'ศิริกัญญา' แนะ ครม. ทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ ชี้เงื่อนไขปัจจุบันมีข้อบกพร่อง ทำเกษตรกรรายย่อยหลุดออกจากระบบ
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการทบทวนหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยชี้ว่าหลักเกณฑ์ในปัจจุบันมีข้อบกพร่องและสร้างผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรรายย่อย
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จากกรณีที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาแถลงว่าจะมีการทบทวนหลักเกณฑ์โดยคณะกรรมการกองทุนนั้น มองว่ายังไม่เพียงพอ เพราะไม่ใช่การแก้ไขที่ต้นตออย่างมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งในรอบปีภาษีหน้า หากไม่มีการแก้ไข มติ ครม. นี้จะส่งผลให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิทันทีหากลูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี
ดังนั้น พรรคประชาชนจึงขอเสนอให้ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ทบทวนเกณฑ์การคัดกรองใหม่ทั้งหมด เนื่องจากเงื่อนไขหลายข้อไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง อาทิ การนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีไม่ได้สะท้อนว่าครอบครัวมีฐานะดีขึ้น, เกณฑ์การถือครองที่ดินเกิน 10 ไร่ และเกณฑ์หนี้สินเกิน 100,000 บาท ที่กลายเป็นกำแพงกันเกษตรกรรายย่อยออกจากระบบสวัสดิการ รวมถึงเกณฑ์การครอบครองรถยนต์ที่ไม่ได้คำนึงถึงเสื่อมสภาพหรือไม่มีมูลค่าแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงต้องเสียสิทธิอย่างไม่เป็นธรรม
อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้มีการแถลงปรับหลักเกณฑ์ผู้เข้าร่วมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยได้เพิ่มกลุ่มบุคคลต้องห้ามอีก 5 กลุ่ม ประกอบไปด้วย นักเรียนหรือนักศึกษา, ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท, ผู้มีบัญชีหุ้นหรือตราสารหนี้, ผู้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกินกว่า 12,000 บาทต่อปี และบิดา มารดา บุตร คู่สมรสที่ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดู
นอกจากนี้ยังได้มีการปรับเกณฑ์ด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน สำหรับเกณฑ์รายได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้กับผู้อื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ส่วนทรัพย์สินทางการเงินรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน และมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ขณะที่เกณฑ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ได้เพิ่มการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ โดยกำหนดห้ามมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ส่วนบุคคล แต่ยกเว้นรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (ไม่เกิน 314 ซีซี) เนื่องจากเป็นพาหนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีพหรือประกอบอาชีพ




