News Logo
หน้าแรก
บก.ลายจุดปัดรับทุนเกษตรรายใหญ่ดับไฟป่า แจงใช้เงินบริจาควันละ 5 หมื่น

บก.ลายจุดปัดรับทุนเกษตรรายใหญ่ดับไฟป่า แจงใช้เงินบริจาควันละ 5 หมื่น

11 เม.ย. 2569 13:42
ผู้ชม 54 คน

'บก.ลายจุด' ปฏิเสธข้อสงสัยที่ว่ามูลนิธิกระจกเงารับทุนเกษตรรายใหญ่เพื่อให้ทีมอาสมัครใช้ดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ แจงใช้เงินบริจาควันละ 5 หมื่นลงพื้นที่ จนขณะนี้ใช้ไปแล้วร่วม 2 ล้านบาท

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือในนาม 'บก.ลายจุด' ในฐานะผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งปัจจุบันนำทีมอาสาสมัครปฏิบัติการดับไฟป่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 เมษายน เนื้อหาระบุว่า  ได้แต่ส่ายหัว มิตรสหายจำนวนหนึ่งเริ่มสงสัยว่า เป็นอาสาดับไฟป่ารับทุนจากทุนเกษตรรายใหญ่เพื่อมาทำลายภาพลักษณ์ของชาวบ้านจะได้เบี่ยงเบนควันจากข้าวโพด

แน่นอนว่าการจัดทีมดับไฟป่าใช้งบประมาณพอสมควร ค่าใช้จ่ายต่อวันประมาณ 5 หมื่นบาท และปีนี้ใช้เงินไปแล้ว 2 ล้านกว่าบาท แต่งบประมาณเหล่านี้ได้มาจากการบริจาคของประชาชนรายย่อยทั่วไป ส่วนใหญบริจาคหลักร้อย ไม่มีผู้บริจาครายใหญ่แบบที่เริ่มมีคนกล่าวหา

"ผมไม่รับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนในลักษณะการเขียนโครงการ เอาจริงๆ ผมเลิกเขียนโครงการขอทุนแบบที่ NGOs ทั่วไปทำมา 10 ปีแล้ว จะมีเหลือบางกิจกรรมที่เล็กมากๆ ด้วยเหตุผลบางประการซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสำหรับเด็กชายขอบ

"ตอนที่พวกเราไปเป็นอาสาตอนน้ำท่วม CPF เคยบริจาคเนื้อสัตว์และไข่สำหรับอาสาสมัคร โดยการบริจาคนั้นไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆ และหากเทียบเป็นตัวเงินกับงบประมาณที่ใช้จริงๆ น่าจะอยู่ไม่เกิน 1-2% และผมไม่เคยคิดว่าการบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมจะเท่ากับมีบุญคุณหรืออิทธิพลต่อการทำงานเรื่องไฟป่าของพวกเรา"

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นตัวเองยังสนับสนุนเรื่อง พ.ร.บ.อากาศสะอาดอย่างเปิดเผย สู้สุดใจซึ่งกฎหมายฉบับนี้หากมีการประกาศใช้จะกระทบต่อบริษัทเกษตรอุตสาหกรรมอย่างมากมายมหาศาล แต่มิตรสหายมองไม่เห็น แต่เชื่อว่ตนเองมเคลื่อนไหวเรื่องไฟป่าเพราะรับการสนับสนุนจากทุนการเกษตร

"โอ้....ถ้าผมต้องการทุน ผมไปเขียนโครงการขอทุนดับไฟป่าได้มากกว่านี้มากครับ ผมยืนยันว่าไม่ได้รับทุนสนับสนุนเรื่องไฟป่าจากทุนเกษตรอุตสาหกรรมตามที่กล่าวหา มโน ใส่ร้าย คิดไปเอง คือไม่รู้จะเรียกว่าอะไร ผมผ่านช่วงเวลาที่แหล่งทุนเทมูลนิธิกระจกเงาหมดหน้าตักตั้งแต่สมัยผมเป็นเสื้อแดง ทั้งๆ ที่งานของมูลนิธิไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของผมเลย และผมไม่เคยกลับไปคิดเรื่องขอทุนจากแหล่งทุนไหนอีก

"ผมเป็นอิสระต่อแหล่งทุน ทุนเอกชน รัฐบาล หรือแม้แต่ผู้บริจาครายย่อยทั้งหลาย เราเชื่อว่าการสนับสนุนเกิดจากความเชื่อถือว่า สิ่งที่พวกเราทำนั้นถูกต้อง และผู้บริจาคอยากเห็นสิ่งนี้ จึงร่วมกันผลักดันพวกเรา แต่ถ้าเราเชื่อสิ่งที่ขัดแย้งต่อผู้บริจาคเขาจะเลิกสนับสนุน แต่หากเรายังเชื่อว่า เราทำสิ่งที่ถูกต้อง เราจะทำต่อไปแม้จะเสียผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งไปก็ตาม" ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา ระบุ

