News Logo
หน้าแรก
‘บวรศักดิ์-วิชา-วัส’ ถอดรหัสวิกฤตองค์กรอิสระ จี้แก้รธน.ยึดโยงประชาชน

‘บวรศักดิ์-วิชา-วัส’ ถอดรหัสวิกฤตองค์กรอิสระ จี้แก้รธน.ยึดโยงประชาชน

28 ส.ค. 2569 14:12
ผู้ชม 170 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กมธ.ศาล จัดเสวนาวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ‘บวรศักดิ์’ จี้อภิวัฒน์กกต.-นำระบบถอดถอนกลับมา-‘วิชา’ ชี้องค์กรอิสระทำงานเพื่อประชาชน-ต้องเปิดเผยข้อมูล-‘วัส’ วิจารณ์ระบบเลือกสว.วิปริต บังคับรวมหัวเพื่อให้ได้รับเลือก

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน จัดโครงการเสวนาวิชาการ หัวข้อ ถอดรหัสวิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยและอนาคตประเทศไทย แนวทางการปฏิรูปและฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระในสถานการณ์ปัจจุบัน

มีผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีและผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงานโดยกล่าวถึงประเด็นปัญหาการถูกแทรกแซงขององค์กรอิสระจากการเมือง และปัญหาที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีระบบที่มีปัญหาและถูกแทรกแซงจากการเมือง ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาของประชาชน จึงจัดงานเสวนาเพื่อหาทางออก

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ OECD มีเรื่องที่ประเทศไทยต้องปรับถึง 70,000 เรื่อง ตอนที่ตนเองอยู่ในรัฐบาลก็มีเรื่องการเปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในองค์กรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ประเทศไทยไม่จริงจังกับเรื่องพวกนี้ ซึ่งประเทศไทยในที่นี้หมายถึง คนมีอำนาจ ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้

กล่าวถึงปัญหาระยะเวลาการได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ใช้เวลานานแล้วส่งผลต่อการบริหารประเทศ ประเด็นความแตกต่างของรัฐธรรมนูญในอดีตและอำนาจบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ที่กกต.ที่มาจากรัฐธรรมนูญในปี 2540 เป็นกกต. ที่ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง แต่กกต.ชุดถัดมากลับมีปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหา จนกระทั่งกกต.ชุดที่ 5 ในปี 2562 ที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. ที่การเลือกตั้งในปี 2562 มีข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ส่วนในปัจจุบันเมื่อมาดูผลสำรวจจากสำนักงานสถิติก็จะพบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกกต.ตกต่ำลง

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ กล่าวว่า ทางออกของปัญหาวิกฤตความเชื่อมั่น ตนเองเสนอให้มีการอภิวัฒน์เวลาในการได้มาซึ่งครม. การสรรหาองค์กรอิสระ นำระบบถอดถอนกลับมามอบอำนาจให้ประชาชน และอภิวัฒน์กกต.โดยไม่ต้องให้กกต.จัดการเลือกตั้ง ให้แค่ออกกฎเกณฑ์และจับคนผิด ส่วนการจัดเลือกตั้งให้หัวหน้าส่วนราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นดำเนินการแทน

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวถึงประเด็นการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ต้องพัฒนาในด้านความรวดเร็ว ต้องตระหนักว่าตนเองเป็นเจ้าพนักงานของประชาชน กล่าวถึงกลไกการตรวจสอบของ ป.ป.ช. เช่น การให้นักการเมืองและข้าราชการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยยกตัวอย่างในประเทศสิงคโปร์ถ้าหากนักการเมืองยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ครบหรือไม่ยื่น ก็ให้ออกจากราชการทันที ซึ่งเป็นการคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเหลือไว้ในระบบราชการ ต่างจากของประเทศไทยที่มีการลงโทษทางอาญาแต่ไม่ให้พ้นจากตำแหน่ง ประเด็นการไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะทั้งที่รัฐธรรมนูญระบุไว้แต่ปัจจุบันไม่มีกฎหมายลูกมารองรับทำให้เจตนาของรัฐธรรมนูญไม่สัมฤทธิ์ผล โดยกล่าวยกตัวอย่างกรณีที่หน่วยงานไม่เปิดเผยข้อมูลที่ส่งผลให้มีอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ต้องติดคุกจากการไม่เปิดเผยข้อมูล (คดีการสอบสวนนาฬิกาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) รวมถึงกล่าวถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาเปิดเผยข้อมูลคดีฮั้วสว. แล้วถูกแจ้งความ สิ่งที่นายยิ่งชีพทำเป็นความพยายามที่จะนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ และกล่าวถึงกฎหมาย Anti-SLAPP Law ที่จะช่วยปกป้องประชาชนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล

"คุณจะคิดว่าคุณเป็นองค์กรอิสระแบบเลิศลอยนะ ลอยมาจากฟ้านะ ตกลงมาท่ามกลางสงฆ์ ไม่ใช่กฐินนะ คุณต้องยึดโยงกับประชาชน องค์กรอิสระอย่าสำคัญตัวผิดว่าเป็นอิสระ ขึ้นตรงต่อประชาชนครับ ทำงานเพื่อประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน" ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าว

นายวัส กล่าวถึงระบบการเลือก สว. ว่าเป็นหลักการที่วิปริตเพราะบีบให้ผู้สมัครต้องมีการ รวมหัวกันจึงจะได้รับเลือก และกล่าวถึงคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 (วท.12/2569) ที่แตกต่างจากคำวินิจฉัยในปี 2562 ที่ระบุว่า คดีที่ประชาชนฟ้ององค์กรอิสระ (เช่น กกต.) ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

"ผมอ่านบทบัญญัติว่าด้วยวุฒิสภา แค่ 2 บรรทัด ผมก็เลิกอ่านต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ผมไม่สนใจเลยนะ ผมถือว่าใช้ไม่ได้ มันเป็นหลักการที่วิปริต ไม่ใช่วิบัติ วิปริตเลยนะครับ เลือกกันเองเนี่ย ผมมองว่าคนที่สมัคร ถ้าต้องการได้รับเลือกเป็น สว. ถ้าไม่ฮั้วกัน คุณมีสิทธิ์ได้ไหม ไม่มีสิทธิ์นะ ผมเชื่อว่าไม่มีสิทธิ์" นายวัส กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
องค์กรอิสระ
สว.
กกต.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลังฉาก ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก ‘นายกฯ+17 รมต.น้ำเงิน’ วัดใจ ‘แดง’ พลิกเกม
หลังฉาก ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก ‘นายกฯ+17 รมต.น้ำเงิน’ วัดใจ ‘แดง’ พลิกเกม