News Logo
หน้าแรก
Black October: อินเทอร์เน็ตกำลังถูก AI โจมตี เราจะป้องกันตัวเองอย่างไร

Black October: อินเทอร์เน็ตกำลังถูก AI โจมตี เราจะป้องกันตัวเองอย่างไร

24 ต.ค. 2569 11:10
ผู้ชม 8 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เดือนตุลาคมนี้ โลกไซเบอร์กำลังเผชิญเหตุการณ์ผิดปกติหลายเรื่องพร้อมกัน จนผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเริ่มเรียกช่วงนี้ว่า “Black October” แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่ว่าอยู่ๆ AI ทั้งหมดลุกขึ้นมาโจมตีอินเทอร์เน็ต สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วกว่าคือ AI กำลังกลายเป็นตัวทวีคูณกำลัง หรือ force multiplier ของสงครามไซเบอร์ งานที่เมื่อก่อนแฮ็กเกอร์ต้องใช้คน ใช้เวลา และใช้ความชำนาญสูง ตั้งแต่ค้นหาช่องโหว่ สแกนระบบ ทดลองรหัสผ่าน ไปจนถึงหาทางเจาะเข้าเครือข่าย วันนี้ AI agents สามารถช่วยทำหลายขั้นตอนได้ด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร

เราเคยเห็นสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนมาแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในการทดสอบความสามารถด้าน cybersecurity ภายในของ OpenAI ซึ่งใช้โมเดลวิจัยที่ยังไม่เปิดให้ประชาชนใช้ และลดมาตรการป้องกันบางส่วนลงเพื่อทดสอบขีดความสามารถ AI agents สามารถหาทางออกจากระบบปิดที่กำหนดไว้ ติดต่อกันเองผ่านช่องทางที่ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ และเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ก่อนจะเจาะเข้าไปถึงระบบของ Hugging Face ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ พวกมันเริ่มแบ่งงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเอง จนเกิดพฤติกรรมคล้าย “swarm” โดยไม่มีมนุษย์สั่งให้ไปโจมตี Hugging Face โดยตรง OpenAI เองเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “warning shot” ว่า AI agents ที่มีความสามารถสูง ริ่มสามารถค้นหา และใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบคอมพิวเตอร์หลายระบบต่อเนื่องกันได้แล้ว (OpenAI⁠ )

ผมเคยเขียนเล่าเหตุการณ์นี้ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ทำให้ภาพดังกล่าวชัดขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ช่องโหว่ PHP2Shell: เมื่อเวลาในการป้องกันลดจาก “หลายวัน” เหลือ “ไม่กี่ชั่วโมง” เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 มีการเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงสองจุดใน PHP ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเว็บไซต์จำนวนมหาศาลของโลก PHP ถูกใช้ในเว็บไซต์ราว 70% ของเว็บไซต์ที่ทราบว่าใช้ภาษาอะไรในฝั่ง server หากเปรียบง่ายๆ ก็เหมือนมีคนพบว่า อาคารจำนวนมหาศาลทั่วโลกใช้กลอนประตูรุ่นเดียวกันและเพิ่งพบว่ากลอนรุ่นนี้มีตำหนิร้ายแรงที่อาจทำให้คนภายนอกเปิดประตูเข้ามาได้โดยไม่ต้องมีกุญแจ ผู้พัฒนา PHP ออกตัวแก้ไขฉุกเฉินแล้ว แต่ปัญหาคือ เจ้าของเว็บไซต์แต่ละแห่งต้องติดตั้งการแก้ไขนั้นเอง และการแข่งขันก็เริ่มขึ้นทันที

• Amazon Threat Intelligence ยังพบหลักฐานว่ามีผู้พยายามใช้ช่องโหว่นี้มาตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม หรือสี่วันก่อนการเปิดเผยต่อสาธารณะ (Amazon Web Services, Inc.⁠ ) เว็บไซต์ของรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ในเนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส เช็ก ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ต้องปิดบริการบางส่วนชั่วคราวเพื่อรีบติดตั้งระบบป้องกัน Wikimedia ซึ่งดำเนินงาน Wikipedia ก็ปิดระบบบางส่วนเป็นการป้องกันเช่นกัน

