เปิดงบการเงิน ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ ทำกำไร 9 แสนบาท พร้อมเปลี่ยนวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจในปี 2568 จากข้อมูลพบหนึ่งในกรรมการบริษัท เคยมีประวัติเหตุเพลิงไหม้ร้านที่จังหวัดยโสธรเมื่อปี 2562
นับเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญสังคม สำหรับเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง 'โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว' ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 63 ราย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. สันนิษฐานเบื้องต้นว่า สาเหตุปะทุมาจากระบบไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศบริเวณฝ้าเพดาน
จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักข่าว Next News พบว่า บริษัท โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท มีกรรมการบริหาร 2 ราย คือ นายสุวิชา ไศลบาท และนางบังอร ไศลบาท โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ส่วนสถานบันเทิงที่เกิดเหตุย่านลาดพร้าวเปิดเป็นสาขาย่อย
ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลงบการเงินย้อนหลังพบรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้ ปี 2567 บริษัทแจ้งค่าใช้จ่ายรวม 9,500 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลประกอบการขาดทุน 9,500 ล้านบาท ถัดมาในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 15,216,981.96 บาท และพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิ 993,426.94 บาท

ข้อมูลงบการเงิน 2567-2568 บริษัท โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว จำกัด
สำหรับประเภทธุรกิจ ในปีที่เริ่มจดทะเบียน บริษัทระบุประเภทธุรกิจเป็นการบริการด้านอาหารและภัตตาคารและร้านอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม สุรา เบียร์ รวมถึงการแสดงดนตรีสดและโชว์ทุกชนิด ก่อนที่ในปี 2568 จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ให้คงเหลือเพียงการบริการด้านอาหารในภัตตาคารและร้านอาหารเท่านั้น
ทั้งนี้ ทางด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า โรงเบียร์แห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในลักษณะร้านอาหาร และมีการขออนุญาตสำหรับการแสดงดนตรี ซึ่งถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่ได้จัดอยู่ในประเภท ‘สถานบริการ’ ตามคำนิยามของกฎหมายปัจจุบัน เนื่องจากอยู่นอกเขตพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการที่จำกัดอยู่ใน 3 โซนหลัก ได้แก่ พัฒน์พงศ์ อาร์ซีเอ และสีลม ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้มาตรฐานความปลอดภัยบางประการที่บังคับใช้กับสถานบริการโดยตรงไม่สามารถนำมาใช้กับกิจการในลักษณะนี้
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า นายสุวิชา ไศลบาท หนึ่งในกรรมการบริหาร มีชื่อเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อ ‘ซาเล้ง’ ในอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งร้านดังกล่าวเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้มาแล้วในช่วงที่ปิดปรับปรุงเมื่อปี 2562 โดยมีรายงานจากสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดยโสธรระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดจากสะเก็ดไฟระหว่างการเชื่อมเหล็กกระเด็นไปโดนวัสดุเชื้อเพลิง จนเจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงเข้าควบคุมเหตุ
โดยนายชัชชาติ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงประเด็นประวัติของกรรมการบริหารรายดังกล่าว ระบุว่า ตนเองเพิ่งทราบเรื่องนี้ แต่ยังคงต้องตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด รวมถึงข้อกฎหมายว่าทางร้านได้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ หากพบว่ามีประวัติในอดีตจริง ก็จะช่วยให้การตัดสินใจและการประเมินข้อมูลมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันฐานข้อมูลของกรุงเทพฯ ยังไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดในลักษณะนี้ได้
อย่างไรก็ตาม โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้สร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวงต่อญาติผู้สูญเสียและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมทั้งจุดชนวนคำถามจากสังคมถึงมาตรฐานความปลอดภัยในสถานบันเทิง โดยเฉพาะประเด็นทางหนีไฟที่แม้ร้านจะมีครบตามกฎหมาย แต่กลับมีสิ่งของวางกีดขวางจนทำให้ผู้ประสบภัยไม่สามารถอพยพได้ทัน ทว่าสาเหตุที่แท้จริงรวมถึงข้อสรุปทางกฎหมายทั้งหมด ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องรอดังคำชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อไป
อ้างอิง




