กมธ.พาณิชย์ฯ วุฒิสภา เสนอนายกฯ 9 ข้อเร่งแก้ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม ชี้กระทบเชื่อมั่นผู้บริโภคและส่งออก คุมเข้มล้ง-โรงงาน ต้องมีหลักฐานชัดแหล่งที่มาผลผลิต
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาและป้องกันการปลอมปนน้ำมะพร้าว เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา
หนังสือระบุว่า คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ได้พิจารณาศึกษาสถานการณ์ และปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คุณภาพและมาตรฐานของสินค้า ตลอดจนความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมมะพร้าวของประเทศต่อการส่งออก คณะกรรมาธิการได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การแปรรูป และช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การปลอมปนในแต่ละช่วงของห่วงโซ่อุปทาน
คณะกรรมาธิการเห็นว่า ปัญหาการปลอมปนน้ำมะพร้าวเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีความซับซ้อน จึงจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมมาตรการในทุกช่วงของห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้
1.การกำกับดูแลแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
- กำหนดให้สถานประกอบการรวบรวมและแปรรูปขั้นต้น (ล้ง) ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีระบบแสดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) ตั้งแต่ระดับสวนมะพร้าว จนถึงการจัดส่งเข้าสู่โรงงาน เพื่อป้องกันการนำวัตถุดิบที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือมีความเสี่ยงต่อการปลอมปนเข้าสู่กระบวนการผลิต
- มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลมาตรฐานวัตถุดิบที่เข้าสู่กระบวนการผลิต และประสานองค์การบริการส่วนตำบล(อบต.) ในพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่ผลิต
- โรงงานที่มีเครื่องจักรตั้งแต่ 75 แรงม้าขึ้นไป ต้องขออนุญาตเป็นโรงงานประเภทที่ 3 และต้องแสดงหลักฐานแหล่งที่มาของวัตถุดิบในทุกล็อตการผลิต
2.การตรวจสอบและรับรองสถานที่แปรรูปขั้นต้น
- ล้งต้องได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะ (เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 420) โดย อย. และสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบ
- กำหนดให้มีการสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ให้มีมาตรการทางปกครอง เช่น สั่งปรับปรุง แก้ไข ระงับการดำเนินกิจการชั่วคราว หรือเพิกถอนการรับรอง
3.การตรวจสอบความสมดุลของวัตถุดิบ
- กำหนดให้โรงงานและล้งจัดทำระบบตรวจสอบความสมดุลระหว่างปริมาณมะพร้าวรับเข้า ปริมาณน้ำมะพร้าวที่ได้ และวัสดุเหลือทิ้ง (เปลือก/กาก) เพื่อตรวจจับความผิดปกติ และป้องกันการปลอมปนน้ำมะพร้าวจากแหล่งอื่นเข้าสู่กระบวนการผลิต เช่น หากนำเข้ามะพร้าว 10,000 ผล แต่ได้ปริมาณน้ำมะพร้าวสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับเกณฑ์อ้างอิง ให้ถือเป็นเหตุสงสัยและต้องตรวจสอบเพิ่มเติม หรือระงับการรับซื้อ/การผลิต ในล็อตดังกล่าวจนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ
- สนับสนุนการนำระบบดิจิทัลมาใช้ติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยคำนึงถึงความแปรปรวนตามฤดูกาล
4. การจัดการของเสียจากกระบวนการแปรรูปขั้นต้น
- กำหนดให้ล้งมีระบบจัดการเปลือกและกากอย่างถูกสุขลักษณะ ไม่ให้กระทบต่อชุมชน
- ส่งเสริมการนำของเสียไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ (Waste Valorization) ตามแนวทาง BCG Economy เช่น การแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลหรือปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีมาตรการจูงใจทางภาษี
5. การควบคุมคุณภาพวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต
-ให้โรงงานผู้ผลิตน้ำมะพร้าวบรรจุภาชนะปิดสนิท ต้องตรวจสอบ คุณภาพวัตถุดิบ (น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าว) ก่อนเข้าสู ่กระบวนการผลิตในทุกล็อต ครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ เคมี และจุลชีววิทยา ตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ ความปลอดภัย ว่าเป็น “น้ำมะพร้าวแท้ 100%” รวมถึงป้องกันการนำวัตถุดิบ ที่เสื่อมคุณภาพหรือมีการปลอมปนเข้าสู่กระบวนการผลิต
