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 6.2 แสนล้านบาทในรอบ 24 ปี แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นจี้ กอ.รมน. แจงปมใช้งบ IO เข้าถึงโทรศัพท์ ปชช.-แจงเหตุลอบยิง "สส.กมลศักดิ์"

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการอภิปรายพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยมีผู้อภิปรายคือ นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงงบประมาณที่จัดสรรให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึง "ความล้มเหลวของบูรณาการในชายแดนใต้" โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และได้ตั้งคำถามถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงกรณีการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ที่ยังคงเป็นประเด็นค้างคาใจของประชาชน

งบประมาณชายแดนใต้: 24 ปี 6.2 แสนล้าน กับคำถามถึงความสำเร็จ

นายรอมฎอน ได้เริ่มต้นการอภิปรายโดยเปิดเผยข้อมูลงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปีงบประมาณ 2570 ว่ามีจำนวนสูงถึง 28,400 กว่าล้านบาท ซึ่งกระจายอยู่ใน 31 แผนงาน และ 102 หน่วยงาน และเมื่อประมวลยอดรวมงบประมาณที่ใช้จ่ายไปตลอด 24 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นของสถานการณ์ความไม่สงบระลอกใหม่ในพื้นที่ พบว่ามีจำนวนมหาศาลถึง 6.2 แสนล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้งบประมาณจำนวนมากนี้ในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การหายไปของ "แผนบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งถือเป็นปีแรกในรอบ 10 ปี ที่แผนงานนี้ไม่ปรากฏอยู่ในงบประมาณ โดยถูกแทนที่ด้วย "แผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ซึ่งมีงบประมาณ 8,000 กว่าล้านบาท นายรอมฎอนตั้งคำถามตรงไปถึงรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีว่า การยกเลิกแผนบูรณาการนี้เท่ากับการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ว่า การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาถือว่าล้มเหลว และกรอบความคิดที่ใช้มาตลอด 20 กว่าปีนั้นผิดพลาดอย่างเป็นระบบ

เพื่อยืนยันข้ออภิปรายดังกล่าว นายรอมฎอนได้นำสถิติเหตุการณ์ความรุนแรงจาก กอ.รมน. มาประกอบ โดยชี้ให้เห็นว่า หากใช้ปี 2560 เป็นฐาน เหตุการณ์ความไม่สงบไม่ได้ลดลงตามเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ว่าความรุนแรงจะต้องยุติลงในปี 2570 แต่กลับพบว่าในปี 2568 เหตุการณ์ความรุนแรงมีจำนวนมากกว่าปีฐานเสียอีก ซึ่งสะท้อนว่าข้อมูลข้อเท็จจริงของหน่วยงานราชการเองก็บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ไม่ได้ลดลงอย่างที่ควรจะเป็น และความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ก็สอดคล้องกันว่าสถานการณ์ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ไม่น่าพึงพอใจ

งบประมาณ กอ.รมน. และคำถามถึงภาวะพึ่งพิงภัยคุกคาม

สส.พรรคประชาชนได้พุ่งเป้าไปที่การจัดการงบของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เนื่องจากได้รับจัดสรรงบประมาณสูงสุดถึง 5,041 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 88% ของงบประมาณ กอ.รมน. ทั้งหมด โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่มีสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ กอ.รมน. ก็จะไม่มีงานทำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า "ภาวะพึ่งพิงภัยคุกคาม" ซึ่งหมายถึงการที่หน่วยงานยังคงมีความจำเป็นต่องบประมาณและภารกิจตราบเท่าที่ยังมีภัยคุกคามอยู่ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยสัดส่วนงบประมาณ 88% นี้เป็นตัวเลขที่คล้ายคลึงกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ งบประมาณของ กอ.รมน. ยังมีการตั้งข้อสังเกตในหลายรายการที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและชีวิตของประชาชน รวมถึงรายการงบประมาณการกำลังพลและการดำเนินการ ที่มีการจัดสรรลดลงอย่างมากถึง 1,052 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งนายรอมฎอนตั้งคำถามว่า การลดลงนี้เป็นผลมาจากการที่เคยมีงบประมาณที่ไม่ถูกใช้งานจริงซ่อนอยู่ก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รอง ผอ.รมน. ได้มีนโยบายให้มีการตรวจสอบและเช็คชื่อผู้ปฏิบัติงานจริงในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าหน่วยงาน กอ.รมน. มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การเข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์และการละเมิดสิทธิประชาชน

นายรอมฎอนยังได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่น่าตกใจซึ่งเปิดเผยจากกรรมาธิการกฎหมายที่ตนเองสังกัดอยู่ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ 3 รายของประเทศ ได้มีการส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์จำนวน 2 ล้านเลขหมายให้กับตำรวจทุกวัน โดยอ้างอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และคำสั่งของ กอ.รมน. รวมถึง กสทช. ทั้งที่ในปัจจุบันมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครอบคลุมเพียง 18 อำเภอเท่านั้น ในขณะที่พื้นที่อื่น ๆ ใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงหรือกฎอัยการศึก

การกระทำดังกล่าว นายรอมฎอนแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่าอาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ของบประมาณเกือบ 60 ล้านบาทสำหรับรายการนี้ ซึ่งทำให้ ส.ส.รอมฎอนตั้งคำถามว่า หากรัฐสภาอนุมัติงบประมาณนี้ไป จะเป็นการสนับสนุนการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิหรือไม่ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและผู้ดูแลหน่วยงานความมั่นคง ชี้แจงความคืบหน้าของการตรวจสอบเรื่องนี้

กรณีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ: รถเช่า กอ.รมน. กับคำถามที่ยังค้างคา

หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเชื่อมโยงกับการใช้งบประมาณของ กอ.รมน. อย่างมีนัยสำคัญ คือกรณีการลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ ซึ่งยังคงเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจและตั้งคำถามถึงความโปร่งใส นายรอมฎอนได้ตั้งคำถามถึงงบประมาณค่าเช่ารถยนต์ของ กอ.รมน. ที่มีการขอเช่ารถยนต์ปีละกว่า 200 คัน ด้วยงบประมาณเกือบ 50 ล้านบาทในปีนี้

คำถามที่ถูกนำเสนอคือ รถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นั้น รวมอยู่ในจำนวนรถยนต์ที่ กอ.รมน. เช่าหรือไม่ และมีการติดตามการใช้งานรถยนต์เหล่านี้อย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้ถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ นายรอมฎอนยังได้ตั้งคำถามถึงเครื่องยนต์ที่ถูกพบในแม่น้ำว่า ยังเป็นเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่ กอ.รมน. ยังคงจ่ายค่าเช่าอยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ชี้แจงต่อสภาและสาธารณชน

ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) และการโจมตีนักสิทธิมนุษยชน

การอภิปรายยังได้พาดพิงถึงงบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ของ กอ.รมน. โดยเฉพาะรายการ "การประชาสัมพันธ์เชิงบูรณาการ" ที่ขอมา 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งแม้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่นายรอมฎอนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับพฤติกรรมที่เรียกว่า Coordinated Inauthentic Behavior (CIB) หรือปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ที่เคยมีข้อกังวลก่อนหน้านี้ แม้ กอ.รมน. จะยืนยันในที่ประชุมกรรมาธิการว่าไม่มีปฏิบัติการข่าวสารแล้วก็ตาม แต่คำว่า "ปฏิบัติการข่าวสาร" กลับหายไปจากเอกสารงบประมาณ และถูกแทนที่ด้วยงบประมาณในรหัสสีต่างๆ ซึ่งสร้างความสงสัย

ยิ่งไปกว่านั้น นายรอมฎอนยังได้ยกตัวอย่างคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ได้ตัดสินให้ กอ.รมน. ชดใช้ค่าเสียหายและลบข้อความในบล็อกที่โจมตีนักสิทธิมนุษยชน อาทิ นางอังคณา นีละไพจิตร (ส.ว.) และ นางอัญชนา หีมมิหน๊ะ ซึ่งตอกย้ำถึงการยังคงมีอยู่ของปฏิบัติการที่อาจเข้าข่ายการโจมตีประชาชน คำถามคือยังคงมีงบประมาณลักษณะนี้อยู่หรือไม่ในการโจมตีพลเมืองภายในประเทศ ซึ่งนายรอมฎอนฝากให้กรรมาธิการไปสืบเสาะหาข้อมูลเพิ่มเติม

ภาพรวม 24 ปี: งบประมาณเพิ่ม แต่เหตุการณ์รุนแรงยังกระดกขึ้น

ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายรอมฎอนได้นำเสนอกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างงบประมาณที่จัดสรรให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กราฟแท่ง) และจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรง (กราฟเส้น) ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งได้ข้อมูลจากฐานข้อมูลสารสนเทศข่าวกรอง (SMIC) ของหน่วยงานราชการ และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคประชาสังคม

กราฟดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เมื่อใดที่เหตุการณ์ความรุนแรงสูงขึ้น มักจะตามมาด้วยงบประมาณที่สูงขึ้นในปีถัดมาอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่โดดเด่นในกราฟคือ เหตุการณ์รัฐประหารในปี 2549 และ 2557 ซึ่งทั้งสองครั้งล้วนส่งผลให้งบประมาณพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นายรอมฎอนชี้ว่า แม้ในช่วงหนึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงจะลดลงอันเนื่องมาจากกระบวนการสันติภาพในปี 2556 แต่ในช่วงหลังมานี้ โดยเฉพาะในปี 2566-2567 จำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงกลับเริ่ม "กระดกขึ้น" อีกครั้ง พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของยอดงบประมาณตามมา

นายรอมฎอนสรุปว่า ตลอดระยะเวลา 24 ปีที่ผ่านมา งบประมาณที่ใช้ไปนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่เหตุการณ์ความรุนแรงกลับลดลงในอัตราที่ช้าลงเรื่อย ๆ และเริ่มมีสัญญาณของการหวนกลับมาของสถานการณ์ความรุนแรงอีกครั้ง ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดปั๊มน้ำมัน หรือแม้กระทั่งการลอบยิง สส.ในพื้นที่ ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่น่ากังวล

ทางตันของการแก้ไขปัญหา หากวิธีคิดแบบทหารยังครอบงำ

นายรอมฎอนตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้กำลังบอกอะไรกับเรา หรือเป็นไปได้หรือไม่ว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เราทำกันมาโดยตลอดได้มาถึงทางตันแล้ว มาตรการเดิม ๆ ไม่สามารถใช้ได้ผลอีกต่อไป และหากยังคงปล่อยให้ "วิธีคิดแบบทหาร" ครอบงำทิศทางการแก้ไขปัญหา ในขณะที่รัฐบาลพลเรือนที่มาจากประชาชนกลับมีบทบาทนำที่ลดน้อยลง หน่วยงานความมั่นคงก็ยังอยู่ในภาวะพึ่งพิงภัยคุกคาม เราก็จะมีทางเลือกในการแก้ไขปัญหาน้อยลงไปเรื่อย ๆ

ผลสุดท้าย ผู้ที่ได้รับเคราะห์กรรมคือพี่น้องประชาชนคนธรรมดา ไม่ว่าชาติพันธุ์ใด ศาสนาใด ที่ปรารถนาสันติภาพและการเปลี่ยนแปลง ความหวังที่จะเติบโตและพัฒนาตนเองก็จะถูกลดทอนและหดหายไป

นายรอมฎอน ปันจอร์ ได้ฝากคำถามถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรงว่า ทำไมถึงมีการยกเลิกแผนบูรณาการ และนายกรัฐมนตรีมองเห็นอะไรในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงอยากรับฟังคำอธิบายจากท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต่อไป.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มท.3 ยัน รบ.เอาจริง ปราบทุจริตฯท้องถิ่น เผย 'อนุทิน'สั่งสอบตั้งแต่ปี67
มท.3 ยัน รบ.เอาจริง ปราบทุจริตฯท้องถิ่น เผย 'อนุทิน'สั่งสอบตั้งแต่ปี67