หนังสือเวียน ก.พ.ระบุชัด รมต.มีสิทธิเสนอชื่อตั้งปลัดคนใหม่ได้ เคลียร์ปมเดือด 'ณัฐพล' ไม่เซ็นรับรองชื่อ 'ภาสกร' ให้ครม.ตั้งเป็นปลัดอุตฯคนใหม่
สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดความวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ เนื่องจากเดิมจะมีการโยกนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่อยู่ครบวาระ 4 ปี ข้ามห้วยไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะเสนอนายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ แต่ปรากฏว่านายณัฐพล ไม่ยอมลงนามเสนอชื่อนายภาสกร โดยนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ชี้แจงว่าหากนายณัฐพล ไม่ได้ลงนามในการเสนอชื่อนายภาสกร อาจมีปัญหาข้อกฎหมาย แม้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯด้านกฎหมาย ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องให้ปลัดลงนามเสนอ เพราะเป็นแค่แนวปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกฎหมาย แต่นายอนุทิน ไม่มั่นใจว่าจะผิดหรือไม่ จึงให้คนที่เกี่ยวข้องกับไปเคลียร์กันให้เรียบร้อยก่อนนั้น
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า จากการตรวจสอบหนังสือเวียนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เรื่อง แนวทางในการปฏิบัติการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารและประเภทอำนวยการระดับสูง ระบุว่าเพื่อให้การดำเนินการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารและประเภทอำนวยการระดับสูง วิธีการ และขั้นตอนการคัดเลือกที่กำหนดไว้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งสอดคล้องกับบทบัญญัติตามมาตรา 42 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ. จึงวางแนวทางในปฏิบัติการเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
(2) กรณีตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เมื่อปลัดกระทรวงได้ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าบุคคลใดในรายชื่อผู้ที่คณะกรรมการเกณฑ์และพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.) หรือสำนักงาน ก.พ. ระบุความสมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งพร้อมทั้งเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าวแล้วให้เสนอรัฐมนตรีเจ้าสังกัดนําเสนอคณะมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
หนังสือระบุว่า สำหรับส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี กรณีการเสนอรายชื่อข้าราชการพลเรือนสามัญที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 1 - 2 ชื่อ ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้ง จำนวน 1 หรือ 2 ชื่อต่อหนึ่งตำแหน่ง
หนังสือระบุว่า ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือรับผิดชอบปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี (ตำแหน่งระดับ 11 เดิม) ให้ดำเนินการ ดังนี้
(1) ปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (ตำแหน่งระดับ 11 เดิม) เป็นผู้เสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมตามจำนวนที่เห็นสมควรพร้อมข้อมูลบุคคลพื้นฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา การฝึกอบรม ดูงาน ประสบการณ์ ความสามารถ ผลงานสำคัญพิเศษ ประวัติทางวินัยในอดีตของข้าราชการผู้นั้น รวมทั้งเสนอผลการปฏิบัติงานประจำปีของผู้ที่ได้รับเสนอชื่อและความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความพร้อมที่จะได้รับการแต่งตั้ง
(2) เมื่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดได้ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าบุคคลใดในรายชื่อที่ปลัดกระทรวงเสนอเหมาะสมแล้วให้ระบุความสมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งพร้อมทั้งเหตุผลของการตัดสินใจดังกล่าวแล้วจึงดำเนินการขั้นตอนการแต่งตั้งตามมาตรา 57 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ต่อไป
"สำหรับกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม (ตำแหน่งระดับ 11 เดิม) ไม่เสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือไม่มีผู้เสนอชื่อ หรือผู้มีหน้าที่ต้องเสนอชื่อเสนอชื่อตนเอง รัฐมนตรีเจ้าสังกัดมีสิทธิเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมแล้วดำเนินการขั้นตอนการแต่งตั้งตามมาตรา 57 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ต่อไป ในการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมของรัฐมนตรีให้ระบุความสมควรที่จะได้รับการแต่งตั้งพร้อมทั้งเหตุผลของการตัดสินใจด้วย"หนังสือเวียนระบุ




