News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' ยันสอบทุจริตฯท้องถิ่นเด็ดขาด รับโพลคะแนนลด เร่ง ครม.PR ผลงาน

'อนุทิน' ยันสอบทุจริตฯท้องถิ่นเด็ดขาด รับโพลคะแนนลด เร่ง ครม.PR ผลงาน

6 ก.ค. 2569 18:58
ผู้ชม 11 คน

นายกฯ อนุทิน ยันสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเด็ดขาด-โปร่งใส น้อมรับผลโพลคะแนนนิยมลด-พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. แนะ ครม. เร่งสื่อสารผลงาน ส่งเสริมการลงทุน EEC ย้ำต้องปราบเก็งกำไรที่ดินเด็ดขาด

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีการตั้งคณะกรรมการสอบคดีทุจริตการสอบเข้ารับเป็นข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงประเด็นผลสำรวจความนิยม และการทำงานของคณะรัฐมนตรี

โดยนายอนุทิน ชี้แจงถึงความคืบหน้ากรณีการทุจริตการสอบเข้ารับเป็นข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่ามีการลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในแต่ละลำดับชั้น โดยสำนักนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มารายงานว่าได้ลงนามคำสั่งสอบสวนวินัยร้ายแรงไปเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ นอกจากนี้ หน่วยงานอื่นๆ เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ก็ได้มารายงานถึงการดำเนินการในส่วนของตนเองเช่นกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปราบปรามและมีอำนาจดำเนินคดีมาดำเนินการคู่ขนานกันไป อาทิ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการ ปปท., ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, และอัยการสูงสุด โดยข้อมูลทั้งหมดจะมารวมอยู่ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่มีรองนายกฯ ปกรณ์ เป็นประธาน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่นขึ้น และสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการวิ่งเต้นช่วยเหลือหรือสมยอมกัน พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องรักษาความลับ แต่ยืนยันว่ามีการตั้งคณะกรรมการตามลำดับชั้นให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวดเร็ว และโปร่งใส โดยเบื้องต้นกำหนดกรอบเวลาสำหรับคณะกรรมการชุดใหญ่ไว้ 30 วัน เพราะเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจและต้องการคำตอบ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ

น้อมรับผลโพลสะท้อนความนิยมลด เร่ง ครม. สื่อสารผลงานให้ประชาชนทราบ

สำหรับผลสำรวจจากนิด้าโพลที่สะท้อนว่าคะแนนความนิยมของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีลดลงนั้น นายอนุทินกล่าวว่าโพลก็เหมือนกระจกส่องตัวเอง ต้องขอบคุณผู้จัดทำและผู้ให้ข้อมูล ซึ่งแสดงว่าต้องมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข โดยคะแนนที่ลดลงจาก 26% เหลือ 21% แสดงว่ามีสิ่งผิดปกติ (Something Wrong) แน่นอน พร้อมยอมรับว่าอาจเป็นเพราะการสื่อสารผลงานที่ไม่ชัดเจน ไม่เต็มที่ หรือคิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความ ทำให้ส่วนดีๆ ไม่ได้รับการสื่อสารออกไป จึงได้ตำหนิหลายคนไปแล้ว พร้อมยกตัวอย่างผลงานเชิงบวกที่ไม่ได้สื่อสาร อาทิ จีดีพีที่เติบโต, การลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น, ตลาดหุ้นที่กลับมามีเสถียรภาพเหนือ 1,600 จุด, การจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่สูงขึ้น และการได้รับการสนับสนุนให้เข้าสู่ OECD จากหลายประเทศ

