"...หากพิจารณาผลการดําเนินงานของหน่วยงานภายใน พบว่าบางหน่วยงานยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดได้ตามที่มุ่งหวัง ส่งผลให้ ส.ส.ท. ขาดข้อมูลฐานที่มีความต่อเนื่องในการติดตามและ ประเมินผลการดําเนินงาน ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผลการดําเนินงานที่บรรลุเป้าหมายเกิดจากการขยายฐานผู้ชมหรือได้รับความนิยมจากผู้ชมเพิ่มขึ้นจริงหรือมาจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การประเมิน โดยสาเหตุ เกิดจากขาดการวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกที่ทําให้ตัวชี้วัดไม่บรรลุเป้าหมาย มีเพียงการวิเคราะห์หาสาเหตุ เฉพาะโครงการที่มีแผนการดําเนินงานในปีงบประมาณถัดไปและกําหนดตัวชี้วัดเดิมเท่านั้น อีกทั้ง การนํา ข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมรายการมาประกอบการวางแผนการผลิตและการจัดหารายการให้สอดคล้องกับความต้องการยังไม่ครบถ้วนในทุกมิติ..."
หมายเหตุสำนักข่าว Next News : กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สรุปรายงานผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ “ไทยพีบีเอส” ในช่วงปีงบประมาณ 2565-2568 รวมวงเงิน 5,094.56 ล้านบาท เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินด้านการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการ ผลการตรวจสอบพบประเด็นสำคัญที่ควรปรับปรุงแก้ไข 2 เรื่องใหญ่ คือ ตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์บางส่วนยังไม่สามารถสะท้อนความสำเร็จของการดำเนินงานได้อย่างแท้จริง และการบริหารจัดการรายการยังไม่มีประสิทธิภาพ

สตง.เปิดแผลไทยพีบีเอส! เทงบผลิตรายการ5พันล.ยังตอบไม่ได้คนดูจริงแค่ไหน
ต่อไปเป็นรายงานผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของ ส.ส.ท. ฉบับเต็ม มีรายละเอียด ดังนี้
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) เป็นองค์กรสื่อสาธารณะ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐสูงสุดปีงบประมาณละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท และมีรายได้ จากส่วนอื่น ๆ ทั้งการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัลและทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ เป็นต้นทุนผลิตและจัดหารายการสูงถึงประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จึงดําเนินการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 – 2568 รวมทั้งสิ้นจํานวน 5,094.56 ล้านบาท เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินในการผลิต จัดหา และ เผยแพร่รายการของ ส.ส.ท. และให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการดําเนินงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ในการ สร้างคุณค่าทางสังคมตามเจตนารมณ์การเป็นสื่อสาธารณะต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ พบประเด็นข้อตรวจพบสําคัญที่ควรได้รับการปรับปรุงและแก้ไข จํานวน 2 ข้อตรวจพบ ดังนี้
ข้อตรวจพบที่ 1 การบรรลุตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์บางส่วนยังไม่สามารถสะท้อนความสําเร็จของการดําเนินงาน ด้านการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการได้อย่างแท้จริง
ส.ส.ท. ให้ความสําคัญกับการขับเคลื่อนตัวชี้วัดองค์กรด้านผลสัมฤทธิ์ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 45 – 55 ของค่าน้ําหนักของตัวชี้วัดองค์กรทั้งหมด ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ผลการดําเนินงานส่วนใหญ่บรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดองค์กรด้านผลสัมฤทธิ์ที่กําหนดไว้ ยกเว้นตัวชี้วัดระดับความสําเร็จของแผนพัฒนาระบบ สมาชิก One Thai PBS ในส่วนของการโอนย้ายข้อมูลสมาชิกเพื่อรวมเป็นระบบสมาชิกเดียว แต่การบรรลุตัวชี้วัดดังกล่าวไม่สามารถสะท้อนความสําเร็จของการดําเนินงานได้อย่างแท้จริง เนื่องจากตัวชี้วัดบางส่วนขาดความต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวชี้วัดเกี่ยวกับความนิยมของ รายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ แม้ว่าจะเป็นการดําเนินการภายใต้นโยบายของผู้บริหารเดียวกัน
