News Logo
หน้าแรก
ค้านร่างประชาพิจารณ์นม รร. ปี 69 เอื้อ 26 สหกรณ์-ผู้ผลิต UHT 10 แห่ง

ค้านร่างประชาพิจารณ์นม รร. ปี 69 เอื้อ 26 สหกรณ์-ผู้ผลิต UHT 10 แห่ง

5 มี.ค. 2569 19:48
ผู้ชม 45 คน

ผู้ประกอบการนมโวยร่างหลักเกณฑ์ประชาพิจารณ์นมโรงเรียนปี 2569 เอื้อสหกรณ์ 26 แห่ง ล็อกสเปกโรงงาน 10 โรงได้สิทธิ์ผลิตนมกล่อง UHT ด้าน 'ปลัดเกษตรฯ' เตรียมยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบ-ดึงระบบออนไลน์มาใช้ตรวจสอบปริมาณน้ำนมดิบอย่างเข้มงวด สั่งแก้นมโรงเรียนค้างสต็อก 7.3 ล้านกล่อง

นายนที โดดสูงเนิน นายกสมาคมโคนมก้าวหน้า เปิดเผยกับ Next News ว่า ระหว่างวันที่ 4 - 19 มีนาคมนี้ ทางคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ได้กำหนัดให้จัดทำประพิจารณ์ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งมีเนื้อหาเอื้อประโยชน์ให้กับ 26 สหกรณ์ ที่จะได้โควต้านมโรงเรียนไป 58% เมื่อรวมกับรัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา สัดส่วนรวมจะเพิ่มเป็น 70%

"เราไม่เห็นด้วยกับร่างหลักเกณฑ์ประชาพิจารณ์ฉบับนี้ เพราะเป็นแค่ประชาพิจารณ์ออนไลน์ ไม่ต่างจากรอบที่แล้วที่มีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก แต่ไม่มีการเปิดเผยผลประชาพิจารณ์ รอบนี้มาเพิ่มโควต้าให้กลุ่มสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา รวมเป็น 70% จากงบประมาณนมโรงเรียนปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท เท่ากับกลุ่มนี้จะได้งบฯ ไปกว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนผู้ประกอบการอื่นๆ รวมถึงเอกชนกว่า 100 รายจะได้ไปแค่ 30%"

นายนที กล่าวอีกว่า ร่างประชาพิจารณ์หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการนมโรงเรียนฉบับนี้ยังมีการล็อกสเปกให้กับ 10 โรงงานในการผลิตนมกล่อง UHT ดังนั้นหากไม่มีการแก้ไขในประเด็นเหล่านี้จะมีการคัดค้านการทำร่างประชาพิจารณ์รอบนี้ และหากไม่มีการแก้ไขจะมีการชุมนุมเรียกร้องที่กระทรวงเกษตรฯ สัปดาห์หน้า

"ที่บอกว่ารอบนี้ยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบด้วยการเพิ่มค่าเนื้อนมรวมให้สูงขึ้นจาก 11.45 เป็น 11.60 หรือ 12.00 ขึ้นไป ความจริงก็คือเดิมทีกำหนดไว้ที่ 12.25 แต่มีการปรับลดลงมาเหลือ 11.45 เพราะมีโรงงานหรือสหกรณ์บางรายไม่เข้าเกณฑ์มาตรฐาน จึงลดเกณฑ์ลงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนี้เข้าโครงการได้ ทำให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพลดลงไปด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยปลัดคนก่อน ตอนแรกมีน้ำนมดิบวันละ 3,500 ตัน ยังไม่ล้น เพราะแบ่งกัน 50 ต่อ 50 ระหว่างสหกรณ์กับเอกชน ต่อมาขยับสัดส่วนเพิ่มให้สหกรณ์เป็น 58% ปริมาณน้ำนมดิบลดลงเหลือ 3,000 ตัน แต่ยังล้น ท้ายที่สุดรัฐต้องไปของบฯ มาอุดหนุนเพิ่มอีก ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่สหกรณ์ไม่มีศักยภาพในการบริหาหารจัดการ" นายนที กล่าว

นายนที เสนอว่า ควรกลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมคือใครมีศักยภาพซื้อน้ำนมดิบได้มากก็ได้สิทธิ์ในการขายนมโรงเรียนได้มาก โดยกำหนดให้เลือกพื้นที่และโรงเรียนในพื้นที่เพื่อลดค่าขนส่งซึ่งสามารถแก้ปัญหานมล้นได้ รวมถึงทำโครงการนี้ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ที่กำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการนมโรงเรียนไว้ 4 ข้อ คือ 1. นักเรียนทั้งประเทศได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ 2. เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถผลิตขายน้ำนมโคที่มีคุณภาพได้ 3. สร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์โคนม และ 4. ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมได้รับการจัดสรรสิทธิและพื้นที่การจำหน่ายอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 2/2569 มี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้เร่งวางกรอบการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 เพื่อให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้ดื่มนมตั้งแต่วันแรกของการเปิดภาคเรียนในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ได้มีการปรับปรุง (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 ที่มุ่งเน้นความโปร่งใสและคุณภาพเป็นสำคัญ ซึ่งจะให้สิทธิแก่กลุ่มสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษาเป็นลำดับแรกตามมติคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบด้วยการเพิ่มค่าเนื้อนมรวม (Total Solids) ให้สูงขึ้นจาก 11.45 เป็น 11.60 หรือ 12.00 ขึ้นไป

นอกจากนี้ ให้นำระบบฐานข้อมูลโคนมออนไลน์มาใช้ตรวจสอบปริมาณน้ำนมดิบอย่างเข้มงวด เพื่อใช้ประกอบการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการทุกราย อีกทั้งที่ประชุมได้ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนค้างสต็อกในปีการศึกษา 2568 โดยเป็นผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนที่มีระยะเวลาการบริโภคคงเหลือ 1 เดือน นับตั้งแต่วันเปิดเทอม จำนวนกว่า 7,355,271 กล่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 63 ล้านบาท

นายวิณะโรจน์ กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อพิจารณาแนวทางการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์นม และอายุการบริโภคผลิตภัณฑ์นมคงเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในการเร่งระบายสต็อกผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน

พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานตรวจสอบโรงงานหรือสถานประกอบการเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบทั่วประเทศในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ เพื่อตรวจนับปริมาณน้ำนมดิบและตรวจสอบเอกสารการผลิตย้อนหลังของปี 2568 ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาใช้เป็นฐานในการจัดสรรสิทธิปีการศึกษา 2569

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรัดกุมและตรวจสอบได้ เพื่อให้เด็กไทยได้ดื่มนมที่มีคุณภาพตามมาตรฐานโภชนาการ และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีช่องทางการจำหน่ายน้ำนมดิบที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ขอบคุณภาพ: goaheadnews

แท็กที่เกี่ยวข้อง
นมโรงเรียน
กระทรวงเกษตรฯ
สหกรณ์นมโรงเรียน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย