News Logo
หน้าแรก
คนกำลังกลัว AI แย่งงาน ขณะที่องค์กรกำลังกลัวขาดคน

คนกำลังกลัว AI แย่งงาน ขณะที่องค์กรกำลังกลัวขาดคน

6 ก.ค. 2569 10:40
ผู้ชม 4 คน

ภัยคุกคามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ AI แต่คือ “การทำงานแบบเดิม” ที่กำลังหมดอายุ 

ถ้าคุณรู้สึกว่า AI กำลังเก่งขึ้นทุกวัน… 

บริษัททั่วโลกกำลังลงทุนใน AI มากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่ผู้บริหารกังวลมากที่สุดกลับไม่ใช่เทคโนโลยี หากเป็น “คน” 

ในวันที่แรงงานจำนวนมากกำลังกลัวว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานของตัวเอง 

“อีกไม่กี่ปี งานของเราจะยังมีอยู่ไหม?” 

คุณไม่ได้คิดแบบนั้นคนเดียว 

ผลสำรวจ Mercer Global Talent Trends 2026 พบว่า สัดส่วนพนักงานที่กังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานของตนเองเพิ่มขึ้นจาก 28% เป็น 40% ภายในเวลาเพียง 2 ปี ความกังวลนี้กำลังเกิดขึ้นกับแรงงานทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมหรือประเทศใดก็ตาม 

แต่องค์กรกลับกำลังกังวลในเรื่องตรงกันข้าม พวกเขากำลังห่วงว่าจะหาคนที่มีทักษะสำหรับโลกยุคใหม่ไม่เจอ ความย้อนแย้งนี้กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงานโลก 

ข่าวร้ายคือ AI กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานจริง 

ผู้บริหารถึง 98% ระบุว่าองค์กรของตนกำลังวางแผนปรับโครงสร้างภายใน 2 ปีข้างหน้า 

99% คาดว่า AI จะส่งผลให้จำนวนพนักงานบางส่วนลดลง 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกำลังคนครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นจริง และไม่มีองค์กรใดสามารถหลีกเลี่ยงได้ 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ได้หมายความว่างานกำลังหายไปทั้งหมด แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบของงานที่ตลาดต้องการ 

ข่าวดีคือ องค์กรยังต้องการคนมากกว่าที่หลายคนคิด 

แม้ AI จะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ปัญหาที่ผู้บริหารกังวลมากที่สุดในปี 2026 กลับเป็นเรื่อง “การขาดแคลนบุคลากร” 

ผู้บริหาร 54% มองว่าปัญหาขาดแคลนคนคือความท้าทายอันดับหนึ่ง 

ขณะที่ HR 59% กังวลเรื่องการหาคนที่มีทักษะด้านดิจิทัลและ AI 

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่ปัญหาการว่างงานแบบที่โลกเคยเผชิญในอดีต แต่เป็นปัญหา “คนไม่ตรงงาน” 

หลายองค์กรยังเปิดรับคนจำนวนมาก ขณะที่แรงงานจำนวนไม่น้อยกลับกังวลเรื่องอนาคตของตนเอง ไม่ใช่เพราะงานหายไปทั้งหมด แต่เพราะทักษะที่ตลาดต้องการกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าที่คนจำนวนมากจะปรับตัวได้ทัน  

นี่คือหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า 

ในอดีต การว่างงานมักเกิดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหรือความต้องการแรงงานที่ลดลง แต่ในอนาคต เราอาจเห็นสถานการณ์ที่บริษัทจำนวนมากยังต้องการจ้างงาน ขณะที่แรงงานจำนวนหนึ่งกลับหางานได้ยากขึ้น เพราะทักษะที่มีไม่สอดคล้องกับความต้องการใหม่ของตลาด 

AI กำลังทำให้ “คนที่มีทักษะเหมาะสม” กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากขึ้นกว่าเดิม 

  

สิ่งที่กำลังหมดอายุ อาจไม่ใช่อาชีพของคุณ แต่คือวิธีทำงานแบบเดิม 

เมื่อพูดถึง AI หลายคนมักนึกถึงการที่เครื่องจักรจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่สิ่งที่กำลังถูกแทนที่จริง ๆ อาจไม่ใช่ “คน” 

หากเป็น “วิธีการทำงาน” 

ผู้บริหาร 63% มองว่าการสร้างผลตอบแทนจาก AI สูงสุด ไม่ได้เกิดจากการซื้อเทคโนโลยีใหม่ แต่เกิดจากการออกแบบงานใหม่ 

ที่ผ่านมา หลายแห่งพยายามนำ AI เข้าไปช่วยให้กระบวนการเดิมทำงานเร็วขึ้น 

ลงทุนใน Chatbot 

ลงทุนใน Copilot 

ลงทุนใน Generative AI 

  

ภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังทุ่มเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้กับเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่ผลการศึกษาของ MIT พบว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่เห็นผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน Generative AI อย่างมีนัยสำคัญ 

เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพราะ AI ไม่มีศักยภาพ แต่เพราะหลายองค์กรยังคงใช้วิธีทำงานแบบเดิม การมี AI เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ผลิตภาพเพิ่มขึ้น 

คุณค่าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อองค์กรเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า 

งานใดควรให้ AI ทำ 

งานใดควรให้คนทำ 

และงานใดควรให้คนกับ AI ทำร่วมกัน 

นี่คือการเปลี่ยนจากการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ไปสู่การออกแบบองค์กรใหม่ทั้งระบบ 

  

ความสุขในการทำงานที่ลดลง กำลังคุกคามผลิตภาพขององค์กร 

แม้ AI จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น แต่สำหรับคนทำงานจำนวนมาก มันกลับนำมาซึ่งคำถามใหม่ 

ทักษะที่มีอยู่จะยังมีคุณค่าอีกนานแค่ไหน 

ฉันควรเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม 

และบทบาทของฉันในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร 

ผลสำรวจพบว่า พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองกำลังเติบโตและมีความสุขในการทำงาน ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จาก 66% ในปี 2024 เหลือเพียง 44% ในปี 2026 ขณะที่ความพึงพอใจในการทำงานลดลงจาก 82% เหลือ 63% 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านจิตวิทยาของแรงงานครั้งใหญ่เช่นกัน 

พนักงานที่ขาดความมั่นใจ เหนื่อยล้า หรือไม่เห็นเส้นทางการเติบโตในอนาคต ย่อมยากที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงขององค์กร 

ดังนั้น การลงทุนใน AI เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ องค์กรจำเป็นต้องลงทุนในคนควบคู่กันไป ทั้งในด้านการสื่อสาร การพัฒนาทักษะ และการสร้างความเชื่อมั่นว่าพนักงานยังมีบทบาทสำคัญในอนาคต 

“ประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดด” ไม่ได้เกิดจากการดึงศักยภาพจากทรัพยากรที่มีอยู่ให้มากที่สุด แต่เกิดจากการสร้างระบบที่ทำให้ผู้คนสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้ พร้อมใช้ AI เป็นตัวเร่งศักยภาพ 

องค์กรจำเป็นต้องสร้าง “วัฒนธรรมที่เอื้อต่อ AI” (AI-Enablement Culture) ผ่านการสื่อสารอย่างโปร่งใส การให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกแบบงานใหม่ และการสนับสนุนทั้งด้านอารมณ์และทักษะ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาจะยังมีบทบาทสำคัญในอนาคต 

  

เมื่อทักษะกำลังกลายเป็น “สกุลเงินใหม่” ของโลกการทำงาน 

ในโลกการทำงานยุคใหม่ “ทักษะ” กำลังมีความสำคัญมากกว่า “ตำแหน่งงาน”  

คนที่กังวลว่าทักษะของตนเองจะไม่ทันโลก เพิ่มขึ้นจาก 17% เป็น 47% 

ขณะที่ 63% ของพนักงานยอมแลกการขึ้นเงินเดือน 10% กับโอกาสในการเรียนรู้ทักษะด้าน AI และดิจิทัล 

และ 35% พร้อมลาออก หากรู้สึกว่าตนเสียเปรียบจากการเข้าถึง AI หรือการฝึกอบรมที่ไม่เท่าเทียม 

ตัวเลขเหล่านี้กำลังสะท้อนว่า คนทำงานจำนวนมากเริ่มมองเห็นความจริงใหม่ของตลาดแรงงาน 

ความมั่นคงในอาชีพอาจไม่ได้มาจากตำแหน่งงาน แต่มาจากความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัว ในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ความรู้ที่เคยใช้ได้อาจมีอายุสั้นลงเรื่อย ๆ แต่คนที่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้อย่างต่อเนื่องจะยังคงมีคุณค่าเสมอ 

  

AI อาจไม่ใช่คู่แข่งที่แท้จริงของแรงงาน 

ในอดีต ความมั่นคงในอาชีพมักมาจากประสบการณ์ ตำแหน่งงาน หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สั่งสมมานาน แต่ในโลกปัจจุบัน สิ่งที่องค์กรกำลังมองหามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพียงคนที่มีความรู้มากที่สุด แต่คือคนที่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วที่สุด 

ภัยคุกคามที่แท้จริงของแรงงานในวันนี้อาจไม่ใช่ AI แต่คือการยึดติดกับวิธีคิด วิธีทำงาน และทักษะชุดเดิม ในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนไปแล้ว 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว AI อาจทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างคุณค่าจากการเปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นสิ่งที่มนุษย์ถือครองอยู่ 

และในวันที่กติกาของตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนไป ความสามารถเหล่านี้อาจกลายเป็นทักษะที่มีค่าที่สุดในเศรษฐกิจยุคใหม่ 

.

.

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
AI
Bnomics by Bangkok Bank



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่อาจลบเธอ ออกจากหัวใจได้
ไม่อาจลบเธอ ออกจากหัวใจได้