News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' ชี้คดี 'เบน สมิธ' ไม่มีใครหนี กม.พ้น-ยัน รบ.พร้อมสู้ซักฟอก

'อนุทิน' ชี้คดี 'เบน สมิธ' ไม่มีใครหนี กม.พ้น-ยัน รบ.พร้อมสู้ซักฟอก

28 ต.ค. 2569 15:59
ผู้ชม 9 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"อนุทิน" ลั่น ปราบทุจริตสิ้นซาก ชี้กรณีหมายจับ "เบน สมิธ" บทเรียนใครผิดกฎหมายโดนหมด ย้ำรัฐบาลพร้อมแจงศึกซักฟอก 7-11 ธ.ค. มั่นใจทุกการกระทำเพื่อชาติ-ปชช. โต้ข่าวลือตัดเบี้ยเลี้ยง ตชด. ยันไม่มีความจริง ทุกอย่างตามระเบียบ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ในหลายประเด็น โดยยืนยันถึงกรณีหมายจับ "เบน สมิธ" ว่าทุกการสืบสวนสอบสวนดำเนินการด้วยความโปร่งใส ซึ่งตนรู้สึกดีใจที่ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่กล่าวว่า "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" แสดงให้เห็นถึงแนวทางการทำงานที่ชัดเจนตามนโยบายที่ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นมิสเตอร์อะไร หรือมาดามคนใด หากกระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น ตนเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะคลายความกังวลได้ว่าในยุคที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล จะไม่มีการประนีประนอมใด ๆ กับการกระทำผิดกฎหมายเหล่านี้ เพราะถือเป็นเรื่องที่ถ่วงการทำงานและความเจริญของประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงินหรือการเป็นสแกมเมอร์ รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความเจริญงอกงามให้ประเทศ แต่กลับถูกกลุ่มคนเหล่านี้ถ่วงเอาไว้ ดังนั้นทางเลือกเดียวคือต้องปราบปรามให้สิ้นซาก หน่วยงานทุกหน่วยงานจะได้รับการสนับสนุนและ "ไฟเขียวทุกแยก" จากรัฐบาลให้ไปดำเนินการสร้างความสงบเรียบร้อย และดำเนินคดีผู้กระทำผิดกฎหมายทุกคนให้ถึงที่สุด

ศึกซักฟอกรัฐบาล: นายกฯ ย้ำพร้อมชี้แจงทุกประเด็น

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม 2569 นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลได้ตอบหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วว่ามีความพร้อมตั้งแต่ วันที่ 6 ธันวาคม เป็นต้นไป โดยได้สั่งการกำชับรัฐมนตรีทุกคน โดยเฉพาะ 18 คนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้เคลียร์กำหนดการและอยู่ในที่ประชุม เพื่อชี้แจง รับฟังข้อเสนอแนะ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ หรือข้อกล่าวหาต่าง ๆ จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งตนเองก็จะอยู่ร่วมประชุมตลอดเช่นกัน แต่จะมีกำหนดการที่อาจจะต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ในวันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งเป็นกำหนดการที่นัดไว้ล่วงหน้า แต่สามารถบริหารจัดการได้ และแม้จะไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ก็ยังคงติดตามรับฟังอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรีไม่ได้คาดหวังอะไรกับการอภิปรายของฝ่ายค้าน เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ที่ต้องทำอย่างเต็มที่ ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็มีหน้าที่ตอบข้อสงสัย ข้อซักถาม และข้อกล่าวหาต่าง ๆ ด้วยพยานหลักฐานที่เรามีอยู่ ตนเชื่อมั่นว่าจะสามารถตอบได้ทุกประเด็น เพราะรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายที่ชัดเจนว่าการกระทำทุกอย่างต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน เรามั่นใจและเต็มใจที่จะตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบไปพร้อมกัน

สวัสดิการ ตชด. ไม่มีการตัดเบี้ยเลี้ยง

นายอนุทินยังได้ชี้แจงถึงประเด็นข่าวการตัดเบี้ยเลี้ยงตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ว่าเป็นความเข้าใจผิดและไม่ใช่เรื่องจริง ที่ประชุมเมื่อสักครู่ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่าไม่มีการตัดเบี้ยเลี้ยงแต่อย่างใด ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามระเบียบเดิมที่เคยดูแลกันมา ซึ่งรวมถึงในส่วนของ ก.ต.ช. ด้วย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงเรื่องขวัญกำลังใจ ค่าตอบแทน และการดูแลสวัสดิการของผู้ที่ทุ่มเทเสียสละ ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ดูแลชายแดน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือผู้ที่ทำหน้าที่เสี่ยงภัยต่าง ๆ ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องให้การดูแลพวกเขาอยู่แล้ว สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเบี้ยเลี้ยง ควรสอบถามจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สานสัมพันธ์ในสภา: นายกฯ พร้อมรับฟังทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์ประชาชน

ในประเด็นการพบปะพูดคุยกับผู้นำพรรคและ ส.ส. ฝ่ายค้านในสภานั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เมื่อตนเข้าไปในสภาฯ ก็ต้องพบเจอผู้แทนราษฎรทุกคน ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตนต้องเดินผ่านไปหยิบบัตรโหวตของตนเอง และโดยปกติแล้วเราก็รู้จักกันทุกคน การทักทาย การยิ้มแย้มไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะไม่ทำหน้าที่ หรือเป็นการเข้าไปเจรจาต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น ตนเองก็เดินผ่านและยกมือไหว้ ท่านอภิสิทธิ์และท่านชวนตามปกติ หากเดินผ่านไปแล้วไม่มองหน้าเลย ผู้สื่อข่าวต่างหากที่จะต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น

นายอนุทินยังยกตัวอย่างกรณี ส.ส. ยงยุทธ จากพรรคเพื่อไทย ที่ชลบุรี ได้ทักท้วงเรื่องวินเสื้อสีน้ำเงิน ตนก็ได้ฟัง และมองว่าไม่ค่อยเข้าท่า จึงกลับไปสอบถาม และเมื่อทราบว่ามีการดำเนินการเช่นนั้นจริง หากเป็นการดำเนินการโดยคำสั่งของอำเภอหรือหน่วยงานใด ก็ต้องยกเลิกและแก้ไขให้ถูกต้อง นี่คือการเปิดกว้างและการแยกแยะบทบาท ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ส.ส. ยงยุทธ จะยกมือไว้วางใจตน แต่เมื่อเป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชน ส.ส. คนไหนทักท้วงมา หรือประชาชนทักทายข้างถนน มอบจดหมาย หรือพูดให้ฟัง ตนก็นำกลับไปคิด และตรงไหนที่แก้ไขได้ก็จะแก้ไขให้ทันที

โปร่งใสตรวจสอบได้: ย้ำ ส.ส. ยื่นบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมาย

สำหรับเรื่อง สส. ที่มีปัญหาเรื่องบัญชีทรัพย์สิน นายกรัฐมนตรีกล่าวกำชับว่า สส. ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อถึงเวลาที่กฎหมายกำหนดก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากตรงไหนมีข้อสงสัยประการใด เมื่อทรัพย์สินถูกเปิดเผยแล้ว ประชาชนก็สามารถเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบได้ แต่ต้องยื่นเรื่องผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

หากสงสัยในเรื่องที่มาที่ไปของการเป็น สส. หรือการบริจาคเข้าพรรคการเมือง ก็ต้องไปสอบถามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะพรรคการเมืองต้องรายงานต่อ กกต. ทุกอย่างมันมีที่ไปและมีหน่วยงานที่กำกับดูแล ไม่ควรที่จะไปสรุปหรือหาข้อมูลจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ หากใครสงสัยอะไรก็ตาม ก็ให้ไปร้องตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อนุทิน ชาญวีรกุล

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิป 3 ฝ่ายเห็นพ้อง กรอบซักฟอก 7-11 ธ.ค. อภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รมต.
วิป 3 ฝ่ายเห็นพ้อง กรอบซักฟอก 7-11 ธ.ค. อภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รมต.