News Logo
หน้าแรก
โซลาร์ภาคประชาชน รัฐแจกเงินให้คนมีหลังคา5หมื่นบาท  ใครเป็นคนจ่าย?

โซลาร์ภาคประชาชน รัฐแจกเงินให้คนมีหลังคา5หมื่นบาท ใครเป็นคนจ่าย?

1 พ.ย. 2569 00:10
ผู้ชม 5 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

รัฐบาลเปิดโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ช่วยค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สูงสุดหลังละ 50,000 บาท จำนวนหนึ่งล้านครัวเรือน ฟังดูเป็นนโยบายที่ดี ประชาชนประหยัดค่าไฟ ประเทศใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

คำถามสำคัญ : ก่อนจะปรบมือให้รัฐบาล ผมอยากชวนคิดอีกด้านหนึ่งว่า เงินก้อนนี้มาจากไหน ใครได้ประโยชน์ ใครต้องรับภาระ และเมื่อรวมต้นทุนทั้งหมดแล้ว ประเทศคุ้มจริงหรือไม่?

 

1. สรุปโครงการใน 1 นาที

·       เงินช่วย: รัฐช่วยค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งโซลาร์สูงสุด 50,000 บาทต่อราย ไม่เกินหนึ่งล้านราย เงินนี้จ่ายเป็นค่าติดตั้ง ประชาชนไม่ได้รับเป็นเงินสดไปใช้อย่างอื่น เปิดลงทะเบียนถึง 31 มกราคม 2570

·       เงินมาจากไหน: เงินกู้ก้อนใหม่ของรัฐ 50,000 ล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในการประชุม ครม. ครั้งเดียวกัน ยังอนุมัติโครงการสมาร์ตมิเตอร์ของการไฟฟ้านครหลวง 10,785 ล้านบาท โครงการมิเตอร์อัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 10,811.6 ล้านบาท และฝึกแรงงานอีก 972 ล้านบาท รวมทั้งชุดประมาณ 72,568 ล้านบาท บางส่วนของงบเหล่านี้เป็นการลงทุนระบบไฟฟ้าที่ใช้ประโยชน์ได้กว้างกว่าโครงการติดตั้งโซลาร์

·       ใครสมัครได้: บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ใช้มิเตอร์ประเภทบ้านอยู่อาศัย ชื่อตรงกับเจ้าของมิเตอร์ ติดระบบ 5 ถึง 10 กิโลวัตต์ ผ่านการไฟฟ้าหรือผู้รับเหมาที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น คอนโดมิเนียมและบ้านที่ใช้มิเตอร์ชั่วคราวถูกตัดออกตั้งแต่ต้น

·       ราคา: ชุดมาตรฐาน 5 กิโลวัตต์มีเพดานไม่เกิน 140,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม รับประกันงานติดตั้ง ประกันอัคคีภัย และล้างแผงปีละครั้ง นาน 7 ปี ผลสำรวจราคาที่ประกาศขายทางออนไลน์ของ Thai PBS Policy Watch พบว่าระบบขนาดราว 5.3 ถึง 5.9 กิโลวัตต์มีราคาราว 130,000 ถึง 135,000 บาท แม้อุปกรณ์และบริการของแต่ละเจ้าอาจต่างกัน งานที่อาจอยู่นอกรายการ เช่น การเสริมโครงหลังคาเก่า ควรถามผู้รับเหมาให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา

·       ส่วนที่ต้องจ่ายเอง: หักเงินรัฐแล้วเหลือราว 90,000 บาท ใช้เงินสดหรือกู้ ธอส. ออมสิน ธ.ก.ส. ถ้ากู้ 90,000 บาท ดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ผ่อน 7 ปี แบบลดต้นลดดอก จะผ่อนประมาณ 1,170 บาทต่อเดือน เงื่อนไขแต่ละธนาคารอาจต่างกัน ถ้าจ่ายเงินสด ต้องสำรองจ่ายเต็มจำนวนก่อน แล้วรอรัฐโอนคืนเข้าพร้อมเพย์

·       ขายไฟคืน: ไฟที่ใช้ไม่หมดขายคืนได้หน่วยละ 2.20 บาท ตามสัญญา 20 ปี ส่งออกได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ราคานี้ตรึงไว้ตลอด ไม่ปรับตามค่าครองชีพ และต้องผ่านการตรวจของการไฟฟ้าก่อนว่าสายไฟในย่านนั้นรับไฟคืนได้หรือไม่ ไม่ได้รับประกันว่าทุกบ้านจะขายได้ ถ้ากู้ธนาคาร รายได้ขายไฟจะถูกนำไปตัดหนี้ก่อน เหลือจึงคืนเจ้าของบ้าน

·       สิ่งที่ต้องแลก: ใช้สิทธิภาษีค่าติดตั้งโซลาร์ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 ซ้ำไม่ได้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องงดรับเงินช่วยค่าไฟ 20 ปี

·       เส้นตาย: สำรวจและประเมินการติดตั้งภายใน 30 มิถุนายน 2570 ยื่นขอเชื่อมต่อภายใน 31 สิงหาคม 2570 และเชื่อมต่อสำเร็จภายใน 30 กันยายน 2570 ลงทะเบียนสำเร็จแล้วก็ยังไม่ได้แปลว่าได้เงินแน่นอน

2. คุ้มไหม : รัฐบาลกับประชาชนได้อะไร?

ฝั่งรัฐบาลและประเทศ

·       ข้อดีที่มีจริง: ได้ไฟสะอาดจากหลังคาบ้านหลายพันเมกะวัตต์ ลดการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟช่วงกลางวัน ลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้าราคาแพงในช่วงพลังงานโลกผันผวน และช่วยลดมลพิษ

·       แต่เป็นเงินกู้: รัฐต้องชำระเงินต้น 50,000 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยในอนาคต การกู้เงินทำได้หากผลประโยชน์ที่ประเทศได้รับคุ้มกับต้นทุน และรัฐบาลมีหน้าที่พิสูจน์ด้วยตัวเลข นอกเหนือจากการบอกว่าประชาชนประหยัดค่าไฟได้เท่าไร

·       ไม่มีแดดก็ไม่มีไฟ: ไฟพีคหลายครั้งในช่วงหลังเกิดตอนหัวค่ำ เช่น สถิติวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 21.41 น. และพีคหลายครั้งของปี 2567 ที่อยู่ช่วง 19.00 ถึง 22.00 น. ตอนนั้นไม่มีแดดแล้ว รูปแบบนี้อาจเปลี่ยนไปตามฤดูและปี แต่ตราบใดที่ไม่มีแบตเตอรี่ โรงไฟฟ้าและสายส่งเดิมยังต้องพร้อมรองรับเหมือนเดิม ติดโซลาร์หนึ่งล้านหลังแล้วก็ยังลดโรงไฟฟ้าหลักลงทันทีไม่ได้

·       ต้องลงทุนดูแลระบบไฟฟ้า: บ้านจำนวนมากส่งไฟย้อนเข้าระบบพร้อมกัน อาจเกิดปัญหาแรงดันไฟฟ้าและหม้อแปลงรับไม่ไหวในบางพื้นที่ จึงต้องลงทุนปรับปรุงโครงข่ายเพิ่ม

·       ตัวเลขประหยัด 24,500 ล้านบาทต่อปี: เฉลี่ยแล้วตกหลังละราว 2,040 บาทต่อเดือน ถ้าทุกบ้านติดระบบ 5 กิโลวัตต์ ผลิตไฟเฉลี่ย 570 หน่วยต่อเดือน และใช้ราคาค่าไฟตามแบบจำลอง บ้านโดยเฉลี่ยต้องใช้ไฟจากแผงเองราว 58% ของที่ผลิต จึงจะได้ตัวเลขนี้ ถ้าติดระบบใหญ่กว่านี้ สัดส่วนที่ต้องใช้เองก็ต่ำลง ตอนนี้ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลใช้สมมติฐานแบบไหน รัฐบาลจึงควรบอกว่าคำนวณจากบ้านที่ใช้ไฟเองเท่าไร ขายไฟคืนเท่าไร ขนาดระบบเฉลี่ยเท่าไร และคิดค่าไฟหน่วยละกี่บาท อีกเรื่องหนึ่ง เงินที่เจ้าของบ้านประหยัดได้ไม่เท่ากับต้นทุนที่ประเทศประหยัดได้ เพราะส่วนหนึ่งเป็นรายได้ที่ย้ายจากการไฟฟ้ามาอยู่ที่บ้านติดแผง ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลงได้จริง แต่ต้นทุนคงที่จำนวนมาก เช่น โรงไฟฟ้าและสายส่ง ยังคงอยู่

·       จ่ายให้คนที่จะติดอยู่แล้ว: ตลาดโซลาร์บ้านโตเร็วมาตั้งแต่ก่อนมีโครงการ คนที่มีเงินและวางแผนติดอยู่แล้วก็ได้เงินช่วยไปด้วย ตัวอย่างสมมติ ถ้ามีคนกลุ่มนี้ 300,000 หลัง รัฐจะจ่ายให้ 15,000 ล้านบาท โดยไม่ได้เกิดการติดตั้งเพิ่ม ตัวเลขนี้ยังไม่มีใครตรวจนับจริง แต่เป็นคำถามที่รัฐควรตอบว่าเงินก้อนนี้สร้างการติดตั้งใหม่ได้กี่หลัง

·       เงินก้อนเดียวกันทำอย่างอื่นได้ไหม: ติดโซลาร์ให้โรงเรียน โรงพยาบาล อาคารราชการ ซึ่งใช้ไฟกลางวันมากและใช้ไฟที่ผลิตได้เองเกือบทั้งหมด หรือทำโซลาร์ชุมชนที่คนเช่าบ้านซื้อส่วนแบ่งได้ รัฐควรเทียบว่าทางเลือกไหนลดต้นทุนพลังงานของประเทศได้มากกว่าต่อเงินหนึ่งบาท

ฝั่งประชาชน : บ้านแต่ละแบบได้ไม่เท่ากัน

สมมติฐานระบบ 5 กิโลวัตต์ ผลิตไฟเฉลี่ย 570 หน่วยต่อเดือน กู้ 90,000 บาท ดอกเบี้ย 2.5% ผ่อนประมาณ 1,170 บาทต่อเดือน (นาน 7 ปี):

กลุ่มครัวเรือน

พฤติกรรมใช้ไฟโซลาร์

มูลค่าที่ได้/เดือน

ผลประโยชน์สุทธิ (หักค่างวด 1,170 บ.)

1. อยู่บ้านกลางวัน (ใช้ไฟ >400 หน่วย)

ใช้เอง 80% (~456 หน่วย)
ขายคืน 20% (~114 หน่วย)

~2,350 บาท

+1,180 บาท/เดือน
(คุ้มค่าที่สุด)

2. คนทำงานนอกบ้าน (กลางวันไม่อยู่)

ใช้เอง 15% (~85 หน่วย)
ขายคืน 85% (~485 หน่วย)

~1,425 บาท

+255 บาท/เดือน
(คุ้มแบบปริ่มน้ำ ผูกหนี้ 7 ปี)

3. ขายไฟคืนไม่ได้ / มีเงาบัง

ใช้เอง 15% (~85 หน่วย)
ขายคืนไม่ได้ 0 หน่วย

~360 บาท

-810 บาท/เดือน
(ต้องควักเงินส่วนตัวโปะค่างวด)

4. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ใช้ไฟน้อย (<100 หน่วย)
ขายคืนส่วนใหญ่

ใกล้เคียงกลุ่ม 2

เสียสิทธิค่าไฟ 315 บ. 20 ปี
(~75,600 บ.) เสียเปรียบที่สุด

 

·       บ้านมีคนอยู่กลางวัน ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย (คุ้มที่สุด): ใช้ไฟจากแผงเองได้ราว 80% ประหยัดค่าไฟขั้นแพงหน่วยละประมาณ 4.60 บาท รวมเงินขายไฟส่วนที่เหลือ ได้ประโยชน์ประมาณ 2,350 บาทต่อเดือน หักค่างวดเหลือประมาณ 1,180 บาท บ้านที่ใช้ไฟกลางวันได้มากขนาดนี้มักจ่ายค่าไฟเดือนละ 3,000 บาทขึ้นไป แต่บ้านค่าไฟสูงไม่ได้คุ้มทุกหลัง ถ้าไฟส่วนใหญ่ใช้ตอนกลางคืน เช่น เปิดแอร์นอน ผลจะออกมาใกล้บ้านแบบถัดไป ควรดูก่อนว่าบ้านใช้ไฟช่วงกลางวันกี่หน่วย

·       บ้านคนทำงานนอกบ้าน (ปริ่มน้ำ): ใช้ไฟจากแผงเองได้แค่ราว 15% ที่มูลค่าหน่วยละ 4.20 บาท ที่เหลือขายคืน 2.20 บาท ได้ประโยชน์ประมาณ 1,425 บาท หักค่างวดเหลือประมาณ 255 บาทต่อเดือน แลกกับหนี้ 7 ปี

·       บ้านที่ขายไฟคืนไม่ได้ (เจ็บ): ถ้าการไฟฟ้าไม่รับไฟคืน บ้านคนทำงานนอกบ้านจะประหยัดได้แค่ราวเดือนละ 360 บาท แต่ยังต้องผ่อน 1,170 บาท ต้องหาเงินมาเติมราวเดือนละ 810 บาทจนครบเจ็ดปี บ้านที่ผลิตไฟได้น้อยเพราะเงาบังหรือติดผิดทิศก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน

·       บ้านที่จ่ายเงินสด: ไม่มีค่างวด แต่ต้องควักเงินก้อนออกมาก่อน และต้องคิดด้วยว่าเงินก้อนนั้นถ้าเก็บไว้หรือใช้ทำอย่างอื่น จะได้ประโยชน์มากกว่าหรือไม่

·       ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (เสียเปรียบที่สุด): ต้องงดเงินช่วยค่าไฟ 20 ปี เงินช่วยนี้มีเพดานเดือนละ 315 บาท และได้เฉพาะเดือนที่บิลไม่เกิน 315 บาท ถ้าได้เต็มทุกเดือนตลอด 20 ปี จะเท่ากับ 75,600 บาท คนส่วนใหญ่น่าจะเสียน้อยกว่านี้ และยังขึ้นกับนโยบายสวัสดิการในอนาคต บ้านที่ได้รับสิทธินี้มักใช้ไฟไม่มาก ตามอัตราค่าไฟปัจจุบัน บิลไม่เกิน 315 บาทเท่ากับใช้ไฟราวไม่เกินร้อยหน่วยต่อเดือน บ้านที่ใช้ไฟน้อยแบบนี้นำไฟจากแผงมาใช้เองได้จำกัด ไฟส่วนใหญ่ต้องขายคืนในราคาต่ำกว่าไฟที่ซื้อใช้ ผลตอบแทนจึงมีแนวโน้มใกล้เคียงบ้านคนทำงานนอกบ้าน แต่ต้องเสียสิทธิ 315 บาทเพิ่มอีก ความคุ้มค่าจริงของแต่ละบ้านยังต้องคำนวณจากการใช้ไฟกลางวัน รายได้ขายไฟ และมูลค่าสวัสดิการที่ต้องสละไป คนรายได้น้อยจึงต้องเอาสวัสดิการระยะยาวมาแลกกับเงินอุดหนุนครั้งเดียว และมักมีเงินลงทุนหรือกำลังผ่อนจำกัดกว่า ขณะที่คนมีฐานะดีไม่ต้องแลกสิทธิแบบนี้

ตัวเลขข้างต้นเป็นแบบจำลอง ไม่ได้รับประกันรายได้ เงินที่ประหยัดจากบิลค่าไฟกับเงินสดที่ได้จากการขายไฟเป็นคนละส่วนกัน หลังผ่อนครบเจ็ดปี ระบบยังผลิตไฟต่อได้อีกหลายปี การตัดสินใจจึงควรดูผลตอบแทนตลอดอายุระบบ รวมถึงค่าเสื่อม ค่าซ่อม และความเสี่ยงประกอบด้วย

3. ช่องโหว่ : เงินอาจรั่วไปทางไหน?

โครงการนี้อาจสร้างตลาดติดตั้งโซลาร์มูลค่ากว่าแสนล้านบาท ธุรกิจขายแผง อุปกรณ์ และรับเหมาติดตั้งย่อมได้ประโยชน์ แต่เงินจำนวนมากก็ทำให้ต้องระวังหลายเรื่อง:

·       บวกราคาชนเพดาน: เพดาน 140,000 บาทสูงกว่าราคาที่สำรวจได้จากประกาศขายออนไลน์ราว 5,000 ถึง 10,000 บาท เมื่อมีเงินอุดหนุน ผู้ขายอาจตั้งราคาชนเพดาน หรือชวนให้เลือกแพ็กเกจแพงกว่า เพราะเจ้าของบ้านรู้สึกว่ารัฐช่วยไปแล้ว 50,000 บาท เงินช่วยส่วนหนึ่งจึงอาจกลายเป็นรายได้ของผู้ขาย การตั้งราคาสูงเองยังไม่ถือเป็นคอร์รัปชัน แต่ถ้ามีการฮั้วหรือสมยอมกับเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบ

·       กติกาที่รายเล็กแข่งขันลำบาก: ผู้รับเหมาต้องวางหนังสือค้ำประกันจากธนาคารงานละ 50,000 บาทระหว่างรอส่งงาน กับอีก 10,000 บาทนาน 7 ปี แม้ไม่ต้องเป็นเงินสดที่ถูกอายัดเสมอไป แต่ใช้วงเงินธนาคารและมีต้นทุน รายเล็กรับงานพร้อมกันได้ไม่กี่หลัง หลายรายประกาศถอนตัว ที่เหลืออาจต้องไปรับงานต่อจากบริษัทใหญ่ การรับเหมาช่วงเป็นเรื่องปกติในงานก่อสร้าง แต่ถ้าต้องส่งต่อกันหลายทอด ต้นทุนบริหารและส่วนแบ่งกำไรจะเพิ่มขึ้น เงินที่ควรใช้กับอุปกรณ์และคุณภาพงานติดตั้งก็ลดลง หากไม่มีระบบควบคุมราคาและมาตรฐานที่รัดกุม

·       ผู้เล่นกับกรรมการเป็นคนเดียวกัน: กฟภ. รับติดตั้งเองในราคา 139,000 บาท ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ตรวจงาน อนุมัติการเชื่อมต่อ และตัดสินว่าบ้านไหนขายไฟคืนได้ การมีสองบทบาทยังไม่แปลว่าทุจริต แต่ใครคุมคิว คนนั้นกำหนดได้ว่างานใครเสร็จก่อน ถ้าไม่แยกขั้นตอนตัดสินใจและเปิดคิวให้ตรวจสอบได้ ผู้ประกอบการรายอื่นจะเสียเปรียบ และเสี่ยงต่อการเรียกค่าเร่งงาน

·       แย่งโควตาหม้อแปลง: หม้อแปลงและสายไฟแต่ละย่านรับไฟย้อนได้จำกัด ถ้าไม่เปิดข้อมูลกำลังรองรับและหลักเกณฑ์จัดคิว อาจเกิดการเลือกปฏิบัติหรือวิ่งเต้นจ่ายใต้โต๊ะเพื่อแย่งสิทธิเชื่อมต่อ

·       นายหน้าหลอกชาวบ้าน: เดินสายบอกว่าติดฟรี ให้เซ็นเอกสารกู้เงินโดยไม่เข้าใจภาระหนี้ แล้วติดของเกรดต่ำ พอระบบพังหรือผู้รับเหมาหาย หนี้ยังตกอยู่กับเจ้าของบ้าน

·       ของถูกแต่คิดราคาแพง: เสนอแผงหรือเครื่องแปลงไฟรุ่นหนึ่ง แต่ติดอีกเกรดหนึ่ง ใช้ของไม่ได้มาตรฐาน หรือรับรองงานที่ยังไม่เรียบร้อย ความเสียหายมักโผล่หลังประกัน 7 ปีหมด

·       งบสมาร์ตมิเตอร์และระบบกักเก็บพลังงานกว่า 21,500 ล้านบาท: ต้องตรวจราคากลาง การกำหนดสเปก ผู้ชนะการประมูล และความเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจ เพื่อกันการล็อกสเปกและฮั้วประมูล

·       ระบายสต็อกแผง: สหรัฐฯ ตั้งภาษีตอบโต้แผงโซลาร์จากไทยสูงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ โรงงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุนจีนจึงขายอเมริกาแทบไม่ได้ ตลาดหนึ่งล้านหลังจึงเป็นทางระบายของได้ ยังไม่มีหลักฐานว่าโครงการตั้งขึ้นเพื่อช่วยบริษัทใดโดยเฉพาะ แต่รัฐควรเปิดว่าอุปกรณ์มาจากไหน บริษัทใดขายได้มากที่สุด และเกิดมูลค่าเพิ่มในไทยจริงเท่าไร ยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดยังนับเป็นประโยชน์สุทธิของเศรษฐกิจไทยไม่ได้

·       ข้อที่ต้องให้เครดิต: เงิน 50,000 บาทโอนผ่านกรมบัญชีกลางเข้าพร้อมเพย์ของเจ้าของบ้านหรือเข้าธนาคารผู้ให้กู้โดยตรง ไม่ผ่านมือผู้รับเหมา ช่วยลดการรั่วตรงจุดจ่ายเงินได้ แต่ยังต้องตรวจว่าการเบิกจ่ายตรงกับงานติดตั้งจริง

ทั้งหมดนี้เป็นความเสี่ยงที่ต้องป้องกัน ยังไม่มีหลักฐานว่าบริษัท เจ้าหน้าที่ หรือบุคคลใดทุจริต แต่เงินระดับนี้ควรตรวจสอบตั้งแต่ต้น ก่อนเกิดปัญหา

4. ใครรับภาระจริง?

คนที่ไม่ได้สมัคร หรือสมัครไม่ได้

·       คนเช่าบ้าน หอพัก คอนโด และคนหาเช้ากินค่ำ: คนอยู่คอนโดถูกตัดสิทธิในประกาศ คนเช่าบ้านและหอพักส่วนใหญ่ไม่มีหลังคาหรือมิเตอร์ที่เข้าเงื่อนไข จึงไม่ได้เงินช่วย แต่เงินกู้ต้องใช้คืนจากงบประมาณในอนาคต ถ้าเอาเงินต้น 50,000 ล้านบาทหารด้วยประชากรราว 66 ล้านคน จะตกประมาณ 760 บาทต่อคน ยังไม่รวมดอกเบี้ย ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องจ่ายภาษีเพิ่มคนละ 760 บาท เพราะภาระภาษีของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ทุกคนอยู่ในระบบการคลังเดียวกัน

·       เสี่ยงค่าไฟแพงขึ้น: บ้านติดแผงซื้อไฟน้อยลง แต่การไฟฟ้ายังต้องจ่ายค่าสายส่ง หม้อแปลง และค่าความพร้อมจ่ายให้โรงไฟฟ้าเอกชนตามสัญญาเท่าเดิม ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยอาจสูงขึ้น และอาจส่งผ่านเข้าค่า Ft หรือค่าไฟฐานรอบถัดไป

·       แต่ก็อาจได้ประโยชน์ทางอ้อม: โซลาร์ช่วยลดการใช้ก๊าซและเชื้อเพลิงผลิตไฟได้จริง ต้นทุนบางส่วนจึงลดลงด้วย ตอนนี้ยังฟันธงไม่ได้ว่าคนไม่ได้ติดแผงจะเสียค่าไฟเพิ่มหรือไม่ และเพิ่มกี่สตางค์ รัฐบาลต้องเปิดผลคำนวณต้นทุนสุทธิให้ตรวจสอบได้

คนที่สมัครเข้าโครงการ

·       หนี้ 7 ปี: ถ้ากู้ ต้องผ่อนตามสัญญาทุกเดือน ไม่ว่าแดดจะดีหรือไม่ และแม้เงินขายไฟจะไม่พอจ่ายหนี้

