News Logo
หน้าแรก
ไทยเปิดรับเด็ก-เยาวชนต่างด้าว ไม่ต้องมีบัตร เข้าเรียนได้ทุกระดับ

ไทยเปิดรับเด็ก-เยาวชนต่างด้าว ไม่ต้องมีบัตร เข้าเรียนได้ทุกระดับ

31 ม.ค. 2569 13:55
ผู้ชม 121 คน

กระทรวงศึกษาฯ ออกประกาศต่อไปนี้จะเปิดรับนักเรียน นักศึกษา ที่ไม่มีบัตรประชาชนหรือไม่มีสัญชาติไทยเข้าเรียนในระบบการศึกษาได้ทุกระดับ เพื่อให้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นไป

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. 2568 ลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ระบุเนื้อหาสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษา ที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ลงวันที่ 31 ต.ค. 2562 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2548 

มติ ครม.ดังกล่าวกำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเติมเคยจำกัดไว้เฉพาะบางกลุ่ม บางระดับการศึกษา เป็นการเปิดกว้างให้ทุกคนที่อาศัยในประเทศสามารถเข้าเรียนได้โดยไม่จำกัดระดับ ประเภท หรือพื้นที่การศึกษา สอดคล้องกับการเป็นภาคีอนุสัญญาสิทธิเด็ก 

ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาเหล่านั้น มีความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทยเพื่อการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติในระยะยาว

ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ประกอบกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2548 กระทรวงศึกษาธิการ จึงออกประกาศไว้ ดังนี้

1. ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ลงวันที่ 31 ต.ค. พ.ศ. 2562

2. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นไป

3.ในประกาศฉบับนี้ “บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร” หมายความว่า บุคคลที่ไม่มีรายการในระบบการทะเบียนราษฎรตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรของประเทศไทย

“บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย” หมายความว่า บุคคลที่เป็นบุคคลต่างด้าวและไม่มีสัญชาติไทย

“ระบบกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนเพื่อเข้ารับบริการการศึกษาสำหรับผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร (ระบบ G Code)” หมายความว่า ระบบในการกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร โดยมีรหัส 13 หลัก ตัวแรกขึ้นด้วยอักษร G

4.ให้สถานศึกษารับเด็ก หรือบุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร หรือบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้าเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. 2548 และตรวจสอบเอกสาร หลักฐานทางทะเบียนราษฎรของเด็กหรือบุคคลที่สมัครเข้าเรียน หากมีเอกสารหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือเลขประจำตัว 13 หลัก ให้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติของสถานศึกษา 

หากไม่มีเอกสารหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือเลขประจำตัว 13 หลัก ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียน ในระบบกำหนดรหัสประจำตัวผู้เรียนเพื่อเข้ารับบริการการศึกษาสำหรับผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร (ระบบ G Code) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไปจนกว่าจะได้รับการจัดทำทะเบียนราษฎรและได้เลขประจำตัว 13 หลัก ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

5.ให้สถานศึกษาประสานผู้ปกครองของเด็กหรือบุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร และเลขประจำตัว 13 หลัก เพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งให้สำนักทะเบียนอำเภอ/สำนักทะเบียนท้องถิ่น เพื่อแจ้งขอจัดทำเอกสารทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และนำเลขประจำตัว 13 หลักนั้นมาใช้เป็นฐานข้อมูลผู้เรียน 

ในกรณีตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นบุคคลที่ไม่สามารถกำหนดสถานะและเลขประจำตัว 13 หลัก ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรได้ ให้สถานศึกษาคงรหัส G เดิม ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดจนกว่าจบการศึกษา

6.เมื่อนักเรียน นักศึกษาได้รับการจัดทำเอกสารทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร (ได้รับเลขประจำตัว 13 หลัก) เรียบร้อยแล้ว ให้สถานศึกษาแก้ไขข้อมูลในทะเบียนนักเรียน นักศึกษาที่เป็นตัวอักษรสีแดงออก

สาระสำคัญของประกาศ ศธ.

• ยกเลิกประกาศเดิมปี 2562 และใช้หลักเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 เป็นต้นไป

• เด็กและบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร/ไม่มีสัญชาติไทย สามารถสมัครเข้าเรียนได้ทุกระดับ

• หากไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักให้สถานศึกษาออก รหัสนักเรียนพิเศษ (G Code) เพื่อใช้เข้าระบบการศึกษา

• สถานศึกษามีหน้าที่ช่วยประสานผู้ปกครองรวบรวมเอกสาร → ส่งนายทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่นเพื่อดำเนินการจัดทำทะเบียนราษฎรและเลขประจำตัวตามกฎหมาย

• เมื่อได้รับเลขประจำตัวประชาชนแล้วสถานศึกษาต้องแก้ไขข้อมูลนักเรียนให้ถูกต้องในระบบ

เป้าหมายของนโยบายเพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคน ไม่ว่าจะมีสถานะทางทะเบียนหรือสัญชาติใด สามารถเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม สร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพ และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

ประกาศ ณ วันที่ 3 ธ.ค. 2568 ลงนามโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ชัยวัฒน์’ เปิดแผนที่แจ้งปัญหารายเขต-ชูนโยบาย ‘เมืองแคร์คน’ ชิงผู้ว่าฯ
‘ชัยวัฒน์’ เปิดแผนที่แจ้งปัญหารายเขต-ชูนโยบาย ‘เมืองแคร์คน’ ชิงผู้ว่าฯ