• Microsoft รายงานว่ากลุ่ม Storm-0940 ซึ่งเชื่อมโยงกับจีน ใช้เครื่องมือ agentic AI ชื่อ ARTEX ช่วยทำการโจมตีแบบอัตโนมัติ หลังจากเข้าถึงระบบของ ConnectWise แล้ว มีความพยายามเข้าสู่ Microsoft 365 มากกว่า 2,250 tenants ด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 2,900 ครั้งต่อนาที แม้ความพยายามส่วนใหญ่ไม่สำเร็จก็ตาม (Microsoft⁠ )

• Railway ซึ่งเป็น cloud development platform ที่มีนักพัฒนาเคยใช้งานมากกว่า สองล้านคน เปิดเผยว่าผู้โจมตีอาจเข้าถึงข้อมูลลับของลูกค้า เช่น API keys และ database credentials บริษัทจึงขอให้ผู้ใช้ทุกคนเปลี่ยน keys เหล่านั้นทันที แม้ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แน่นอน (Railway Blog⁠ )

• State Bank of India ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย เปิดเผยว่าข้อมูลลูกค้า 3,897 ราย ปรากฏอยู่บน dark web แม้ธนาคารยืนยันว่าข้อมูลยอดเงินในบัญชียังคงปลอดภัย (Reuters⁠ )

• หน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้รายงานเหตุเจาะระบบสถาบันการเงิน 16 แห่ง ซึ่งสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับ AI agents และมีข้อมูลส่วนบุคคลราว 100,000 records รั่วไหล (The Korea Times⁠ )

• มีรายงานการสอบสวนอีกกรณีหนึ่งว่า กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ใช้ AI agents ช่วยโจมตีเป้าหมายทางการเงินกว่า 400 แห่งในละตินอเมริกา โดย AI ช่วยทำงานที่เดิมต้องอาศัยคนหลายขั้นตอน (The Information⁠ )

• เครือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ Ahold Delhaize ถูกโจมตีทางไซเบอร์จนเว็บไซต์และแอปของหลายแบรนด์ในสหรัฐฯ และยุโรปต้องหยุดให้บริการ บางแห่งหยุดไปนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ แม้ว่าร้านค้าจริงจะยังเปิดดำเนินการตามปกติ (News 12 - Default⁠ )

แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเรา

สำหรับคนทั่วไป ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ว่า AI agent จะมานั่งเจาะมือถือของเราทีละเครื่อง ความเสี่ยงที่ใกล้ตัวกว่ามีสามเรื่อง

1. ข้อมูลของเราถูกขโมยจากองค์กรที่เราเคยฝากไว้ แม้เราเองจะรักษา password ดีเพียงใด ข้อมูลชื่อ วันเกิด โทรศัพท์ ที่อยู่ หรือประวัติการใช้บริการ อาจรั่วออกจากบริษัท โรงพยาบาล ร้านค้า หรือเว็บไซต์ที่เราเคยสมัครไว้ได้ ข้อมูลเหล่านี้ทำให้มิจฉาชีพโทรหรือส่งข้อความหาเราได้อย่างแนบเนียนมากขึ้น

2. บัญชีหนึ่งที่ถูกเจาะอาจนำไปสู่อีกหลายบัญชี โดยเฉพาะถ้าเราใช้ password เดียวกันหลายเว็บไซต์ เว็บไซต์เล็กๆ ที่เราเคยสมัครไว้เมื่อสิบปีก่อน อาจกลายเป็นกุญแจไขเข้าอีเมล Facebook หรือบริการอื่นที่เรายังใช้อยู่ในวันนี้

3. สาม บริการออนไลน์อาจหยุดทำงาน ธนาคาร ร้านค้า เว็บไซต์รัฐบาล หรือระบบที่เราใช้ประจำ อาจปิดชั่วคราวเพื่อติดตั้งระบบป้องกัน แม้ระบบนั้นยังไม่ได้ถูกเจาะจริงก็ตาม ดังนั้นถ้าช่วงนี้บางเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์หยุดให้บริการชั่วคราว ก็ไม่จำเป็นต้องตกใจทันที

สิ่งที่ผมคิดว่าเราควรทำตอนนี้

1. เลิกใช้ password ซ้ำกัน นี่อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ใช้ password manager หรือ passkey ถ้าบริการนั้นรองรับ และเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนสำหรับอีเมล social media cloud storage บัญชีลงทุน และบริการสำคัญต่างๆ อีเมลควรได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ เพราะใครที่ยึดอีเมลเราได้ มักสามารถใช้มัน reset password ของบัญชีอื่นๆ ต่อได้