·       ขายไฟคืนอาจติดข้อจำกัด: บ้านที่หวังเงินขายไฟมาผ่อนหนี้ ควรถามการไฟฟ้าให้ได้ก่อนว่าสายในย่านนั้นรับไฟคืนได้

·       เสี่ยงพลาดเส้นตาย: ถ้าคิวตรวจและเชื่อมต่อล่าช้าจนเลย 30 กันยายน 2570 อาจกระทบสิทธิเงินช่วย มีข้อสังเกตว่าคนที่ติดแผงตามมาตรการลดหย่อนภาษีตั้งแต่ต้นปียังไม่ได้เอกสารขนานไฟ ผ่านไป 10 เดือนแล้ว รัฐบาลบอกว่าสั่งการแล้วให้เชื่อมต่อได้ภายใน 7 วันหลังติดตั้งเสร็จ ต้องรอดูว่าทำได้จริงหรือไม่

·       ค่าซ่อมหลังหมดประกัน: แพ็กเกจครอบคลุม 7 ปี หลังจากนั้นค่าล้างแผงและซ่อมบำรุงต้องจ่ายเอง อินเวอร์เตอร์แต่ละรุ่นมีอายุและประกันต่างกัน ถ้าต้องเปลี่ยนใหม่อาจมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท

·       ราคารับซื้อไม่ขยับ แผงก็เสื่อม: 2.20 บาทตรึงไว้ 20 ปี ไม่เพิ่มตามค่าครองชีพ ขณะที่แผงผลิตไฟได้ลดลงทีละน้อยตามอายุ

·       ความเสี่ยงต่อบ้าน: งานติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้หลังคารั่วซึม ระบบไฟขัดข้อง หรือเกิดอัคคีภัย แม้โครงการกำหนดมาตรฐานและประกันไว้แล้ว ก็ต้องมีการตรวจงานจริง

5. ฝั่งรัฐบาลชี้แจงว่าอย่างไร?

·       วัตถุประสงค์โครงการ: นายกรัฐมนตรียืนยันว่าโครงการมุ่งลดภาระค่าไฟและเพิ่มพลังงานสะอาด ไม่ได้ทำเพื่อเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่

·       สิทธิเลือกผู้รับเหมา: ประชาชนเลือกผู้รับเหมาจากรายชื่อที่ขึ้นทะเบียนเอง รัฐบาลและการไฟฟ้าไม่ได้เลือกให้

·       เหตุผลการวางหลักประกัน: หนังสือค้ำประกัน 50,000 บาทมีไว้กันผู้รับเหมาทิ้งงาน และจะคืนภายใน 7 วันหลังเชื่อมต่อสำเร็จ ส่วน 10,000 บาทไว้รองรับการดูแลหลังการขาย 7 ปี

·       การช่วยเหลือผู้รับเหมาย่อย: กระทรวงการคลังหารือกับธนาคารรัฐและ บสย. ให้ช่วยค้ำประกันแทนรายเล็ก ค่าธรรมเนียมไม่เกินปีละ 1% และเตรียมสินเชื่อให้รายเล็กซื้ออุปกรณ์

คำชี้แจงเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลประกาศไว้ ต้องติดตามต่อว่ารายเล็กแข่งได้จริงไหม หลักประกันคืนตรงเวลาหรือเปล่า และประชาชนได้บริการตามมาตรฐานหรือไม่

6. ข้อเสนอ : ทำอย่างไรให้เป็นธรรมและโปร่งใส?

·       เปิดข้อมูลทุกงาน: ราคาติดตั้ง รุ่นอุปกรณ์ วันเชื่อมต่อ จำนวนงานของแต่ละบริษัท และการกระจายตามพื้นที่ โดยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ตรวจสอบได้ว่าราคาชนเพดานหรือไม่ และเงินกระจุกที่ใคร

·       ช่วยให้รายเล็กแข่งได้จริง: ทยอยคืนหลักประกันตามงานที่ส่งมอบสำเร็จ โดยไม่ลดมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค

·       ให้การไฟฟ้ารับผิดเรื่องเวลา: กำหนดเวลาดำเนินการชัดเจน เปิดคิวเชื่อมต่อ และขยายสิทธิให้เจ้าของบ้านถ้าความล่าช้าเกิดจากการไฟฟ้า เจ้าของบ้านที่ทำครบเงื่อนไขไม่ควรเสียสิทธิเพราะความช้าของหน่วยงานรัฐ