-มอบหมายให้ อย. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการตรวจสอบ และค่ามาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำกับดูแล ให้โรงงานมีระบบการตรวจรับวัตถุดิบที่เป็นมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
- ให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี) และหน่วยงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการพัฒนาและรับรองวิธีการตรวจวิเคราะห์ที่มีความแม่นยำ รวดเร็ว และเหมาะสมกับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เช่น กำหนดให้มีการสุ่มตรวจค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) องค์ประกอบเฉพาะ (Specific Markers) ค่าปริมาณน้ำตาล (Brix) กลิ่น สี และการปนเปื้อนจุลินทรีย์ของน้ำมะพร้าวในทุกล็อต หากผลการตรวจไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ให้โรงงานปฏิเสธการรับวัตถุดิบในล็อตดังกล่าว หรือแยกกัก เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนนำเข้าสู่กระบวนการผลิต
6. มาตรฐานภาชนะและการขนส่งวัตถุดิบ
- ในการขนส่งต้องใช้ภาชนะ Food Grade ที่สะอาด ปิดผนึกอย่างเหมาะสม และสามารถควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่งเพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพ
- ต้องมีการบันทึกข้อมูลการขนส่งในแต่ละล็อตเพื่อเชื่อมโยงกับระบบ Traceability และใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบในกรณีพบความผิดปกติ
7. การพัฒนาเกณฑ์ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อป้องกันการปลอมปน
- พัฒนาเกณฑ์การวิเคราะห์องค์ประกอบเฉพาะ (Fingerprint) ของน้ำมะพร้าว เพื่อใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงกลางในการตรวจสอบและยืนยันความเป็น “น้ำมะพร้าวแท้ 100%” และเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการปลอมปนในห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ
- มอบหมาย มจธ.ราชบุรี เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาฐานข้อมูลเชิงลึก และให้ อย. นำไปกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับ
-ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พิจารณาเป็นมาตรฐานสินค้าเกษตรหรือมาตรฐานสมัครใจในระดับประเทศ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือในตลาดทั้งภายใน และต่างประเทศ
- ส่งเสริมเทคโนโลยีการตรวจสอบแบบรวดเร็ว (Rapid Test) เพื่อใช้ในภาคสนามหรือโรงงาน
8.การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
-พัฒนา "ระบบฐานข้อมูลกลาง" บูรณาการข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน และนำ AI มาใช้ประเมินปริมาณน้ำมะพร้าวที่ควรได้เพื่อตรวจจับการปลอมปนแบบทันท่วงที
- ใช้เทคโนโลยี QR Code หรือรหัสประจำล็อต (Lot Tracking) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างรวดเร็ว
9.การกำหนดนิยามและการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน
-แยกความแตกต่างระหว่างน้ำมะพร้าวจากผลอ่อน น้ำมะพร้าวจากผลแก่ และน้ำมะพร้าวที่ได้จากการผสมระหว่างน้ำมะพร้าวจากผลอ่อนและผลแก่ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันปัญหาการตีความที่ไม่ตรงกันในทางปฏิบัติ รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการปลอมปนหรือการแสดงข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่ผู้บริโภค
- กำหนดให้ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวพร้อมดื่มต้องแสดงข้อมูลเปอร์เซ็นต์ของน้ำมะพร้าวในผลิตภัณฑ์ ตลอดจนข้อมูลเกี่วกับการปรุงแต่ง เช่น การเติมสารให้ความหวาน การปรับความเป็นกรด-ด่าง (pH) หรือการแต่งกลิ่น โดยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ต้องระบุ “น้ำมะพร้าว … %” บนฉลากอย่างชัดเจน หากมีการปรุงแต่งหรือมีการใช้น้ำมะพร้าวจากวัตถุดิบต่างประเภท ให้แสดงข้อมูลประกอบ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด




