News Logo
หน้าแรก
เมื่อคนรุ่นก่อนเรียนผูก  เราก็ต้องมาช่วยกันเรียนแก้

เมื่อคนรุ่นก่อนเรียนผูก เราก็ต้องมาช่วยกันเรียนแก้

5 พ.ย. 2569 11:32
ผู้ชม 11 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

จาก 2 บทความเรื่อง “เกิดเป็นไทย ต้องกล้าที่จะฝัน” (Dare to dream) และติดตามมาด้วยเรื่อง “ฝันเพื่อเพื่อนร่วมชาติ” (Dream beyond yourself)  ซึ่งคงจะผ่านสายตาท่านผู้อ่านไปบ้างแล้ว

          วันนี้ ผู้เขียนใคร่จะชวนท่านผู้อ่าน มาช่วยกันคิดว่าบ้านเมืองของเรากำลังเผชิญปัญหาอะไรอยู่ และเราจะลองมาช่วยกันฝัน ว่าจะหาทางออกให้ประเทศของเรา และเพื่อนร่วมชาติของเราได้อย่างไรไหม

ตัวอย่างของปัญหาที่เราเผชิญอยู่ ในปัจจุบัน

1. ในแง่มุมทางด้านสังคม

          - ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยยังมีอยู่ไหม มีรัฐบาลไหนพยายามแก้ไขหรือยัง สำเร็จไหม

          - สังคมยกย่องคนดี คนเสียสละทำงานเพื่อส่วนรวม หรือว่า สังคมยกย่องคนมีเงิน มีอำนาจ โดยไม่สนใจว่าไปเอาเงินและอำนาจมาโดยชอบด้วยศีลธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายหรือไม่

          - คนรุ่นใหม่กำลังรู้สึกว่า ไม่มีความหวัง ไม่มีกำลังใจ ไม่มีแรงจูงใจ (inspiration) ที่จะให้ทำความดีหรือไม่ จึงพยายามอยู่รอดไปวันๆ หนึ่ง ไม่ต้องมีครอบครัว ไม่ต้องมีบุตรหลานสืบตระกูลก็ได้

 

2. ในแง่มุมทางเศรษฐกิจ

          - เศรษฐกิจถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม

          - วิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลางโตได้ยาก

          - การเข้าสู่ตลาดทำได้ยาก ขาดการปกป้องจากรัฐ และการอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาต และการรักษากฎหมาย จากเจ้าหน้าที่ของงรัฐ

          - ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ จะเป็นผู้หาเช้า-กินค่ำ เป็นส่วนใหญ่ ขาดความมั่นคงในชีวิต

3. ในแง่มุมทางด้านความมั่นคงที่เกิดจากคนต่างด้าว

          - แรงงานจากประเทศใกล้เคียงมากกว่า 3 ล้านคน โดยยังไม่มีนโยบายที่จะทำให้เป็นแรงงานไทย เป็นคนไทยที่รักเมืองไทยเป็นบ้านเกิด เมืองนอน และเรือนตาย เช่นในอดีต (ชาวไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบัน)

          - ชาวอิสราเอลพยายามมาตั้งรกรากและยึดครองแผ่นดินไทย ทั้งที่ภูเก็ต ปาย แม่ฮ่องสอน เกาะสมุย เกาะพะงัน และกรุงเทพ โดยมีโบสถ์ยิวเป็นศูนย์รวม

          - ชาวจีนเข้ามายึดครองกิจการต่างๆ ที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง เชียงใหม่ เชียงราย ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนทุเรียน การประมง การส่งออก การนำเข้า การขนส่ง โดยยังไม่มีรัฐบาลจากพรรคการเมืองใด มีมาตรการสร้างภูมิคุ้มกันที่จะไม่ให้ประเทศไทยล่มสลายไปจากภัยของชาวต่างด้าว

4. การป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่เกิดจาก น้ำท่วม ฝนแล้ง แผ่นดินไหว น้ำแข็งจากขั้วโลกละลายจนน้ำทะเลท่วมกรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่มีโครงการใดๆ ระยะยาว ที่จะป้องกัน หรือบรรเทาภัยธรรมชาติเหล่านี้ ต้องแก้ปัญหากันปีต่อปี สิ้นเปลืองงบประมาณไปมากมาย

5. ปัญหาชายแดนภาคใต้ ก็เป็นเช่นนี้มาช้านาน ไม่มีนโยบายที่ดีและถาวรที่จะสืบสานกันต่อจนสัมฤทธิ์ผล และก็ไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งรัฐบาลใด ที่จะทำให้ได้ผล โดยนโยบายอยู่กันอย่างกลมกลืน อยู่ในประเทศไทย ก็ต้องพูดไทยได้ เรียนหนังสือไทยและวิชาชีพเหมือนกันทุกภาค รับราชการได้ทุก กระทรวง ทบวง กรม ด้วยความเสมอภาค อันเป็นนโยบายสร้างความกลมกลืนอย่างสันติ (Peaceful assimilation)

6. ในแง่มุมด้านการเมือง

          - การถ่วงดุลระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้งสาม (อำนาจนิติบัญญัติ, อำนาจตุลาการ, อำนาจบริหาร) มีระบบการตรวจสอบ และการถ่วงดุลกันเพียงพอหรือไม่ มีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ของกลุ่มคนที่ใช้อำนาจหลายอำนาจพร้อมกันหรือไม่ เช่น เป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอยู่ แล้วก็รวมตัวกันเข้ามาใช้อำนาจบริหารด้วย ทำให้ระบบตรวจสอบและการสมดุลแห่งอำนาจเสียไป

          - การผูกขาดอำนาจโดยคนกลุ่มเดียว ที่อาศัยผลประโยชน์จากธุรกิจการเมืองเป็นหลัก และความพยายามของฝ่ายตรงข้าม ที่พยายามไม่ให้รัฐบาลมีเสถียรภาพที่มั่นคง พอที่จะพัฒนาประเทศได้ในระยะยาว

          - การเลือกตั้งที่ต้องใช้เงินซื้อเสียงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การซื้อเสียง ส.ส., ส.ว. เพื่อให้แต่ละพรรคมีโควตาส่งตัวแทนเข้ามาเป็นรัฐบาล การใช้จ่ายเงินงบประมาณ เพื่อให้พรรคได้มีเงินทอนเข้าตนและเข้าพรรค

          - การคอรัปชั่นที่ฝังลึกอยู่ในระบบราชการทุกสาขา เพื่อสนองความต้องการของนักธุรกิจการเมือง และเพื่อความก้าวหน้าและความร่ำรวยของตนเองไปด้วย

7. และในแง่มุมด้านอื่นๆ อีกมาก ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างความอ่อนแอให้แก่ประเทศของเรา จนอาจล่มสลายหรือแตกสลายได้ ในอนาคต

_______________________

 

          หากเรามาพิจารณากันให้ดีแล้ว จะเห็นได้ว่าปัญหาต่างๆที่กำลังกระทบเราอยู่รอบด้าน เกิดจากการที่เรายังมีระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Parliamentarian Democracy) ที่ไม่สามารถเอื้ออำนวยให้ประเทศไทยเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ และเติบโตไปกับประเทศอื่นๆ ในโลกได้ จนเรากำลังอยู่เกือบจะรั้งท้าย ประเทศใดๆ ในอาเซียน

          ไม่ใช่เพียงประเทศไทยประเทศเดียว ที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบนี้ ซึ่งเรียกกันว่า ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Parliamentarian Democracy) ซึ่งฝรั่งเจ้าทฤษฎีในยุโรปออกแบบไว้ และประเทศไทย (และอื่นๆ) ก็นำมาใช้

          เจ้าทฤษฎีเอง ก็คือประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนำมาใช้ในสมัยสาธารณรัฐที่ 4 (พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2501) ซึ่งทำให้มีรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยมาก ในช่วงเวลาเพียง 12 ปี มีรัฐบาลถึง 21 รัฐบาล เพราะพรรคการเมืองแตกย่อยออกเป็นจำนวนมาก และอาศัยอำนาจต่อรองระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน เป็นรัฐบาลที่มีอายุสั้นๆ ไม่มีเสถียรภาพที่จะสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศ และความกินดีอยู่ดี ให้แก่ประชาชนในประเทศได้

          และระบบนี้เอง ก็กำหนดให้ประมุขของประเทศ (ประธานาธิบดี) เป็นเพียงสัญลักษณ์ และมีหน้าที่ด้านพิธีการเท่านั้น

______________________

 

ช่างตรงกับสภาพการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน

          แต่ประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ในขณะนั้น ซึ่งได้แก่ พลเอกชารลส์ เดอโกล วีรบุรุษของชาวฝรั่งเศส ที่ไม่ยอมก้มหัวให้แก่นาซี ในระยะสงครามโลกครั้งที่ 2 และไม่ยอมให้ประเทศของตนซึ่งเคยเป็นมหาอำนาจในอดีต อยู่ในสภาพประเทศล้มเหลว (fail state) ต่อไป จึงได้พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ฝ่ายบริหาร (Executive Power) มีความมั่นคง รัฐบาลไม่ ถูกโค่นล้มจากการต่อรองของพรรคการเมืองได้โดยง่ายอีกต่อไป รัฐธรรมนูญฝรั่งเศส สมัยสาธารณรัฐที่ 5 จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความอ่อนแอของอำนาจบริหาร

          เดอโกล จึงได้นำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้ ซึ่งดึงอำนาจในการตั้งรัฐบาล จากฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับสาธารณรัฐที่ 4 มอบให้เป็น electoral body (คณะผู้เลือก) เลือกนายกรัฐมนตรี และรับรองคณะรัฐบาล  มาให้ electoral body ใหม่ เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรีแทน จนเกิดเสถียรภาพทางการเมืองขึ้นในสมัยสาธารณรัฐที่ 5 จาก พ.ศ. 2501 จนปัจจุบัน และประธานาธิบดีทุกคน ซึ่งคุมอำนาจบริหารร่วมกับนายกรัฐมนตรี ก็จะเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารได้ครบเทอม 5 ปี รวมทั้งประธานาธิบดีมาครง ก็จะเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารครบ 10 ปี (สองเทอม) ในต้นปี พ.ศ. 2570

          เห็นจะต้องรออ่านต่อไป ว่า electoral body ที่จะทำให้รัฐบาลของฝรั่งเศสมั่นคงได้ นั้นมาจากไหน อย่างไร และของไทยเราจะมีทางออกอย่างไรบ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ศิริภูมิ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลวกกินเสาบ้านจนผุ ยังมัวแต่กลัวเครื่องบินตกใส่หลังคา
ปลวกกินเสาบ้านจนผุ ยังมัวแต่กลัวเครื่องบินตกใส่หลังคา