นายอนุทินยืนยันว่า ได้พบปะเอกอัครราชทูตและผู้จัดการใหญ่เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ซึ่งต่างแสดงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยและมองเห็นอนาคตที่สดใสในการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก ดังนั้นจะต้องพยายามขจัดสิ่งชั่วร้ายที่เป็นภาระและดึงประเทศถอยหลัง พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับกลยุทธ์การสื่อสารกับประชาชน โดยยอมรับว่าขณะนี้ยังสื่อสารได้ไม่ดีพอ และได้เรียกคณะรัฐมนตรีมาประชุมในช่วงเย็น เพื่อย้ำเตือนเรื่องการสื่อสารและผลงาน เพราะหากยังเป็นรัฐมนตรี "โลกลืม" นายกรัฐมนตรีก็จะ "ลืม" ด้วยเช่นกัน ซึ่งการประเมินการทำงานของคณะรัฐมนตรีที่ทำงานมาเพียง 2 เดือนนี้ จะยึดหลักผลงาน ความสามารถ และความทุ่มเท พร้อมชี้ว่ารัฐมนตรีในพรรคภูมิใจไทยทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ แต่ยังขาดการสื่อสารที่ออกไปสู่สาธารณะ

พร้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน.-ยืนยันจัดการผู้แอบอ้างทำความเสียหาย

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 9 กรกฎาคมในประเด็นเรื่องมติคณะรัฐมนตรีที่ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านวิกฤตพลังงานนั้น เป็นการตราขึ้นโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเรื่องนี้ได้ชี้แจงทั้งเอกสารและหลักฐานประกอบไปแล้ว โดยไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับและปฏิบัติตาม เพราะต้องให้ความเคารพต่อคำสั่งของศาล พร้อมระบุว่าไม่ได้มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ใช่คนตัดสินตัวเอง และคาดหวังว่าคำอธิบายของรัฐบาลจะทำให้ศาลวินิจฉัยในสิ่งที่ถูกต้อง

ส่วนกรณีที่มีข่าวบุคคลอ้างว่าเป็นอดีตคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีไปทำร้ายสื่อมวลชนนั้น นายอนุทินปฏิเสธว่าไม่สนิทกับบุคคลดังกล่าวเลย และจำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ พร้อมระบุว่าบุคคลนี้เคยมาเป็นสมาชิกและติดตามตนเองมานานแล้ว แต่ไม่ได้ให้มีส่วนร่วมกับพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เนื่องจากสไตล์การทำงานไม่เข้ากัน และย้ำว่าหากมีการแอบอ้างแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้มีการแอบอ้างเพื่อไปกระทำการที่สร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่นอย่างแน่นอน

กำชับการส่งเสริมการลงทุน EEC และปราบปรามการเก็งกำไรที่ดินอย่างเด็ดขาด

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการลงทุนทั่วประเทศ ไม่ใช่แย่งพื้นที่กัน พร้อมตอบข้อกังวลของภาคเอกชนเกี่ยวกับการเข้ามา "กว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร" โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีน โดยยืนยันว่าไม่มีการเข้ามาเก็งกำไรในลักษณะ "นิคมเถื่อน" ตามที่เป็นข่าว เพราะการตั้งนิคมอุตสาหกรรมต้องมีการขออนุญาตและทำสาธารณูปโภคตามเงื่อนไขมากมาย หากมีการซื้อที่ดินโดยผิดกฎหมายหรือผ่านนอมินี รัฐบาลก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดเช่นที่เคยทำในภูเก็ตและพังงา ซึ่งมีการยึดและเพิกถอนสิทธิไปแล้วมากมาย โดย พล.ต.อ. สำราญ ก็ได้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายอนุทินกล่าวปิดท้ายว่า รัฐบาลนี้จะจัดการกับผู้ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ เพราะไม่คุ้มค่าที่จะท้าทายกฎหมายของประเทศไทย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และที่สำคัญคือการข่มเหงประชาชนผู้สุจริต ซึ่งรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นเป็นอันขาด โดยตนเองติดตามดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและดำเนินการด้วยความเด็ดขาดที่สุดแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อนุทิน ชาญวีรกุล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘รักชนก’ นำ กมธ.ถก กยศ.ปัญหาระบบล่ม เร่งแก้เคสซับซ้อน 1.8 หมื่นราย
‘รักชนก’ นำ กมธ.ถก กยศ.ปัญหาระบบล่ม เร่งแก้เคสซับซ้อน 1.8 หมื่นราย