News Logo
หน้าแรก
รีวิว! 10คดีทุจริต 'คุก' ผอ.ร.ร.ดัง 'ปรเมษฐ์' เตรียมอุดมฯหนักสุด 27 ปี

รีวิว! 10คดีทุจริต 'คุก' ผอ.ร.ร.ดัง 'ปรเมษฐ์' เตรียมอุดมฯหนักสุด 27 ปี

16 ส.ค. 2569 10:01
ผู้ชม 1,381 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

"...สรุปชัดๆ 10 คดีอดีต ผอ.โรงเรียน สะท้อน 3 ปมทุจริตหลัก คือ “เงิน–จัดซื้อจัดจ้าง–อำนาจ” โดยข้อหาที่ปรากฏบ่อยที่สุดคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 รองลงมาคือมาตรา 147 และมาตรา 151 ขณะที่คดีจัดซื้อจัดจ้างพบการใช้ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 และคดีเรียกรับผลประโยชน์ใช้มาตรา 149 ..."

นับตั้งแต่สำนักข่าว Next News เริ่มเปิดตัวนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณชน ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา

มีการนำเสนอข่าวความคืบหน้าผลคดีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ พบคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 10 คดี ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเบียดบังเงินโรงเรียน การทุจริตเงินบริจาค การจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ การแบ่งโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์แก่เอกชน การดำเนินโครงการก่อสร้างโดยมิชอบ ตลอดจนการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์จากการรับนักเรียน

ทั้ง 10 คดีมีผลการพิจารณาแตกต่างกัน ตั้งแต่จำคุกหลายสิบปี การจำคุกแต่ให้รอการลงโทษ ไปจนถึงการลงโทษจำคุกพร้อมปรับ โดยบางคดียังอยู่ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์หรือฎีกา

สำนักข่าว Next News สรุปรวบรวมข้อมูลมานำเสนอ ณ ที่นี้

1. นายคงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป อดีต ผอ.โรงเรียนวัดสุทธิวราราม แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์: เบียดบังเงินบริจาคในการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2551 รวมถึงเงินบริจาคและเงินกองทุนต่าง ๆ ของโรงเรียนไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยมีผู้ร่วมกระทำอีก 3 ราย

มติ ป.ป.ช.: ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 86 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566

ผลคำพิพากษา: ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ลงโทษจำเลยทั้ง 4 ราย ได้แก่

  • นายคงวุฒิ ไพบูลย์ศิลป จำคุก 5 ปี

  • นางลัดดาวรรณ โควาเจริญธรรม จำคุก 9 ปี 4 เดือน

  • นายศุภชัย มณีเลิศสมบัติ หรือนายปถุง มังกรตระกูล จำคุก 3 ปี 4 เดือน

  • นางพรนิชา แซ่โค้ว จำคุก 3 ปี 4 เดือน

ต่อมา ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์คำพิพากษา

2. นายประยูร ยวนยี อดีต ผอ.โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย หนองคาย

พฤติการณ์: จัดซื้อโทรทัศน์จอแอลอีดีในโครงการขยายผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) ปีงบประมาณ 2559 โดยมิชอบ

มติ ป.ป.ช.: ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567

ผลคำพิพากษา: ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ลงโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท แต่เนื่องจากรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ

  • จำคุก 1 ปี

  • ปรับ 10,000 บาท

  • รอการลงโทษจำคุก 2 ปี

ศาลพิจารณาว่าไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และพฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงนัก จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์

3. นายสุทิน สัจจา อดีต ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 บ้านบางบอน อำเภอกระบุรี ระนอง

พฤติการณ์: เรียกรับเงินบริจาคจากผู้รับจ้างก่อสร้างรั้วลวดหนาม โดยอ้างว่าจะนำไปซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้โรงเรียน แต่กลับนำไปใช้ส่วนตัว รวมถึงเบียดบังเงินที่คณะพระธุดงค์มอบให้โรงเรียนเพื่อเป็นค่าอาหารเลี้ยงนักเรียน

มติ ป.ป.ช.: ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 172 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568

ผลคำพิพากษา: ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ลงโทษ

  • จำคุก 5 ปี

  • ปรับ 100,000 บาท

หลังรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ

  • จำคุก 2 ปี 6 เดือน

  • ปรับ 50,000 บาท

แต่ศาลเห็นว่าเงินที่เบียดบังมีจำนวนไม่มาก จำเลยนำเงินกลับเข้าสู่ระบบการเงินของโรงเรียนและจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในภายหลัง อีกทั้งรู้สำนึกผิด ไม่เคยได้รับโทษจำคุก และถูกลงโทษทางวินัย ไล่ออกจากราชการแล้ว

