News Logo
หน้าแรก
'อธิบดีราเชน' ลุยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงรับมือภัยแล้ง-ซูเปอร์เอลนีโญ

'อธิบดีราเชน' ลุยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงรับมือภัยแล้ง-ซูเปอร์เอลนีโญ

1 พ.ค. 2569 18:56
ผู้ชม 12 คน

หลังจากยื่นหนังสือลาออกจากราชการ อธิบดีฝนหลวงฯ ลุยงานช่วงเวลาที่เหลือสั่งตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงขึ้น 6 หน่วย 6 จังหวัด รับมือภัยแล้งและซูเปอร์เอลนีโญ ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2569 ย้ำผลงานตั้งแต่ 1 มี.ค. เป็นต้นมา ได้ปฏิบัติการฝนหลวง 53 วัน 446 เที่ยวบิน ฝนตกจากการปฏิบัติการร้อยละ 98.11 ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร 33 จังหวัด มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 80.08 ล้านไร่ และยังเติมน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำทุกขนาด

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผ่านเพจกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ว่า จากรายงานการเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญาในเดือนมีนาคม 2569 ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า สภาพอากาศปีนี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และอาจต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2569

ทั้งนี้ ส่งผลกระทบให้สภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ รวมถึงอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้างในปีนี้ ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อปฏิบัติการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้และพื้นที่ไร่นาโดยทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ตามมาตรการเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เตรียมรับมือปรากฏการณ์ดังกล่าว เน้นชู 4 ยุทธศาสตร์ 'กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง' เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้เริ่มปฏิบัติการฝนหลวงมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการน้ำ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งผลปฏิบัติการวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 ได้ปฏิบัติการฝนหลวงไปจำนวน 53 วัน 446 เที่ยวบิน มีฝนตกจากการปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 98.11 ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรไปจำนวน 33 จังหวัด เช่น จ.เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นครสวรรค์ กาญจนบุรี นครราชสีมา จันทบุรี สระแก้ว เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ตรัง ราชบุรี ระนอง สงขลา เป็นต้น

นอกจากนั้น มีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง 80.08 ล้านไร่ เติมน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 12 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง-ขนาดเล็ก 51 แห่ง มีปริมาณน้ำสะสมจากการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ลุ่มรับน้ำ 55.13 ล้านลูกบาศก์เมตร และจากสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดภัยแล้งและปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญขึ้น จึงได้สั่งปรับแผนการทำงานเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และการขอรับบริการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 6 หน่วย ได้แก่

• หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก ใช้เครื่องบินขนาดกลางของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินกองทัพอากาศ BT-67 จำนวน 1 ลำ

• หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.บุรีรัมย์ ใช้เครื่องบินขนาดกลาง จำนวน 2 ลำ

• หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุราษฎร์ธานี ใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ จำนวน 1 ลำ และเครื่องบินกองทัพอากาศ BT-67 จำนวน 1 ลำ

• หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.นครสวรรค์ ใช้เครื่องบินขนาดกลาง จำนวน 2 ลำ

• หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.จันทบุรี ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก จำนวน 3 ลำ

• หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก จำนวน 3 ลำ

อย่างไรก็ตาม สำหรับภารกิจการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 เพื่อบรรเทาปัญหาให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล พื้นที่ภาคเหนือ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้ง การสเปรย์น้ำเย็น การก่อเมฆและเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายลง ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้นตามลำดับ กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ดี และดีมาก

ผลปฏิบัติการที่ผ่านมา พบว่า พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 ปฏิบัติการ ไป 115 วัน 677 เที่ยวบิน สามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ให้มีค่าต่ำกว่า 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ตามเกณฑ์มาตรฐาน) ได้จำนวน 105 วัน คิดเป็นค่าความสำเร็จ ร้อยละ 91

พื้นที่ภาคเหนือ ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2569 ปฏิบัติการไป 83 วัน 576 เที่ยวบิน สามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ให้มีค่าต่ำกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม. ได้จำนวน 48 วัน คิดเป็นค่าความสำเร็จ ร้อยละ 58

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ปฏิบัติการไป 42 วัน 124 เที่ยวบิน สามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ให้มีค่าต่ำกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม. ได้จำนวน 34 วัน คิดเป็นค่าความสำเร็จ ร้อยละ 81

ทั้งนี้ ยังคงตั้งหน่วยยับยั้งพายุลูกเห็บ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อน จำนวน 3 หน่วยฯ ได้แก่ หน่วยยับยั้งพายุลูกเห็บ จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก และ จ.ขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายราเชนได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ หลังจากถูกนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โยกย้ายพ้นตำแหน่งไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ก็ได้เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผานมา ผ่านเพจกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

อ่านประกอบ: 'อธิบดีกรมฝนหลวง' ทิ้งบอมบ์ก่อนลาออก ปมหลานสุริยะขอเข้าพบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีราเชน
อธิบดีฝนหลวง
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
สุริยะ
หลานอา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้จักหลานอาสุริยะ 'วุฒิภูมิ จุฬางกูร' บริหารนกแอร์-ถือหุ้น 94 บริษัท
รู้จักหลานอาสุริยะ 'วุฒิภูมิ จุฬางกูร' บริหารนกแอร์-ถือหุ้น 94 บริษัท