News Logo
หน้าแรก
ผลประชุมลับพรรคฯ สีจิ้นผิงจะเร่งรวมชาติไต้หวันหรือไม่

ผลประชุมลับพรรคฯ สีจิ้นผิงจะเร่งรวมชาติไต้หวันหรือไม่

1 พ.ย. 2569 00:20
ผู้ชม 2 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

จากผลการประชุมลับแบบเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ณ โรงแรม Jingxi ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) สายข่าวด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงของจีนมีการประเมินกันว่า “ปฏิบัติการบุกยึดเกาะไต้หวันในตอนนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างต่ำ” แล้วทำไมจึงประเมินเช่นนั้น

บทความนี้จะมาวิเคราะห์ไล่เรียงในแต่ละประเด็นจากเนื้อหาในเอกสาร #แถลงการณ์ฯ 🇨🇳 ผลการประชุมลับในครั้งนี้ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 5 (Fifth Plenary Session of the 20th Central Committee of the CPC) ที่เผยแพร่โดยทางการจีน เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยมีการรับรองมติว่าด้วยการควบคุมและบริหารจัดการพรรคอย่างเข้มงวด และรอบด้านอย่างเด็ดเดี่ยว และต่อเนื่อง (Resolution on Certain Major Issues concerning Persevering with Full and Rigorous Party Self-Governance)

ผลการประชุมลับของพรรคฯ ที่โรงแรม Jingxi ในครั้งนี้ สื่อทั่วโลกจะจับตาในประเด็น #การขับไล่สมาชิกพรรคฯระดับสูง 33 คน ในจำนวนนี้ 16 คนมาจาก #กองทัพจีน PLA ตามมติพรรคฯ ที่มีทิศทางชัดเจนในการเดินหน้าควบคุมวินัยพรรคอย่างเข้มงวด

มีข้อสังเกตว่า มีระดับสูงของทหารเพียงคนเดียวที่ได้รับการเลื่อนชั้นแต่งตั้งเข้าสู่การเป็นสมาชิกคณะกรรมการกรมการเมือง (Politburo) ชุดที่ 20 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นองค์กรตัดสินใจสูงสุดของพรรค ก็คือ พลเอก #จางเซิงหมิน (Zhang Shengmin) รองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง (Central Military Commission : CMC)

ที่ผ่านมา สีจิ้นผิงไว้วางใจให้พลเอก จางเซิงหมิน ดูแลด้านการตรวจสอบวินัยของ CMC (เปรียบเสมือนองค์กร ป.ป.ช. ของกองทัพ) ทำหน้าที่กวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชัน

ตามธรรมเนียมของพรรคฯ กำหนดให้โปลิตบูโรมีทหารสองที่นั่ง คือรองประธาน CMC ทั้งสองคน (คนหนึ่งเป็นผู้บัญชาการสายยุทธการ อีกคนดูแลงานการเมือง) แต่อำนาจที่แท้จริงทั้งหมดในกองทัพ จะอยู่ที่ประธาน CMC ฝ่ายพลเรือนแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือ สีจิ้นผิง

ประเด็นคือ ในขณะนี้ สีจิ้นผิงยังไม่มีการตั้งนายพลใหม่เติมเก้าอี้ที่ว่าง ทำให้เก้าอี้ทั้งห้าตัวใน CMC ยังว่างอยู่ #ทำไมสีจิ้นผิงยังไม่ได้เติมเก้าอี้ที่ว่างลงเหล่านี้ คาดว่า ยังไม่ไว้วางใจนายพลผู้นำกองทัพ จึงยังไม่ตั้งแม่ทัพใหม่ ทั้งหมดนี้ ยังอยู่ในขั้นตรวจสอบนายทหารระดับสูง

ดังนั้น สายข่าวความมั่นคงของจีน จึงประเมินว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ โอกาสที่จะเกิดปฏิบัติการบุกยึดเกาะไต้หวัน จึงยังมีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างยังต่ำ