ก่อนหน้านี้นายสมบัติ เคยให้สัมภาษณ์ The Cloud ว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2534 ปัจจุบันมีรถมาบริจาคสิ่งของปีละไม่ต่ำกว่า 1 แสนคัน โดยสิ่งของจำนวนหนึ่งจะนำไปขาย ทำให้มีรายได้เดือนละ 7 ล้านบาทและนำเงินไปช่วยเหลือผู้คนต่อ

ล่าสุดมูลนิธิกระจกเงาได้โพสต์ระดมทุนจัดหารองเท้า งสตั๊ดดอยง คู่ละ 100 บาท เพื่อสนับสนุนทีมดับไฟป่าที่มีทั้งชาวบ้านในพื้นที่ และอาสาของมูลนิธิกระจกเงา เนื่องจากใน จ.เชียงใหม่ ถูกไฟป่าฝุ่นควันล้อมไว้ทุกพื้นที่ โดยทุกวันอาสาสมัครจะออกลาดตระเวนเดินเท้า เข้าไปในพื้นที่เขาสูงชันเป็นแนวหน้าสู้กับควันและไฟ การขึ้นเขาลักษณะนี้จำเป็นต้องมีรองเท้าเพื่อเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัว ช่วยการทรงตัว ลดอุบัติเหตุ และเซฟแรง โดยมีการระบุเลขบัญชีบริจาค ผ่านโครงการภัยพิบัติ ธนาคารไทยพาณิชย์ของมูลนิธิฯ

อย่างไรก็ตาม โพสต์ที่นายสมบัตินำมาจั่วหัวเรื่องว่า "ได้แต่ส่ายหัว มิตรสหายจำนวนหนึ่งเริ่มสงสัยว่า เป็นอาสาดับไฟป่ารับทุนจากทุนเกษตรรายใหญ่เพื่อมาทำลายภาพลักษณ์ของชาวบ้านจะได้เบี่ยงเบนควันจากข้าวโพด" ต้นตอมาจากเพจ jaded chouwilai ซึ่งเป็นเพจของนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมาว่า ถ้า NGO ต้องอยู่รอดโโยการรับทุนบริษัทที่สร้างสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม ฝุ่นพิษแล้วจะพูดได้เต็มปากอย่างไรว่าปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และทางเพจ BIOTHAI ก็ได้นำไปแชร์ต่อ

อีกเพจคือ Chainarong Setthachua ซึ่งเป็นเพจของ ผศ.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่โพสต์เฟซบุ๊กถึงวิธีการที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้ทุนที่ก่อปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองข้ามพรมแดนลอยนวล ต่อมาหลังจากนายสมบัติโพสต์ข้อความทางเพจ BIOTHAI ซึ่งเป็นเพจของมูลนิธิชีววิถี ก็ได้นำมาแชร์ต่อว่า ขอบคุณสำหรับคำชี้แจง และขอบคุณสำหรับการเปิดประเด็นของหลายๆ คนก่อนหน้านี้ เรื่องแบบนี้ควรเป็นประเด็นแลกเปลี่ยนกันทั้งในหมู่มิตรคนทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตของปัญหาฝุ่นพิษ วิกฤตพลังงาน และปัญหาใหญ่ทางสังคมการเมืองอื่นๆ ที่เรากำลังเผชิญอยู่

อย่างไรก็ดี นายสมบัติ หรือ บก.ลายจุดก็ได้ยืนยันกับ Next News ว่า ไม่ได้รับทุนจากเกษตรรายใหญ่หรือที่รู้จักกันดีว่าคือ CP เพื่อนำมาทำงานอาสาสมัครดับไฟป่าภาคเหนือ มีเพียงครั้งเดียวที่ CPF สนับสนุนค่าอาหารช่วงการล้างโคลนในสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับเงินที่ต้องใช้หน้างานของมูลนิธิฯ ซึ่งปัจจุบันมูลนิธิฯ ใช้งบฯ จากการบริจาคของรายย่อยเท่านั้น

"มูลนิธิฯ ทำงานดับไฟป่าโดยไม่มีสปอนเซอร์มานานแล้ว คนที่ออกมาโพสต์ก็รู้จักกันทั้งนั้น ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริง ผมทำงานสังคมจะไม่มีสี น้ำท่วมหาดใหญ่ผมก็ไปช่วยรัฐบาล ยืนยันว่าไม่มีทุนสนับสนุน" บก.ลายจุด กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ฝุ่นPM2.5
ฝุ่นPM2.5เชียงใหม่
ไฟป่า
มูลนิธิกระจกเงา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่น้ำทั่วโลก 80% ขาดออกซิเจน-ไมโครพลาสติกทำลายระบบกักเก็บคาร์บอน
แม่น้ำทั่วโลก 80% ขาดออกซิเจน-ไมโครพลาสติกทำลายระบบกักเก็บคาร์บอน