·       แยกคนติดตั้งกับคนอนุมัติ: หรืออย่างน้อยให้หน่วยงานอิสระสุ่มตรวจงานที่การไฟฟ้าติดเอง

·       บอกก่อนติดว่าขายไฟได้เท่าไร: แจ้งข้อจำกัดของสายและหม้อแปลงก่อนเจ้าของบ้านเซ็นสัญญากู้

·       เปิดทางโซลาร์ชุมชน: ให้คนเช่าบ้าน คนอยู่คอนโด และคนรายได้น้อยซื้อส่วนแบ่งโซลาร์ชุมชน แล้วนำไปหักบิลค่าไฟตัวเองได้

·       ทบทวนเงื่อนไขบัตรสวัสดิการ: ลดสิทธิตามประโยชน์ที่ได้จริง แทนการงดทั้งหมด 20 ปี

·       คุมราคาและคุณภาพ: ตั้งเพดานให้ใกล้ราคาตลาด เปิดราคาเปรียบเทียบอุปกรณ์สเปกเดียวกัน ตรวจ มอก. และตรวจว่าใช้วัสดุกับแรงงานไทยจริงเท่าไร โดยไม่ตั้งข้อกำหนดที่กีดกันการแข่งขันเกินจำเป็น

·       พิสูจน์ผลตอบแทนระดับประเทศ: เปิดว่าประหยัดเชื้อเพลิงได้เท่าไร ต้องจ่ายค่าระบบเพิ่มเท่าไร ลดมลพิษได้แค่ไหน เงินอุดหนุนสร้างการติดตั้งใหม่ที่เดิมจะไม่เกิดขึ้นกี่หลัง มีผู้กู้ผิดนัดชำระมากน้อยเพียงใด และเปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

บทสรุป

พลังงานสะอาดเป็นเรื่องดีและจำเป็น แต่เงินภาษีไม่ใช่ของฟรี และเงินที่รัฐบาลกู้มาก็เป็นหนี้ที่ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ

บ้านที่หลังคาเหมาะ ใช้ไฟกลางวันมาก และมีกำลังผ่อน ได้ประโยชน์ชัดเจน บ้านที่ใช้ไฟกลางวันน้อยต้องพึ่งเงินขายไฟ ได้น้อยและเสี่ยงมาก ส่วนคนที่ไม่มีหลังคาหรือมิเตอร์ตามเกณฑ์ไม่ได้อะไรเลย แต่ต้องช่วยจ่าย

ในระดับประเทศ โครงการมีทั้งประโยชน์จากพลังงานสะอาด และต้นทุนจากเงินกู้ โครงข่ายไฟฟ้า กับความเสี่ยงที่เงินอุดหนุนจะไหลไปถึงผู้ประกอบการมากกว่าที่ตั้งใจ

บทส่งท้าย : คนหนึ่งล้านบ้านจะประหยัดค่าไฟได้เท่าไร เป็นคำถามที่รัฐบาลตอบอยู่ทุกวัน

แต่ประชาชนทั้งประเทศได้อะไรกลับมาจากหนี้ที่รัฐบาลก่อขึ้นในนามของพวกเขา ยังไม่มีใครตอบพร้อมหลักฐาน

 

หมายเหตุ

ตัวอย่างการประหยัดค่าไฟและกระแสเงินสดเป็นแบบจำลองของผู้เขียนจากเงื่อนไขโครงการและอัตราค่าไฟปัจจุบัน ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน ตัวเลขหนี้เฉลี่ยต่อประชากรไม่ใช่ภาษีที่ทุกคนต้องจ่ายเท่ากัน ส่วนการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนที่กล่าวถึงเป็นความเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อกล่าวหาว่าเกิดการทุจริตแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลประชุมลับพรรคฯ สีจิ้นผิงจะเร่งรวมชาติไต้หวันหรือไม่
ผลประชุมลับพรรคฯ สีจิ้นผิงจะเร่งรวมชาติไต้หวันหรือไม่