แต่ทั้งหมดนี้ ไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริงเบื้องหลัง ทุกการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับสีจิ้นผิง #ผู้ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ และมีความมุ่งมั่นที่จะรวมชาติให้สำเร็จ (โดยเฉพาะในช่วงจังหวะเวลาที่โดนัลด์ #ทรัมป์ 🇺🇸 ยังอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งสีจิ้นผิงน่าจะได้พูดคุยเคลียร์กับทรัมป์ได้ง่ายกว่าคนอื่นขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ เพื่อไม่ให้สหรัฐฯ มาจุ้นจ้านขัดขวาง #ภารกิจรวมชาติ กับไต้หวัน)

ในช่วงเวลานี้ กองทัพจีนกำลังอยู่ในช่วงจัดทัพภายใน บรรดานายพลจีนทั้งหลายจะต้องพิสูจน์ความภักดีและแสดงฝีมือให้สีจิ้นผิงได้เห็นว่า มีความพร้อมขั้นสูงสุดในการปกป้องผลประโยชน์ที่สำคัญยิ่งยวดและเป็น“#เส้นแดง”ของจีนที่ไม่ยอมให้ชาติใดมารุกล้ำละเมิด นั่นคือ ช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้

มติที่ประชุมฯ ในครั้งนี้ มีการขับไล่สมาชิกพรรคฯระดับสูง 16 คนที่มาจากกองทัพ PLA มีตัวอย่างตัว Top นายพลทหารที่ถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคฯ คือ พลเอก #จางโหย่วเซีย (Zhang Youxia) อดีตรองประธาน CMC และพลเอก #หลิวเจิ้นลี่ (Liu Zhenli) อดีตเสนาธิการร่วมฯ นอกจากนี้ ยังมีอดีตรัฐมนตรีกลาโหมของจีนอีก 2 คนที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต (รอลงอาญา)

มีข้อสังเกตว่า กรรมการกลางพรรคตัวจริง 205 คน มาร่วมประชุมเพียง 162 คน นับว่าต่ำที่สุด (นับตั้งแต่ยุคหลังประธานเหมาเจ๋อตง)

สำหรับประเด็นสำคัญในแถลงการณ์ผลการประชุมฯ สรุปได้ดังนี้

ประการแรก 📌 การยกระดับความเข้มงวด และจัดการปัญหาภายในพรรค เพื่อการต่อสู้กับความหย่อนยานในอดีต

ที่ประชุมชื่นชมความกล้าหาญทางการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ในการเผชิญหน้าและแก้ไข ปัญหาพรรค ในอดีตที่มีลักษณะ "อ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพ และขาดการควบคุมดูแลตัวเอง"

มีการเน้นย้ำถึงการใช้มาตรการที่เข้มงวดที่สุด (Stringent measures) และความพยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อขจัดปัญหา“คอร์รัปชัน” และการทุจริตในโครงการที่ทำเพื่อตนเองและเอื้อพวกพ้อง

ประการที่สอง 📌 ทิศทางและเป้าหมายในอนาคต ประกาศยึดมั่นในอุดมการณ์ และเรียกร้องให้สมาชิกพรรคทุกคนรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น มีคณะกรรมการกลางพรรคที่มีสีจิ้นผิงเป็นแกนกลาง และนำ " #ความคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยลัทธิสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีนในยุคใหม่" ไปปฏิบัติอย่างเต็มที่

ในด้านเศรษฐกิจ แถลงการณ์มติที่ประชุมฯ ยึดตามแผนพัฒนาฯ 5 ปี ฉบับที่ 15 โดยระบุว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและภารกิจหลักด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปีนี้ รวมถึงเป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับการเริ่มต้น #แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15

(1) จะยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของการสร้างความก้าวหน้าไปพร้อมกับ การรักษาเสถียรภาพ

(2) ดำเนินการตามแนวคิดการพัฒนาใหม่ ในทุกด้านอย่างเต็มที่ เร่งสร้างรูปแบบการพัฒนาใหม่

(3) ใช้ประโยชน์จากนโยบายมหภาคอย่างเต็มที่และเหมาะสม

(4) ดึงศักยภาพของ อุปสงค์ภายในประเทศ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

(5) เดินหน้าปฏิรูปและเปิดประเทศต่อไป

(6) ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูง และยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

