ครม. อนุมัติงบฯ 8,430 ล้าน จัดหาครุภัณฑ์ อาทิ เครื่องฉายรังสีชนิดลำแสงอนุภาคโปรตอน, เครื่องบำบัดรักษามะเร็งให้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราช รองรับการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ นอกจากนั้นยังเคาะงบฯ 6,431.74 ล้าน ก่อสร้างศูนย์สุขภาพอันดามัน มอ.เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดอันดามัน
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบแผนความต้องการครุภัณฑ์ โครงการสถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ปีงบประมาณ 2570–2574 วงเงินรวม 8,430 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี 2575
โครงการนี้มีเป้าหมายให้สถาบันการแพทย์ศิริราชระดับนานาชาติ เป็นสถาบันการแพทย์ภาครัฐต้นแบบของประเทศ และเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub ที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับเหนือตติยภูมิ เทียบเท่ามาตรฐานสากล
สาระสำคัญคือ การจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง รวม 42 รายการ โดยเฉพาะครุภัณฑ์สำหรับศูนย์รังสีรักษาชนิดอนุภาค ได้แก่ เครื่องฉายรังสีชนิดลำแสงอนุภาคโปรตอน หรือ Proton Therapy และเครื่องบำบัดรักษามะเร็งด้วยเทคนิคการจับนิวตรอนโบรอน หรือ BNCT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ต้องใช้เวลาผลิตและติดตั้งเฉลี่ยประมาณ 4–5 ปี จึงจำเป็นต้องวางแผนจัดซื้อและติดตั้งล่วงหน้าให้สอดคล้องกับการก่อสร้างอาคาร
นอกจากนี้ ยังมีครุภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อรองรับศูนย์บริการรักษาระดับสูงและศูนย์การรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องฉายรังสีพร้อมระบบภาพนำวิถี เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมระบบจำลองภาพ และเครื่องเอกซเรย์เต้านมแบบดิจิทัลพร้อมระบบเจาะชิ้นเนื้อ
ทั้งนี้ จำนวนงบประมาณ 8,430 ล้านบาท จะแบ่งเป็นเงินงบประมาณ 6,744 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 1,686 ล้านบาท โดยดำเนินการระหว่างปีงบประมาณ 2570–2574 ในลักษณะก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณตามขั้นตอนของกฎหมาย
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า แผนครุภัณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็ง เข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีรังสีอนุภาคที่มีความแม่นยำสูง เพิ่มโอกาสการรักษา ลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง และยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์ของประเทศ
"นี่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของระบบสาธารณสุขไทย ไม่ใช่เพียงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ แต่คือการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ ให้คนไทยเข้าถึงการรักษาระดับโลก และผลักดันไทยสู่การเป็น Medical Hub อย่างแท้จริง" รองโฆษกรัฐบาล กล่าว
นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติเห็นชอบโครงการศูนย์สุขภาพอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วงเงินรวม 6,431.74 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 - 2573 เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และกลุ่มจังหวัดอันดามัน
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ลดภาระการส่งต่อผู้ป่วยโรคซับซ้อนไปยังพื้นที่อื่น และเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อันดามัน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ
โครงการประกอบด้วย 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ วิทยาลัยสุขภาพอันดามัน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์สงขลานครินทร์ ภูเก็ต ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางระดับตติยภูมิ รองรับการรักษาโรคซับซ้อน การแพทย์แม่นยำ การแพทย์ทางไกล และการผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ
สำหรับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต จะมีการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล วงเงิน 4,845.14 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณ 2,907.09 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณ 1,938.06 ล้านบาท พร้อมจัดหาครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2573
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยยกระดับภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพของภูมิภาค เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการแพทย์คุณภาพใกล้บ้าน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว
"นี่ไม่ใช่เพียงการสร้างโรงพยาบาล แต่คือการวางรากฐานระบบสุขภาพของอันดามันทั้งภูมิภาค ให้มีทั้งบุคลากร เทคโนโลยี งานวิจัย และบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล" รองโฆษกรัฐบาล กล่าว
เครดิตภาพ: เว็บไซต์ thaigov.go.th




