News Logo
หน้าแรก
'ไชยชนก' ยัน TH-AI Passport ตรงตามระเบียบ-'โสภณ' ห้าม 'หมอวรงค์'ซักต่อ

'ไชยชนก' ยัน TH-AI Passport ตรงตามระเบียบ-'โสภณ' ห้าม 'หมอวรงค์'ซักต่อ

1 ก.ค. 2569 19:15
ผู้ชม 12 คน

“ไชยชนก” แจงงบฯปี 70 ยัน TH-AI Passport เดินหน้าโปร่งใส คุ้มค่า เดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยชี้แจงจัดซื้อจัดจ้างคลาวด์ภาครัฐแบบรวมศูนย์ ลดงบกว่าร้อยล้าน พร้อมยกระดับเตือนภัยแผ่นดินไหว ชูผลงานน้ำท่วมกระบี่เป็นรูปธรรม ขณะ ปธ.สภาเบรก “หมอวรงค์” ซักปม TOR ยกเหตุต้องให้เวลาฝ่ายค้าน-ถามแบบนี้ไม่ได้อนุญาต

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ลุกขึ้นชี้แจงประเด็นต่างๆ ในระหว่างการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยกล่าวชื่นชมความขยันขันแข็งของเพื่อนสมาชิกและประธานในการพิจารณางบประมาณที่ผ่านมา และระบุว่าจะนำทุกความคิดเห็นมาใช้เพื่อการพิจารณา กระผมนายชัยชนกได้ขอใช้เวลาเพื่อชี้แจงในหลายประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายถึงในช่วงสามวันที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงดีอีที่มีการเพิ่มขึ้นถึง 33.18% สำหรับงบประมาณปี 2570 แต่ก่อนจะลงรายละเอียดเรื่องงบประมาณ รัฐมนตรีไชยชนกได้กล่าวถึงอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ไม่ได้อยู่ในเอกสารงบประมาณอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง นั่นคือโครงการนโยบายปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport ที่มีการพาดพิงถึงเรื่องความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งนายไชยชนกได้ยืนยันหนักแน่นว่าโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย และเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลต่อทั้งภาครัฐและประชาชน

นายไชยชนกได้ให้เหตุผลหลักสามประการที่ทำให้มั่นใจในโครงการ TH-AI Passport ประการแรก คือได้มีการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด และได้รับการยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและระเบียบทุกประการ ซึ่งแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินการ ประการที่สอง ผลจากการเจรจากับคู่สัญญา ทำให้ภาครัฐและพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่เน้นผลประโยชน์สูงสุดแก่สาธารณะ และประการที่สาม จากการตรวจสอบและทดลองใช้งาน พบว่าตัวผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงกว่าข้อกำหนดใน TOR (Terms of Reference) อย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นการใช้งบประมาณกองทุนอย่างคุ้มค่าอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้สนใจจำนวน 1 ใน 5 ล้านคน ได้มีโอกาสใช้ AI โมเดลนี้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นการกระจายประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ประชาชนอย่างทั่วถึง

สำหรับงบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 33.18 สำหรับปีงบประมาณ 2570 นั้น นายไชยชนกกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นหลักๆ มาจากสองหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สลช.) จำนวน 2,054 ล้านบาท และกรมอุตุนิยมวิทยา จำนวน 1,209 ล้านบาท

แจงงบประมาณคลาวด์ภาครัฐ ชูรวมศูนย์เพื่อประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย

ในส่วนของงบประมาณของ สลช. ที่เพิ่มขึ้น เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างถ้วนหน้าว่าส่วนมากเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ของประเทศ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล นายไชยชนกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบรวมศูนย์ (Centralized) โดยชี้แจงถึงข้อดีที่ชัดเจนว่า การดำเนินการในลักษณะนี้ ทำให้สามารถจัดซื้อในปริมาณมากในราคาที่ถูกลง โดยสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึงร้อยละ 30 นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระด้านบุคลากร และลดงบประมาณที่ต้องใช้ในการประชุมและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของแต่ละหน่วยงานลงได้มากถึงเกือบ 100 ล้านบาท มากไปกว่านั้น การรวมศูนย์ยังช่วยลดความเสี่ยงจากหน่วยงานภาครัฐบางแห่งที่อาจยังไม่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในการจัดซื้อระบบคลาวด์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีไชยชนกได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างคลาวด์บางส่วนไม่สามารถรวมศูนย์ได้ ซึ่งประกอบด้วยสามส่วนหลัก ได้แก่ กลุ่มที่มีการจัดซื้อจัดจ้างมาก่อนแล้วและเป็นงบผูกพัน กลุ่มที่มีความจำเป็นเฉพาะหรือมีฟังก์ชันที่แตกต่างกัน เช่น ระบบของกระทรวงการคลังที่ต้องการความปลอดภัยและฟังก์ชันเฉพาะที่แตกต่างจากคลาวด์ทั่วไป และกลุ่มข้อมูลที่จำเป็นต้องจัดเก็บในระบบที่มีความปลอดภัยสูงและเป็นระบบแยก (stand-alone) ยกตัวอย่างเช่น บางส่วนของกรมการปกครอง กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ทั้งนี้ กระทรวงฯ มีความตั้งใจที่จะรวมศูนย์การจัดซื้อจัดจ้างให้มากขึ้นในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล แม้งบประมาณจำกัด