ประการสุดท้าย 📌 เดินหน้ามุ่งสู่การสร้างความทันสมัยแบบจีน (Chinese modernization) ตั้งเป้าหมายในการร่วมมือกันพัฒนาและนำพาประชาชนชาวจีนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ เดินหน้าสร้างประเทศจีนให้เป็น “#ประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกมิติ” และขับเคลื่อน “#การฟื้นฟูชาติ”

อีกเรื่องที่น่าสนใจ ในแถลงการณ์ฯ เน้นเรื่อง "Implementing the Five-Sphere Integrated Plan and the Four-Pronged Comprehensive Strategy in a coordinated way" ด้วยการนำเอา 2 ยุทธศาสตร์ใหญ่ของจีนมารวมกันและขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันในแบบบูรณาการ

โดยแยกออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

(1) 🎯 แผนปฏิรูปบูรณาการ 5 มิติ (The Five-Sphere Integrated Plan) ภาษาจีนเรียกว่า "อู่เว่ยอี่ถี่" เป็นการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้ครอบคลุมและสมดุลใน 5 ด้านหลัก เพื่อไม่ให้เน้นไปที่การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต ดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ (Economic): มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงและการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง​ ด้านการเมือง (Political): พัฒนาระบบประชาธิปไตยในกระบวนการทั้งหมดของประชาชน (Whole-process people's democracy) และธรรมาภิบาล

* ด้านวัฒนธรรม (Cultural): เสริมสร้างวัฒนธรรมจีน อุดมการณ์สังคมนิยม และการสื่อสารมวลชน

* ด้านสังคม (Social): ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่กลมเกลียว

* ด้านนิเวศวิทยา (Ecological): เน้นความก้าวหน้าทางสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ธรรมชาติ และการพัฒนาสีเขียว (Eco-environmental progress)

(2) 🎯 ยุทธศาสตร์รอบด้าน 4 ประการ (The Four-Pronged Comprehensive Strategy) ภาษาจีนเรียกว่า "ซื่อเก้อเฉวียนเมี่ยน" เป็นแนวทางปฏิบัติในเชิงรุก 4 ด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการบริหารประเทศ ดังนี้

* สร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยอย่างรอบด้าน (Build a modern socialist country)

* ปฏิรูปเชิงลึกอย่างรอบด้าน (Deepen reform across the board)

* บริหารประเทศตามหลักนิติธรรมอย่างรอบด้าน (Advance law-based governance)

* กวดขันวินัยและปกครองพรรคอย่างเข้มงวดรอบด้าน (Strengthen full and rigorous Party self-governance)

จะเห็นได้ชัดเจนว่า “#วินัยพรรค” เป็นประเด็นหลักที่ถูกเน้นย้ำอย่างมากในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ปี 2026 นี้

โดยสรุป ผลการประชุมพรรรคฯ ครั้งนี้ สะท้อนแนวทางสีจิ้นผิง คือ“เข้มงวด เด็ดเดี่ยว และต่อเนื่อง” และสีจิ้นผิงกำลังอยู่ในช่วง #จัดวางตัวผู้นำกองทัพจีน

ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ สายข่าวความมั่นคง จึงประเมินความเป็นไปได้ที่จะเกิดปฏิบัติการบุกยึดเกาะไต้หวันในช่วงนี้ ยังค่อนข้างยังต่ำ หากแต่ปฏิบัติการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไรและอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับ #การตัดสินใจของสีจิ้นผิง ผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดินจีน และมีความมุ่งมั่นที่จะรวมชาติให้สำเร็จ โดยจะต้อง #จบแบบไม่ยืดเยื้อ และไม่มีชาติอื่นมาขัดขวางภารกิจสำคัญยิ่งยวดนี้

อ้างอิง : เอกสาร Communique of the Fifth Plenary Session of the 20th Central Committee of the Communist Party of China ที่เผยแพร่โดยทางการจีน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โซลาร์ภาคประชาชน รัฐแจกเงินให้คนมีหลังคา5หมื่นบาท  ใครเป็นคนจ่าย?
โซลาร์ภาคประชาชน รัฐแจกเงินให้คนมีหลังคา5หมื่นบาท ใครเป็นคนจ่าย?