News Logo
หน้าแรก
‘บวรศักดิ์-วิชา-วัส’ ถอดรหัสวิกฤตองค์กรอิสระ จี้แก้รธน.ยึดโยงประชาชน

‘บวรศักดิ์-วิชา-วัส’ ถอดรหัสวิกฤตองค์กรอิสระ จี้แก้รธน.ยึดโยงประชาชน

28 ส.ค. 2569 14:12
ผู้ชม 29 คน

กมธ.ศาล จัดเสวนาวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ ‘บวรศักดิ์’ จี้อภิวัฒน์กกต.-นำระบบถอดถอนกลับมา-‘วิชา’ ชี้องค์กรอิสระทำงานเพื่อประชาชน-ต้องเปิดเผยข้อมูล-‘วัส’ วิจารณ์ระบบเลือกสว.วิปริต บังคับรวมหัวเพื่อให้ได้รับเลือก

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน จัดโครงการเสวนาวิชาการ หัวข้อ ถอดรหัสวิกฤติศรัทธาองค์กรอิสระ ผลกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยและอนาคตประเทศไทย แนวทางการปฏิรูปและฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระในสถานการณ์ปัจจุบัน

มีผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีและผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดงานโดยกล่าวถึงประเด็นปัญหาการถูกแทรกแซงขององค์กรอิสระจากการเมือง และปัญหาที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีระบบที่มีปัญหาและถูกแทรกแซงจากการเมือง ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาของประชาชน จึงจัดงานเสวนาเพื่อหาทางออก

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ OECD มีเรื่องที่ประเทศไทยต้องปรับถึง 70,000 เรื่อง ตอนที่ตนเองอยู่ในรัฐบาลก็มีเรื่องการเปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในองค์กรต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ประเทศไทยไม่จริงจังกับเรื่องพวกนี้ ซึ่งประเทศไทยในที่นี้หมายถึง คนมีอำนาจ ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้

กล่าวถึงปัญหาระยะเวลาการได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ใช้เวลานานแล้วส่งผลต่อการบริหารประเทศ ประเด็นความแตกต่างของรัฐธรรมนูญในอดีตและอำนาจบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ที่กกต.ที่มาจากรัฐธรรมนูญในปี 2540 เป็นกกต. ที่ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง แต่กกต.ชุดถัดมากลับมีปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหา จนกระทั่งกกต.ชุดที่ 5 ในปี 2562 ที่มีนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. ที่การเลือกตั้งในปี 2562 มีข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ส่วนในปัจจุบันเมื่อมาดูผลสำรวจจากสำนักงานสถิติก็จะพบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกกต.ตกต่ำลง

ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ กล่าวว่า ทางออกของปัญหาวิกฤตความเชื่อมั่น ตนเองเสนอให้มีการอภิวัฒน์เวลาในการได้มาซึ่งครม. การสรรหาองค์กรอิสระ นำระบบถอดถอนกลับมามอบอำนาจให้ประชาชน และอภิวัฒน์กกต.โดยไม่ต้องให้กกต.จัดการเลือกตั้ง ให้แค่ออกกฎเกณฑ์และจับคนผิด ส่วนการจัดเลือกตั้งให้หัวหน้าส่วนราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นดำเนินการแทน

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าวถึงประเด็นการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ต้องพัฒนาในด้านความรวดเร็ว ต้องตระหนักว่าตนเองเป็นเจ้าพนักงานของประชาชน กล่าวถึงกลไกการตรวจสอบของ ป.ป.ช. เช่น การให้นักการเมืองและข้าราชการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยยกตัวอย่างในประเทศสิงคโปร์ถ้าหากนักการเมืองยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ครบหรือไม่ยื่น ก็ให้ออกจากราชการทันที ซึ่งเป็นการคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเหลือไว้ในระบบราชการ ต่างจากของประเทศไทยที่มีการลงโทษทางอาญาแต่ไม่ให้พ้นจากตำแหน่ง ประเด็นการไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะทั้งที่รัฐธรรมนูญระบุไว้แต่ปัจจุบันไม่มีกฎหมายลูกมารองรับทำให้เจตนาของรัฐธรรมนูญไม่สัมฤทธิ์ผล โดยกล่าวยกตัวอย่างกรณีที่หน่วยงานไม่เปิดเผยข้อมูลที่ส่งผลให้มีอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ต้องติดคุกจากการไม่เปิดเผยข้อมูล (คดีการสอบสวนนาฬิกาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) รวมถึงกล่าวถึงกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ออกมาเปิดเผยข้อมูลคดีฮั้วสว. แล้วถูกแจ้งความ สิ่งที่นายยิ่งชีพทำเป็นความพยายามที่จะนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ และกล่าวถึงกฎหมาย Anti-SLAPP Law ที่จะช่วยปกป้องประชาชนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล

"คุณจะคิดว่าคุณเป็นองค์กรอิสระแบบเลิศลอยนะ ลอยมาจากฟ้านะ ตกลงมาท่ามกลางสงฆ์ ไม่ใช่กฐินนะ คุณต้องยึดโยงกับประชาชน องค์กรอิสระอย่าสำคัญตัวผิดว่าเป็นอิสระ ขึ้นตรงต่อประชาชนครับ ทำงานเพื่อประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน" ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา กล่าว

นายวัส กล่าวถึงระบบการเลือก สว. ว่าเป็นหลักการที่วิปริตเพราะบีบให้ผู้สมัครต้องมีการ รวมหัวกันจึงจะได้รับเลือก และกล่าวถึงคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 (วท.12/2569) ที่แตกต่างจากคำวินิจฉัยในปี 2562 ที่ระบุว่า คดีที่ประชาชนฟ้ององค์กรอิสระ (เช่น กกต.) ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่ต้องไปผ่านช่องทางของ ป.ป.ช. เพื่อฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแทน

"ผมอ่านบทบัญญัติว่าด้วยวุฒิสภา แค่ 2 บรรทัด ผมก็เลิกอ่านต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ผมไม่สนใจเลยนะ ผมถือว่าใช้ไม่ได้ มันเป็นหลักการที่วิปริต ไม่ใช่วิบัติ วิปริตเลยนะครับ เลือกกันเองเนี่ย ผมมองว่าคนที่สมัคร ถ้าต้องการได้รับเลือกเป็น สว. ถ้าไม่ฮั้วกัน คุณมีสิทธิ์ได้ไหม ไม่มีสิทธิ์นะ ผมเชื่อว่าไม่มีสิทธิ์" นายวัส กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
องค์กรอิสระ
สว.
กกต.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' ชี้รธน.60 มีช่องแทรกแซงองค์กรอิสระ เตือนระวังฮั้วสสร.
'อภิสิทธิ์' ชี้รธน.60 มีช่องแทรกแซงองค์กรอิสระ เตือนระวังฮั้วสสร.