นอกจากนี้ หากพิจารณาผลการดําเนินงานของหน่วยงานภายใน พบว่าบางหน่วยงานยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดได้ตามที่มุ่งหวัง ส่งผลให้ ส.ส.ท. ขาดข้อมูลฐานที่มีความต่อเนื่องในการติดตามและ ประเมินผลการดําเนินงาน ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผลการดําเนินงานที่บรรลุเป้าหมายเกิดจากการขยายฐานผู้ชมหรือได้รับความนิยมจากผู้ชมเพิ่มขึ้นจริงหรือมาจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การประเมิน โดยสาเหตุเกิดจากขาดการวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกที่ทําให้ตัวชี้วัดไม่บรรลุเป้าหมาย มีเพียงการวิเคราะห์หาสาเหตุเฉพาะโครงการที่มีแผนการดําเนินงานในปีงบประมาณถัดไปและกําหนดตัวชี้วัดเดิมเท่านั้น อีกทั้ง การนําข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมรายการมาประกอบการวางแผนการผลิตและการจัดหารายการให้สอดคล้องกับความต้องการยังไม่ครบถ้วนในทุกมิติ
ข้อเสนอแนะ
เพื่อให้การบรรลุตัวชี้วัดด้านผลสัมฤทธิ์สามารถสะท้อนความสําเร็จของการดําเนินงานด้านการผลิตจัดหา และเผยแพร่รายการได้อย่างแท้จริง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีข้อเสนอแนะให้ผู้อํานวยการองค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยพิจารณาดําเนินการ ดังนี้
1. วิเคราะห์ทิศทางและเป้าหมายองค์กรเพื่อกําหนดตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับเป้าหมาย และ ถ่ายทอดไปยังหน่วยงานภายในโดยให้น้ําหนักตัวชี้วัดมากน้อยสัมพันธ์ตามบทบาทความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สามารถสะท้อนความสําเร็จของการเป็นสื่อสาธารณะที่ส่งมอบคุณค่าที่ยึดโยงกับประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง และกําหนดใช้ตัวชี้วัดอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลการดําเนินงานย้อนหลังรวมถึงวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงผลการดําเนินงานขององค์กร ตลอดจนวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงลึกที่ทําให้ผลการดําเนินงานยังไม่เป็นไปตามตัวชี้วัดที่กําหนด เพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนาการดําเนินงานขององค์กรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กําหนด
2. นําข้อมูลพฤติกรรมของผู้ชมรายการมาประกอบการวางแผนการผลิตและการจัดหารายการให้ สอดคล้องกับความต้องการ ตลอดจนผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสมาชิกในระบบสมาชิก One Thai PBS ให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับการเติบโตของยุคดิจิทัล และนําข้อมูลที่ได้มาใช้ในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหา ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ชมรายการ อันจะนําไปสู่การบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดขององค์กร
ข้อตรวจพบที่ 2 การบริหารจัดการรายการยังไม่มีประสิทธิภาพ
การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ในปัจจุบัน ส่งผลให้ ส.ส.ท. จําเป็นต้องมีการ ปรับตัว โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ส.ส.ท. มุ่งเน้นการผลิตรายการเพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ (Online First) เพิ่มขึ้น จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการผลิตรายการเพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ (TV First) ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าการบริหารจัดการรายการยังไม่มีประสิทธิภาพ รายละเอียดดังนี้
1. ระบบบริหารแผนงาน (Business Management Plan System: BMP) ไม่สามารถนําไปใช้ ในการรายงานความคืบหน้าและผลการดําเนินงานการผลิตและจัดหารายการได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยข้อมูลการรายงานผลการดําเนินงานหรือความก้าวหน้าของโครงการยังไม่ครบถ้วน และไม่มีการเปรียบเทียบแผนและผลการดําเนินงานที่ชัดเจน อีกทั้งระบบ BMP ยังไม่มีการแสดงผลตัวชี้วัดองค์กร โดยจะแสดงเพียงผลความสําเร็จและความก้าวหน้าของแต่ละโครงการเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ผู้บริหารขาด ข้อมูลสําคัญที่ใช้ในการตัดสินใจและกําหนดทิศทางในการบริหารงาน โดยมีสาเหตุมาจากฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กรยังไม่มีการกําหนดแนวทางหรือซักซ้อมทําความเข้าใจ และกําชับหน่วยงานภายในให้มีการรายงาน ผลการดําเนินงานในระบบ BMP อย่างครบถ้วน ประกอบกับยังไม่มีการพัฒนาระบบให้สามารถ เปรียบเทียบแผน – ผลการดําเนินงานตามตัวชี้วัดขององค์กรได้
2. ระบบสนับสนุนการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการยังไม่เชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน และไม่รองรับรายการที่ออกอากาศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการจัดเก็บไฟล์รายการที่ผลิตและจัดหายังคงแยกกันจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลของหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการผลิตและจัดหารายการ ไม่ได้เชื่อมโยง เป็นฐานข้อมูลเดียวกันทั้งองค์กร และระบบการบริหารจัดการเผยแพร่รายการบันทึกเทป (Broadcast Management System: BMS) ยังไม่รองรับรายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งรายการดังกล่าว จะถูกบริหารจัดการโดยสํานักสื่อดิจิทัล ทําให้การเข้าถึงข้อมูลรายการเป็นไปอย่างจํากัด หากต้องการ ทราบข้อมูลภาพรวมรายการที่ผลิต จัดหา และเผยแพร่ทั้งหมด จะต้องเพิ่มขั้นตอนและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้บริหารขาดข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างทันกาล โดยมีสาเหตุจากระบบ BMS ใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ทําให้ไม่สามารถรองรับการดําเนินงานที่เข้าสู่ ยุคดิจิทัลได้ อีกทั้ง ส.ส.ท. ยังไม่มีการวางแผนพัฒนาระบบสนับสนุนการผลิต จัดหา และเผยแพร่รายการ ในทุกช่องทางให้เชื่อมโยงเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน
3. รายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ยังไม่ได้รับการประเมินผลการเข้าถึงเนื้อหารายการ ของกลุ่มเป้าหมาย มีเพียงการวัดผลสําเร็จจากอันดับของเว็บไซต์ของ ส.ส.ท. ซึ่งกําหนดเป็นตัวชี้วัด องค์กรโดยประเมินจากจํานวน Active User จาก Google Analytic ซึ่งผู้เข้าชมเว็บไซต์จะถูกนับเป็น Active User เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างน้อย 1 ข้อ ได้แก่ มีการใช้งานในเว็บไซต์เกิน 10 วินาที การเปิดดูหน้าเว็บไซต์หรือหน้าจอตั้งแต่ 2 หน้าขึ้นไป หรือมีกิจกรรมที่ผู้ใช้งานทําบนเว็บไซต์ตามเป้าหมายที่คาดหวัง (Conversion Event) จะเห็นได้ว่าการวัดผลดังกล่าวยังไม่สามารถสะท้อนการเข้าถึงเนื้อหารายการของ กลุ่มเป้าหมายที่รับชมรายการผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้ ส.ส.ท. ไม่ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึง เนื้อหารายการในช่องทางออนไลน์มากน้อยเพียงใด รวมถึงทําให้ผู้ปฏิบัติงานขาดเป้าหมายที่ท้าทายในการพัฒนาการนําเสนอรายการเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ชมรายการบนช่องทางออนไลน์ในยุคดิจิทัลโดยมีสาเหตุมาจาก ส.ส.ท. อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนทิศทางยุทธศาสตร์องค์กรที่มุ่งการผลิตรายการ เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงยังไม่มีการกําหนดเป้าหมายด้านความนิยมหรือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตัวชี้วัดองค์กรของรายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์
นอกจากนี้ ส.ส.ท. ยังมีกระบวนการประเมินคุณภาพรายการโดยกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก หน่วยงาน การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) และการสํารวจความรู้ความเข้าใจ การรับรู้ และการบรรลุเป้าหมาย (Perception Survey) ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ส.ส.ท. ยังไม่มีการจัดทําแนวทางหรือเกณฑ์การคัดเลือกรายการ และเกณฑ์การคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันภายนอกเพื่อประเมิน SROI ไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหากบุคลากร มีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายอาจส่งผลให้การดําเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน SROI ขาดความ ต่อเนื่อง อีกทั้งในการสํารวจ Perception Survey หากกลุ่มเป้าหมายตอบคําถามว่าไม่ได้รับชมรายการ ของ ส.ส.ท. การสัมภาษณ์จะยุติทันที โดยไม่ได้สอบถามถึงสาเหตุที่ไม่มีการรับชมหรือข้อเสนอแนะที่ต้องการให้พัฒนาแก้ไขเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรายดังกล่าวปรับเปลี่ยนมารับชมรายการ อาจทําให้ ส.ส.ท. เสียโอกาสในการนําข้อมูลไปใช้สําหรับปรับปรุงพัฒนาการผลิตและเผยแพร่รายการให้สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการรับชมรายการของ ส.ส.ท. ในอนาคต