ประกอบกับจำเลยมีบุตรผู้เยาว์ 2 คน อยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งอยู่ในความเลี้ยงดูของจำเลย จำเลยมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง มีโรคประจำตัวเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ และไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง

ศาลจึง รอการลงโทษจำคุก 2 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง และทำงานบริการสังคมหรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์

4. นายจาลึก แก้วสีนาถ อดีต ผอ.โรงเรียนเทศบาลวัดสวัสติการาม สุโขทัย

พฤติการณ์: ลงนามสั่งจ่ายเช็คโดยไม่มีฎีกาเบิกจ่ายเงินหรือเอกสารประกอบ เป็นเหตุให้พนักงานจ้างตามภารกิจยักยอกเงินของโรงเรียนไปโดยทุจริต โดยมีผู้ร่วมคดีอีก 2 ราย คือ นายจาลึก แก้วสีนาถ เป็นจำเลยที่ 1 นางพรรณี ยายิรัมย์ จำเลยที่ 2 , นางผกา ใจโพธิ์ จำเลยที่ 3

ผลคำพิพากษา: ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ลงโทษ

  • นายจาลึก จำคุกกระทงละ 1 ปี จำนวน 6 กระทง

  • หลังรับสารภาพ เหลือ 36 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ถูกลงโทษกระทงละ 1 ปี รวมคนละ 64 กระทง หลังลดโทษเหลือคนละ 384 เดือน แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุก คนละ 20 ปี

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์

5. นายวีระ เจนชัย อดีต ผอ.โรงเรียนศรีพฤฒา กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์: ทุจริตโครงการต่อเติมหลังคาลานโดมและปรับปรุงซ่อมแซมทางเดินเท้า โดยแบ่งการจ้างออกเป็น 2 โครงการ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาบางราย กับพวก 2 ราย นายวีระ เจนชัย เป็นจำเลยที่ 1 นายเดี่ยว โพธิ์งาม จำเลยที่ 2 และ นายชัยยะ ตงสาลี จำเลยที่ 3

มติ ป.ป.ช.: ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 86 และ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567

ผลคำพิพากษา: ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ลงโทษ

  • นายวีระ จำคุก 5 ปี

  • จำเลยที่ 2 และ 3 ในฐานะผู้สนับสนุน จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน

เนื่องจากทางนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลลดโทษให้หนึ่งในสี่ เหลือ

  • นายวีระ 3 ปี 9 เดือน

  • จำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 2 ปี 6 เดือน

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เห็นชอบไม่อุทธรณ์

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

6. นายหาญ แถวนาชุม อดีต ผอ.โรงเรียนชุมชนบ้านดอนมนต์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

พฤติการณ์: ทุจริตการจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กของโรงเรียน นายหาญ แถวนาชุม เป็น จำเลยที่ 1 , นางนิตยาพร ศรีประดู่ จำเลยที่ 2 และนายเสถียร วิชัย จำเลยที่ 3

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 3 คนละ 5 ปี และปรับคนละ 120,000 บาท ก่อนลดโทษเหลือ จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 80,000 บาท

ศาลเห็นว่าจำเลยรับราชการมานาน มีความดีความชอบ และไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึง รอการลงโทษจำคุก 2 ปี และคุมความประพฤติ 1 ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ในส่วนข้อกฎหมาย แต่โดยสาระสำคัญยังคงโทษตามศาลชั้นต้น

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดไม่ฎีกา

7. นายกิตติพันธ์ บุดดี อดีต ผอ.โรงเรียนบ้านวังหินซา อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู

พฤติการณ์: ดำเนินโครงการประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารเรียน สปช.105/29 ปีงบประมาณ 2562 โดยมิชอบ

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 11 และ 12 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ โดยให้

  • ปรับ 100,000 บาท

  • รอการลงโทษจำคุก 2 ปี

  • คุมความประพฤติ 1 ปี

  • รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดไม่ฎีกา

8. นายเฉลียว พงศาปาน อดีต ผอ.โรงเรียนพรตพิทยพยัต กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์: ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 14 กระทง กระทงละ 5 ปี และหลังลดโทษตามมาตรา 78 คงจำคุก 28 ปี 224 เดือน

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ โดยเพิ่มโทษปรับกระทงละ 9,000 บาท และหลังลดโทษเหลือกระทงละ 6,000 บาท รวม 84,000 บาท

ส่วนโทษจำคุก ศาลให้ รอการลงโทษไว้ 2 ปี

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เห็นชอบไม่ฎีกาคำพิพากษา

9. นายนิติรัฐ เวียงนนท์ อดีต ผอ.โรงเรียนอ่างทองวิทยาคม ขอนแก่น

พฤติการณ์: ทุจริตเกี่ยวกับเงินราชการ โดยมีนายอภิศักดิ์ คำภากุม เป็นจำเลยร่วม

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 151 ประกอบกฎหมาย ป.ป.ช.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 พิพากษาว่าเป็นความผิดหลายกรรม

ก่อนลดโทษ

  • นายนิติรัฐ จำคุก 5 กระทง รวม 25 ปี

  • นายอภิศักดิ์ จำคุก 4 กระทง รวม 20 ปี

จำเลยรับสารภาพ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ

  • นายนิติรัฐ จำคุก 10 ปี 30 เดือน

  • นายอภิศักดิ์ จำคุก 8 ปี 24 เดือน

ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษา

10. นายปรเมษฐ์ โมลี อดีต ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

พฤติการณ์: กำหนดหลักเกณฑ์รับนักเรียนในปีการศึกษา 2559–2561 ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด มีรูปแบบการเรียกรับเงิน นายปรเมษฐ์ โมลี เป็นจำเลยที่ 1 นางกรรัตน์ โกษาคาร จำเลยที่ 2 นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ จำเลยที่ 3

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 149, 157 และ 162 (4) ประกอบมาตรา 86 และ 91 รวมถึงกฎหมาย ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 3 มีความผิดตามมาตรา 149 และกฎหมาย ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้อง

  • นายปรเมษฐ์ โมลี จำคุกกระทงละ 9 ปี จำนวน 3 กระทง รวม 27 ปี

  • นางกรรัตน์ โกษาคาร ในฐานะผู้สนับสนุน จำคุกกระทงละ 6 ปี จำนวน 3 กระทง รวม 18 ปี

  • นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ในฐานะผู้สนับสนุน จำคุกกระทงละ 6 ปี จำนวน 3 กระทง รวม 18 ปี

ข้อหาอื่นและคำขออื่นนอกจากนี้ ศาลมีคำสั่งให้ยก

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุดให้อุทธรณ์คำพิพากษาในส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 สำหรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

โฟกัสประเด็นสำคัญภาพรวมทั้ง 10 คดี

จากข้อมูลทั้ง 10 คดี ข้างต้น สะท้อนปัญหาการทุจริตในสถานศึกษาหลายรูปแบบ ตั้งแต่ การเบียดบังเงินโรงเรียน เงินบริจาค และเงินราชการ การเรียกรับผลประโยชน์ การจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ การแบ่งโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์แก่เอกชน การดำเนินโครงการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ตลอดจนการใช้อำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์รับนักเรียนโดยมิชอบ

ในจำนวนนี้ มีหลายคดีที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุกในระดับสูง โดยเฉพาะคดี นายปรเมษฐ์ โมลี ซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 27 ปี ขณะที่ผู้สนับสนุน 2 รายถูกลงโทษคนละ 18 ปี และคดี นายนิติรัฐ เวียงนนท์ ซึ่งหลังลดโทษแล้วจำคุก 10 ปี 30 เดือน ส่วนจำเลยร่วมจำคุก 8 ปี 24 เดือน

ขณะเดียวกัน มีคดีที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจแก้โทษและให้รอการลงโทษ เช่น คดี นายกิตติพันธ์ บุดดี ซึ่งจากโทษจำคุก 5 ปีในศาลชั้นต้น ถูกแก้เป็นรอการลงโทษ 2 ปีและปรับ 100,000 บาท และคดี นายเฉลียว พงศาปาน ซึ่งแม้โทษเดิมรวมสูงถึง 28 ปี 224 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์แก้เป็นรอการลงโทษ 2 ปี พร้อมปรับรวม 84,000 บาท

อีกกลุ่มหนึ่งเป็นคดีที่ศาลลงโทษจำคุกแต่ให้รอการลงโทษ โดยพิจารณาจากปัจจัย เช่น การรับสารภาพ การไม่เคยต้องโทษจำคุก พฤติการณ์ไม่ร้ายแรง การรับราชการมานาน หรือการได้รับโทษทางวินัยไปแล้ว เช่น คดี นายประยูร ยวนยี นายสุทิน สัจจา และนายหาญ แถวนาชุม

ข้อมูลประกอบ

ข้อมูลประกอบ

แต่ถ้าหากจัดกลุ่มตามพฤติการณ์และข้อกฎหมายที่ถูกกล่าวหาหรือใช้ลงโทษ ทั้ง 10 คดี จะพบว่า

