News Logo
หน้าแรก
'วิสุทธิ์' จี้อุดช่องโหว่งบฯ 70 ชี้รัฐเลี่ยงแข่งราคากว่า 1 แสนโครงการ

'วิสุทธิ์' จี้อุดช่องโหว่งบฯ 70 ชี้รัฐเลี่ยงแข่งราคากว่า 1 แสนโครงการ

1 ก.ค. 2569 16:11
ผู้ชม 22 คน

วิสุทธิ์' จี้ปิด 3 ช่องโหว่จัดซื้อจัดจ้างงบฯ ปี 70 ชี้ ภาครัฐซอยงบเฉียด 5 แสนบาท สูงถึงปีละกว่า 1 แสนโครงการ เพื่อเลี่ยงการประกวดราคา พร้อมเปิดโปงขบวนการล็อกสเปกมูลค่าสูงสุด คือการเอื้อประโยชน์ให้หน่วยงานรัฐด้วยกันเอง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวในการอภิปรายงบประมาณประจำปี 2570 โดยระบุว่า สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพราะบางหน่วยงานจัดทำโครงการเพียงเพราะต้องการวิธีจัดซื้อจัดจ้างที่เอื้อความสะดวกแก่ตนเอง หรือหวังผลประโยชน์แอบแฝงและเงินทอน โดยมองข้ามความจำเป็นของโครงการ 

นายวิสุทธิ์ ระบุว่า ในแต่ละปีมีโครงการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนบาทจำนวนกว่า 1 แสนโครงการ โดยในปีงบประมาณปัจจุบันตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา พบโครงการในลักษณะนี้แล้วกว่า 7 หมื่นโครงการ ซึ่งแบ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับถนน 16,000 สาย บ่อน้ำบาดาลและแหล่งน้ำกว่า 1,500 แห่ง รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างและการบริการอีก 45,000 รายการ ยกตัวอย่างเช่น กรณีโครงการบ่อบาดาลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่มีมูลค่าใกล้เคียง 5 แสนบาท ซึ่งแต่ละจังหวัดจะกำหนดราคามาตรฐานของตนเองไว้เท่าๆ กันเกือบทุกบ่อ ทั้งยังพบความผิดปกติที่ว่า แต่ละจังหวัดมักจะมีผู้รับเหมารายเดิมคอยผูกขาดหรือรับงานเป็นเจ้าประจำอยู่เสมอ 

“ร้อยเอ็ด ราคาส่วนใหญ่ คือ  499,000 บาท  มุกดาหาร อยู่ที่ 498,000 บาท ผู้รับเหมาหลักคือ บ.บ้านบุ่งวิศวกรรรม จังหวัดเลย ราคาอยู่ที่ 495,000 บาท  ผู้รับเหมาหลักคือ บริษัทน้ำดีบาดาล นครพนม ส่วนใหญ่ราคา 491,000 ส่วนใหญ่โดย หจก ธนกิจการก่อสร้าง แต่ทั้งนี้ ไม่กล่าวหาว่าทุจริต เพราะเป็นไปตามระเบียบราชการที่อนุญาต” นายวิสุทธิ์กล่าว 

นายวิสุทธิ์ ระบุต่อว่า หากโครงการมีมูลค่าเกิน 5 แสนบาทซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการแข่งขันราคา มูลค่างบประมาณจะลดลงทันทีถึงร้อยละ 23 จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ในการดำเนินโครงการขุดเจาะบ่อบาดาลนั้น หน่วยงานมีความต้องการน้ำบาดาลเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือมีวัตถุประสงค์แอบแฝงเรื่องผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่

อีกหนึ่งช่องโหว่สำคัญคือ การจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจงกับหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เกิดการเลือกหน่วยงานที่คุ้นเคยแต่ขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ยกตัวอย่างกรณี ‘ปฏิทินประกันสังคม’ ที่ในแต่ละปี หน่วยงานรัฐเลือกว่าจ้างหน่วยงานรัฐด้วยกันเองมีมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาท อย่างเช่นปีงบประมาณปัจจุบันตลอดช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่าคู่สัญญาหลักของรัฐ 10 อันดับแรก เป็นหน่วยงานที่รัฐให้การสนับสนุนและสามารถใช้วิธีซื้อแบบเฉพาะเจาะจงได้เลยถึง 4 องค์กร ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มูลค่า 7,700 ล้านบาท, องค์การเภสัชกรรม 7,500 ล้านบาท, บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) 5,200 ล้านบาท, และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก 4,500 ล้านบาท รวมถึงบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด อีก 2,400 ล้านบาท ซึ่งคู่สัญญาเกือบทั้งหมดนี้ล้วนเกิดขึ้นจากการใช้วิธีเฉพาะเจาะจงทั้งสิ้น

นายวิสุทธิ์ระบุว่า ช่องโหว่ดังกล่าวถือเป็นการทำลายโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ที่ไม่สามารถเข้ามาร่วมแข่งขันราคาได้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า ในแต่ละปีภาครัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงคิดเป็นมูลค่าสูงถึงปีละ 360,000 ล้านบาท ซึ่งหากเปลี่ยนมาใช้ระบบเปิดให้มีการแข่งขันราคาอย่างโปร่งใส และประเมินว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณลงได้ร้อยละ 20 ก็จะช่วยให้ประเทศประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ราว 72,000 ล้านบาท 

สำหรับช่องโหว่ที่สาม คือ เปิดข้อมูลการบริหารสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะด้านการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขสัญญา การจ่ายเงิน การทิ้งงาน ที่ปัจจุบันประชาชนเข้าไปดูไม่ได้ แต่โครงการนำร่องของกระทรวงการคลัง พบว่าหากเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด จะประหยัดงบได้ราว ร้อยละ 7.4 โดยในงบประมาณปี 70 มีโครงการก่อสร้างมูลค่าที่สูงกว่า 10 ล้านบาท อยู่เป็นเงิน 370,000 ล้านบาท ถ้าเราเลือกใช้วิธีการเปิดข้อมูลแล้วประเมินว่าประหยัดได้ร้อยละ 7.4 เราจะประหยัดได้ 26,000 ล้านบาท เมื่อรวมมาตรการก่อนหน้า ก็ประหยัดรวมกันได้ประมาณ  1 แสนล้านบาท 
“การประหยัดหนึ่งแสนล้านบาทนี้ทำได้ทันทีเพียงแค่ แก้กฎกระทรวง และให้กรมบัญชีกลางเปิดเผยข้อมูลในระบบ   โดยไม่ต้องรอ ท่านรองนายก ปกรณ์แก้กฎหมาย การจัดซื้อจัดจ้าง ทีใช้เวลานาน” นายวิสุทธิ์กล่าว

นอกจากนี้ นายวิสุทธิ์ยังระบุด้วยว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายที่ขัดแย้งในตัวเอง สะท้อนจากการที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ออกหนังสือเวียนเมื่อเดือนธันวาคม 2568 เพื่อล้างประวัติผู้รับเหมาที่เคยทิ้งงาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นสามารถกลับเข้ามาประมูลรับงานภาครัฐได้อีกครั้ง ทั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งกำลังเผชิญข้อครหาเรื่องความเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองขั้วอำนาจเดิม เช่นเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ที่ปัจจุบันได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกราช' แฉ รมว.กห.บล็อกเรือฟริเกต มาตรฐานนาโตเอื้อทุนสีน้ำเงิน
'เอกราช' แฉ รมว.กห.บล็อกเรือฟริเกต มาตรฐานนาโตเอื้อทุนสีน้ำเงิน