2. อัปเดตอุปกรณ์และ software มือถือ คอมพิวเตอร์ tablet browser และ router ควรใช้ software ที่ยังได้รับ security updates แต่ให้ update ผ่าน Settings หรือ App Store/Play Store ของเครื่องเท่านั้น อย่ากดปุ่ม “Update now” จาก pop-up บนเว็บไซต์ หรือลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS, LINE หรืออีเมล เพราะตัวมันเองอาจเป็น phishing

3. ระวังการติดต่อที่ “รู้เรื่องของเรามากผิดปกติ” ในยุคที่ข้อมูลรั่วไหลจำนวนมาก มิจฉาชีพอาจรู้ชื่อจริง วันเกิด ที่อยู่ ธนาคารที่เราใช้ หรือแม้แต่บริการที่เราเพิ่งซื้อ ดังนั้นความจริงที่ว่า “เขารู้ข้อมูลเรา” ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาเป็นธนาคาร ตำรวจ หรือหน่วยงานจริง ถ้ามีใครติดต่อเรื่องเงิน ให้ยุติการสนทนา แล้วติดต่อองค์กรนั้นใหม่จากช่องทางทางการด้วยตนเอง

4. OTP, password และ PIN ไม่ให้ใครทั้งสิ้น ธนาคารจริงไม่จำเป็นต้องถาม OTP จากเราเพื่อ “ยืนยันบัญชี”และไม่ควรส่ง password, OTP หรือ PIN ให้กับ chatbot, AI assistant หรือแอปอื่นใดที่ไม่ใช่ระบบของธนาคารโดยตรง

5. ตั้งระบบเตือนธุรกรรมและตรวจบัญชีเป็นระยะ เปิด notification สำหรับการใช้บัตรและการโอนเงิน หากธนาคารรองรับ อาจกำหนดวงเงินโอนต่อวันให้เหมาะกับการใช้งานจริง และควรเก็บ e-Statement ของบัญชีสำคัญไว้เป็นระยะ โดยเก็บในที่ปลอดภัย ไม่ควรสร้างไฟล์ธรรมดาที่รวบรวม password, PIN, OTP หรือเลขบัตรเครดิตไว้ด้วยกัน เพราะไฟล์นั้นจะกลายเป็นจุดเสี่ยงเสียเอง

6. ดูแลอุปกรณ์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน Router กล้อง IP และอุปกรณ์ smart home ควรเปลี่ยน default password และอัปเดต firmware หากอุปกรณ์เก่ามากจนผู้ผลิตเลิกออก security update แล้ว ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ ไม่จำเป็นต้องถอดปลั๊กทุกอย่าง เพียงลด “ประตูที่เปิดทิ้งไว้” โดยไม่จำเป็น

สิ่งที่ไม่ควรทำคือ “ตื่นตระหนก” จนถึงขณะนี้ สถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่หลายคนกังวลยังไม่ได้เกิดขึ้น เหตุการณ์ PHP2Shell ทำให้หลายองค์กรต้องปิดระบบอย่างเร่งด่วน แต่การปิดระบบจำนวนมากเป็นมาตรการป้องกัน ไม่ใช่หลักฐานว่าระบบเหล่านั้นถูกเจาะแล้ว ในเวลาเดียวกัน เราก็ไม่ควรมองข้ามสัญญาณที่กำลังเกิดขึ้น

สิ่งใหม่ในปี 2569 ไม่ใช่การมี hacker เพราะ hacker มีมานานแล้ว สิ่งใหม่คือ AI กำลังลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และเพิ่มขนาดของการโจมตีไซเบอร์อย่างมหาศาล ฝ่ายป้องกันเองก็ใช้ AI เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่เราเห็นในวันนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันรูปแบบใหม่ — AI ฝ่ายหนึ่งพยายามหาช่องโหว่ ขณะที่ AI อีกฝ่ายพยายามปิดช่องโหว่นั้นให้เร็วกว่ากัน

สำหรับคนทั่วไป เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดของสงครามนี้ แต่เราควรทำสิ่งพื้นฐานให้ถูกต้องเสียตั้งแต่วันนี้ และช่วยส่งต่อเรื่องนี้ให้พ่อแม่ ผู้สูงอายุในบ้าน เพื่อนๆ และคนรอบตัวด้วยครับ เพราะในโลกที่ AI ทำให้การโจมตีเร็วขึ้นทุกวัน มนุษย์ที่ปลอดภัยที่สุด อาจไม่ใช่คนที่รู้เทคโนโลยีมากที่สุด แต่คือคนที่ไม่เปิดประตูง่ายๆ ให้กับมัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?
อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?