วิป 3 ฝ่าย เคาะกรอบศึกซักฟอก 7-11 ธ.ค. 2569 ใช้สูตร 4+1 วัน อภิปราย 72 ชั่วโมงเต็ม จัดสรรเวลาฝ่ายค้าน 51 ชม. รัฐบาล 17 ชม. ตรวจสอบเข้ม 18 รัฐมนตรี
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ประธานคณะกรรมการกิจการร่วม (วิป) ฝ่ายค้าน และ นายกรวีร์ ปริศนา นันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ได้แถลงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย ภายหลังการหารือร่วมกันเพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาและวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า การอภิปรายจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม 2569 โดยใช้สูตร 4 บวก 1 วัน ซึ่งเป็นการอภิปราย 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 ข้อสรุปนี้ถือเป็นการเจอกันครึ่งทาง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านได้เคยเสนอขอเวลาอภิปรายทั้งหมด 5 วัน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลได้เสนอ 3 วัน หรือปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 วันครึ่ง
เคาะกรอบเวลาอภิปรายและสูตร 4+1 วัน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ได้กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นผลมาจากความพยายามในการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับทั้งสองฝ่ายในการทำหน้าที่ ทั้งฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหาและหลักฐาน และฝ่ายรัฐบาลในการชี้แจง โดยจำนวนชั่วโมงรวมทั้งหมดสำหรับการอภิปรายครั้งนี้คือ 72 ชั่วโมง ซึ่งมีการจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านรวม 51 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากสมัยก่อนหน้า เนื่องจากมีการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนมากถึง 18 คน ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับจัดสรรเวลาชี้แจง 17 ชั่วโมง และอีก 4 ชั่วโมงเป็นของประธานในที่ประชุม การจัดสรรเวลาดังกล่าวนี้ ฝ่ายค้านเชื่อว่าเพียงพอสำหรับการตรวจสอบรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ที่มีข้อกล่าวหาแตกต่างกันไป
กำหนดการอภิปรายรายวัน
สำหรับการดำเนินงานอภิปราย ได้มีการกำหนดรายละเอียดของกรอบเวลาในแต่ละวันดังนี้: ในวันแรก วันที่ 7 ธันวาคม วันที่สอง วันที่ 8 ธันวาคม และวันที่สาม วันที่ 9 ธันวาคม การอภิปรายจะเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. และดำเนินไปจนถึงเวลา 03.00 น. ของวันถัดไป รวมเป็นเวลา 19 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนในวันที่สี่ วันที่ 10 ธันวาคม การอภิปรายจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึงเวลา 23.00 น. รวมเป็นเวลา 15 ชั่วโมง ก่อนที่ในวันที่ห้า วันที่ 11 ธันวาคม จะเป็นการลงมติเพื่อพิจารณาญัตติไม่ไว้วางใจ
จากรายละเอียดการจัดสรรเวลา ฝ่ายค้านจะได้รับเวลาอภิปรายใน 3 วันแรก รวม 43 ชั่วโมง ครม. 11 ชั่วโมง และประธาน 3 ชั่วโมง ส่วนในวันสุดท้าย ฝ่ายค้านจะได้รับประมาณ 8 ชั่วโมง ครม. 6 ชั่วโมง และประธาน 1 ชั่วโมง โดยหลังจากการอภิปรายทั้งหมดเสร็จสิ้น จะมีการเร่งรัดประชุมเพื่อลงมติภายในวันที่ 11 ธันวาคม
นายกรวีร์ ปริศนา นันทกุล ได้เน้นย้ำถึงบรรยากาศการประชุมว่า เป็นไปด้วยดีและมีการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ทุกฝ่ายต่างพร้อมที่จะถอยคนละก้าวและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จนนำไปสู่ข้อสรุปที่เป็นที่น่าพึงพอใจและเป็นประโยชน์ต่อการเดินหน้ากระบวนการตรวจสอบรัฐบาลในครั้งนี้ ความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การประชุม 2 ครั้งก่อนหน้าไม่สามารถหาข้อสรุปได้ นายพริษฐ์เองก็ยอมรับว่าการเจรจาเรื่องสำคัญเช่นนี้อาจต้องใช้เวลาและมีการประชุมหลายครั้ง แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
การจัดสรรเวลาภายในและข้อเสนอแนะ
เกี่ยวกับข้อเสนอแนะเรื่องวันอภิปราย ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า "ยิ่งเร็วที่สุดก็ยิ่งดี" โดยวันที่ 7-11 ธันวาคม เป็นช่วงเวลาที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาและถือเป็นช่วงเวลาที่ช้าที่สุดเพื่อประกันว่าจะมีการอภิปรายเกิดขึ้นแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางวิป 3 ฝ่ายได้ขอให้คณะรัฐมนตรีลองพิจารณาจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านั้น หากเป็นไปได้ ก็จะแจ้งกลับมายังสภาอีกครั้ง
สำหรับการจัดสรรเวลาอภิปราย 51 ชั่วโมงของฝ่ายค้านภายในพรรคการเมืองต่างๆ นั้น นายพริษฐ์กล่าวว่าจะเป็นขั้นตอนถัดไปที่พรรคฝ่ายค้านจะต้องหารือกันเอง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โดยเฉพาะกับพรรคก้าวไกลซึ่งแสดงความประสงค์ที่จะขอเวลาบางส่วนในการร่วมอภิปราย การจัดสรรเวลาจะขึ้นอยู่กับกรอบเนื้อหาในการอภิปราย และผู้ที่อภิปรายส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ร่วมเสนอญัตติและมีความเห็นไม่ไว้วางใจต่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย โดยหลังจากนี้ ทุกฝ่ายก็จะได้หันมามุ่งเน้นที่เนื้อหาและหลักฐานสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลการตรวจสอบอย่างเต็มที่.