ประการที่หนึ่ง : ประเภทการทุจริตที่พบมากที่สุด

อันดับ 1 — ทุจริตการเงิน/ทรัพย์สินของโรงเรียน

  • เบียดบังเงินบริจาค

  • ยักยอกเงินโรงเรียนหรือเงินราชการ

  • นำเงินกองทุนไปใช้ส่วนตัว

  • เรียกรับเงินแล้วนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

  • สั่งจ่ายเงินโดยไม่มีเอกสารหรือฎีกาประกอบ

พบในคดี คงวุฒิ, สุทิน, จาลึก, นิติรัฐ และเฉลียว เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด

อันดับ 2 — ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง/ก่อสร้าง

  • แบ่งซื้อแบ่งจ้าง

  • เอื้อประโยชน์ให้เอกชน

  • จัดจ้างโดยไม่เป็นไปตามระเบียบ

  • ดำเนินการประกวดราคาโดยมิชอบ

  • ทำให้การแข่งขันราคาไม่เป็นธรรม

พบในคดี ประยูร, วีระ, หาญ และกิตติพันธ์

อันดับ 3 — ใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์

  • เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่น

  • ใช้อำนาจในตำแหน่งเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น

กรณีเด่นที่สุดคือ คดีปรเมษฐ์ โมลี อดีต ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งศาลลงโทษตามมาตรา 149 รวม 27 ปี และผู้สนับสนุนคนละ 18 ปี

ประการที่สอง : ข้อกฎหมายที่โดนกันมากที่สุด

อันดับกฎหมายลักษณะความผิดพบในข้อมูล

1.ป.อ. มาตรา 157ปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตอย่างน้อย 7 คดี

2.ป.อ. มาตรา 147เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ที่มีหน้าที่จัดการ/รักษาอย่างน้อย 5 คดี

3.ป.อ. มาตรา 151ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตเกี่ยวกับการซื้อ/จัดการทรัพย์หลายคดี

4.ป.อ. มาตรา 149เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์โดยมิชอบคดีปรเมษฐ์เป็นหลัก5พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12ทำให้การแข่งขันราคาไม่เป็นธรรม/เอื้อผู้เสนอราคารายใดคดีวีระ, หาญ, กิตติพันธ์

มาตรา 157 เป็นบทกฎหมายที่ครอบคลุมพฤติการณ์การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตของเจ้าพนักงาน จึงปรากฏในคดีเกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนหลายรูปแบบ ส่วนมาตรา 147 และ 151 เป็นกลุ่มความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเกี่ยวกับทรัพย์และการใช้อำนาจในการจัดการทรัพย์โดยทุจริต

สรุปชัดๆ 10 คดีอดีต ผอ.โรงเรียน สะท้อน 3 ปมทุจริตหลัก คือ “เงิน–จัดซื้อจัดจ้าง–อำนาจ” โดยข้อหาที่ปรากฏบ่อยที่สุดคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 รองลงมาคือมาตรา 147 และมาตรา 151 ขณะที่คดีจัดซื้อจัดจ้างพบการใช้ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 และคดีเรียกรับผลประโยชน์ใช้มาตรา 149

แต่มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ หากมองเฉพาะ “กลไกการทุจริต” จะพบว่า การบริหารเงินและพัสดุของโรงเรียนเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่สุด เพราะเกี่ยวข้องทั้งเงินบริจาค เงินราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง และการก่อสร้าง ขณะที่มาตรา 157 ทำหน้าที่เป็นข้อหาที่ครอบคลุมการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในหลายคดี

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนมีหน้าที่สำคัญในการบริหารงบประมาณ ทรัพย์สิน การจัดซื้อจัดจ้าง และการดำเนินงานด้านการศึกษา หากใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบหรือแสวงหาประโยชน์โดยทุจริต อาจนำไปสู่ความรับผิดทั้งทางอาญา ทางวินัย และความรับผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.

อย่างไรก็ดี ผลคดีข้างต้น มีหลายคดีที่ยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์หรือฎีกา ยังไม่ถือว่าถึงที่สุด และจำเลยยังคงมีสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมในการต่อสู้คดีในศาลชั้นที่สูงขึ้น

ขณะที่ในฐานข้อมูลการไต่สวนคดี นอกจากทั้ง 10 คดีนี้แล้ว ยังมีผอ.โรงเรียน อีกหลายแห่ง ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย อีกหลายสิบคดี

รายละเอียดเป็นอย่างไร สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอให้ทราบ ในโอกาสถัดไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
10คดีทุจริต
ผอ.โรงเรียนดัง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดขุมทรัพย์ จุดพักรถบรรทุก 15 โครงการ 2 บริษัทใหญ่กวาด 12 ส. 2 พันล.
เปิดขุมทรัพย์ จุดพักรถบรรทุก 15 โครงการ 2 บริษัทใหญ่กวาด 12 ส. 2 พันล.