นายไชยชนกยอมรับว่าในภาพรวมงบประมาณปี 2570 สัดส่วนงบประมาณที่เพิ่มขึ้นในด้านดิจิทัลอาจดูน้อยนิด ซึ่งเป็นความอึดอัดใจของตนเช่นกัน และเห็นด้วยว่าหากต้องการขับเคลื่อนให้รวดเร็วขึ้นก็ควรมีงบประมาณที่มากกว่านี้ แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ทำให้มีความจำเป็นต้องกระจายงบประมาณไปช่วยเหลือปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ ที่สำคัญเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความจริงจังกับการพัฒนารากฐานของรัฐบาลและเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การใช้งบประมาณเท่านั้น

รัฐมนตรีดีอีได้ยกตัวอย่างผลงานที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช้งบประมาณเพิ่มเติม ได้แก่ การขับเคลื่อนกฎหมายเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การพัฒนาระบบที่ใช้เทคโนโลยี AI ในการประมวลผลกฎหมายและร่างกฎหมายซึ่งประสบความสำเร็จในมาตรฐานของ OECD โครงการลดขั้นตอนและเพิ่มความโปร่งใสในระบบการให้ใบอนุญาต การเปลี่ยนพันธกิจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในการวางระบบมาตรฐานการเก็บข้อมูลใหม่ และช่วยหลายกระทรวงในการสร้างมาตรฐานข้อมูล อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กฎหมายธรรมาภิบาล AI (AI Governance) การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม GPAI (Global Partnership on Artificial Intelligence) เพื่อพัฒนามาตรฐาน AI ร่วมกัน และการจัดตั้ง AIGC (AI Governance Center) ที่ได้มาตรฐานของ OECD และ UN

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังเร่งผลักดันกฎหมาย Data Center (DC) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของตลาดเศรษฐกิจ AR/VR/XR ที่ประเทศไทยได้รับความสนใจมากที่สุดในโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การลงทุนของ Hyperscalers หรือนักธุรกิจต่างชาติที่จะเข้ามาในตลาดไทย เป็นการลงทุนที่ยั่งยืน ทั้งในเชิงธรรมชาติ พลังงาน และน้ำ รวมถึงการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เพียงการลงทุนครั้งเดียวและเงินไหลออกนอกประเทศ แต่เป็นการมีส่วนร่วมกับการสร้างตลาดไทยอย่างเป็นรูปธรรมในฐานะหุ้นส่วน ไม่ใช่นักลงทุนเพียงฝ่ายเดียว

กรมอุตุฯ ยกระดับเตือนภัยพิบัติ แผ่นดินไหว-พยากรณ์อากาศ

ในส่วนของงบประมาณกรมอุตุนิยมวิทยาที่เพิ่มขึ้น 1,209 ล้านบาท นายไชยชนกชี้แจงว่า งบประมาณดังกล่าวจะถูกใช้ในสองส่วนหลัก คือ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้า (Earthquake Early Warning) ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว แม้จะยอมรับว่าปัจจุบันทั่วโลกยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่สามารถพยากรณ์แผ่นดินไหวก่อนเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ แต่การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับในจุดเสี่ยง (fault line) จะช่วยซื้อเวลาได้ไม่กี่นาที ซึ่งในสถานการณ์ภัยพิบัติ ทุกวินาทีมีค่าและหมายถึงชีวิตของประชาชนชาวไทย จึงยังคงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และส่วนที่สองคือการใช้งบประมาณเพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพและความเร็วในการพยากรณ์อากาศ รวมถึงเทคโนโลยีติดตามพยากรณ์ไฟป่า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตและการจัดการภัยพิบัติในปัจจุบัน

ชูผลงานเป็นรูปธรรม: กรณีน้ำท่วมกระบี่ รับมือภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

นายไชยชนกยังไดอ้างถึงตัวอย่างผลงานที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือและการยกระดับระบบการทำงานในการรับมือภัยพิบัติ โดยเล่าถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดกระบี่เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า ทีมงานสามารถตรวจจับและพยากรณ์มวลเมฆฝนที่มีลักษณะเป็น "เรนบอมบ์" ได้ตั้งแต่ยังอยู่ในทะเล มีการติดตามมวลฝนอย่างใกล้ชิด และประสานงานแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชน และเตรียมศูนย์อพยพตั้งแต่ก่อนที่มวลเมฆจะมาถึงแผ่นดิน ผลคือมีประชาชนเข้าสู่ศูนย์อพยพเพียง 40-50 คนเท่านั้น เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่รับทราบถึงภัยล่วงหน้าจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นของทุกหน่วยงาน และสามารถเลือกที่จะไปอยู่กับญาติหรือพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเสร็จสิ้นการชี้แจงของนายไชยชนกไปแล้ว ทางด้านของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดีได้พยายามถามนายไชยชนกให้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง TOR ที่มีการกล่าวหาก่อนหน้าว่าล็อคสเปกและมีการพาข้าราชการไปต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 10 คน แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานในที่ประชุมไม่อนุญาต โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้ฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายต่อ และยืนยันว่าการชี้แจงเป็นสิทธิ์ของรัฐมนตรี แต่การถามตอบในลักษณะนั้นไม่ได้รับอนุญาต

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บรรยง'ปลุกสามัญชนทวง 'ประชาธิปไตย-ทุนนิยม' ที่แท้จริง
'บรรยง'ปลุกสามัญชนทวง 'ประชาธิปไตย-ทุนนิยม' ที่แท้จริง