ข้อเสนอแนะ
เพื่อให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสื่อไปสู่ยุคดิจิทัลและการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการสร้างคุณค่าทางสังคมตามเจตนารมณ์การเป็นสื่อสาธารณะผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจึงมีข้อเสนอแนะให้ผู้อํานวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พิจารณาดําเนินการ ดังนี้
1. เสนอคณะกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ให้พิจารณาเชื่อมโยงการอนุมัติงบประมาณกับผลสัมฤทธิ์ โดยกําหนดเป็นนโยบายให้การจัดสรร งบประมาณและการพิจารณาความก้าวหน้าโครงการประจําไตรมาส ต้องอ้างอิงข้อมูลผลผลิตและผลลัพธ์ ที่บันทึกสมบูรณ์ในระบบบริหารแผนงาน (Business Management Plan System: BMP) เพื่อหลีกเลี่ยง การใช้อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นตัวชี้วัดความสําเร็จการบรรลุเป้าหมายงานเพียงอย่างเดียว
2. ยกระดับระบบการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์และระบบการรายงานผลผ่านระบบ BMP ด้วยการ พัฒนาระบบ BMP ให้รองรับการแสดงผลการเปรียบเทียบแผน - ผล ทั้งในระดับโครงการและระดับ ตัวชี้วัดองค์กร (Corporate KPIs) รวมทั้งกําหนดแนวทางการรายงานผลการดําเนินงานในระบบ BMP ซักซ้อมทําความเข้าใจและกําชับหน่วยงานภายในให้มีการรายงานผลการดําเนินงานในระบบอย่างครบถ้วน เพื่อให้คณะกรรมการนโยบายและผู้บริหารระดับสูงมีข้อมูลที่ถูกต้อง สมบูรณ์ และทันเวลา สําหรับการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์
3. กําหนดนโยบายสถาปัตยกรรมองค์กรดิจิทัลและฐานข้อมูลรายการ
3.1 จัดทําระบบฐานข้อมูลกลางรายการทั้งองค์กร โดยเชื่อมโยงระบบจัดเก็บไฟล์รายการ ที่มีอยู่ในปัจจุบันของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลการผลิต จัดหา และ เผยแพร่รายการขององค์กรอย่างเป็นระบบ และสามารถสนับสนุนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของผู้บริหารได้อย่างแม่นยําและครบถ้วน
3.2 ยกระดับระบบบริหารการเผยแพร่รายการให้ครอบคลุมทุกช่องทางการเผยแพร่ (Omni Channel Playout Management) โดยพัฒนาระบบให้รองรับการวางแผน การจัดเก็บ และการกํากับติดตาม การเผยแพร่รายการทางช่องทางออนไลน์ ทั้งแอปพลิเคชัน VIPA และเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่นเดียวกับช่องทางโทรทัศน์ เพื่อใช้ในการติดตามผลการเผยแพร่รายการภายใต้ฐานข้อมูลเดียวกันทั้งองค์กร
4. พัฒนากรอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางสังคมและการเข้าถึงผู้รับชมรายการในยุคดิจิทัล
4.1 ทบทวนและกําหนดตัวชี้วัดองค์กรสําหรับรายการที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ จากการวัดเพียง Active User ของเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง ไปสู่การกําหนดตัวชี้วัดความนิยมหรือการเข้าถึง เนื้อหารายการของกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในแต่ละช่องทางออนไลน์อย่างชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทาง ยุทธศาสตร์องค์กรที่ให้ความสําคัญกับการผลิตรายการเพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น
4.2 จัดทําหลักเกณฑ์การคัดเลือกรายการ และเกณฑ์การคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบัน ภายนอกเพื่อประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้การดําเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกัน
4.3 ปรับปรุงเครื่องมือที่ใช้ในการสํารวจความรู้ความเข้าใจ การรับรู้ และการบรรลุเป้าหมาย (Perception Survey) ให้สามารถจัดเก็บข้อมูลในเชิงลึกได้ โดยกําหนดระเบียบวิธีวิจัยให้จัดเก็บข้อมูล จากกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับชมรายการของ ส.ส.ท. แล้วนํามาวิเคราะห์หาสาเหตุและความต้องการเชิงลึก เพื่อใช้ ในการปรับปรุงเนื้อหารายการอันนําไปสู่การเพิ่มส่วนแบ่งการรับชมรายการในอนาคต
อ่านประกอบ :




