วิจัยยุโรปช็อกวงการ หูฟังแบรนด์ดัง 81 รุ่น พบสารเคมีอันตรายทุกรุ่น เสี่ยงสุขภาพระยะยาว
การศึกษาของโครงการ ToxFree LIFE for All ซึ่งได้รับทุนจากสหภาพยุโรป เผยผลการทดสอบหูฟัง 81 รุ่นจากแบรนด์ชั้นนำ พบสารเคมีรบกวนฮอร์โมนและสารพิษอื่นๆ ในทุกรุ่น โดยสารเหล่านี้อาจซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานนานหรือออกกำลังกาย
นักวิจัยจากองค์กร ToxFree LIFE for All ได้สุ่มซื้อหูฟังทั้งแบบครอบหูและแบบเสียบหูจำนวน 81 รุ่น รวม 180 ตัวอย่าง จากร้านค้าปลีกและตลาดออนไลน์อย่าง Shein และ Temu ในประเทศเช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สโลวีเนีย และออสเตรีย ก่อนนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอิสระ เพื่อตรวจหาสารเคมีอันตรายในชิ้นส่วนพลาสติกแข็งและอ่อน
ผลการทดสอบที่เผยแพร่ล่าสุดชี้ว่าทุกรุ่นมีสารเคมีอันตราย โดยสารบิสฟีนอลเอ (BPA) พบใน 98% ของตัวอย่าง และบิสฟีนอลเอส (BPS) พบมากกว่า 75% นอกจากนี้ยังพบฟธาเลต คลอรีนพาราฟิน และสารหน่วงไฟ ซึ่งสารเหล่านี้เกิดจากการใช้เป็นสารเติมแต่งในกระบวนการผลิตพลาสติกเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นหรือป้องกันไฟ
สารเคมีเหล่านี้สามารถซึมจากหูฟังเข้าสู่ผิวหนัง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความร้อนและเหงื่อ เช่น การออกกำลังกายหรือใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งนักวิจัยระบุว่าอาจนำไปสู่การสะสมสารในร่างกายแบบค็อกเทลเอฟเฟกต์ เมื่อรวมกับการสัมผัสสารจากแหล่งอื่นในชีวิตประจำวัน
แม้ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงเฉียบพลัน แต่การสัมผัสระยะยาวอาจเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ เช่น มะเร็ง โรคสมองเสื่อม การลดลงของความสามารถในการเจริญพันธุ์ โรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวานชนิด 2 และการรบกวนฮอร์โมนเพศ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเด็กที่ใช้งานบ่อย
สารเคมีที่พบในหูฟัง เช่น BPA BPS ฟธาเลต ถูกจัดเป็น Endocrine disruptors ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก ในระดับเซลล์และสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีหลักฐานทางระบาดวิทยาที่พิสูจน์ความสัมพันธ์แบบเหตุ-ผลโดยตรงกับการเกิดมะเร็งในมนุษย์จากหูฟังโดยเฉพาะ
ตามรายงานของ The Guardian และผลการศึกษาของ Arnika ภายใต้โครงการ ToxFree LIFE for All การสุ่มทดสอบหูฟัง 81 รุ่นพบสารเคมีอันตรายในทุกรุ่น โดยมีผลิตภัณฑ์จากแบรนด์อย่าง Bose, Samsung, Sennheiser, Apple, Panasonic, Sony และ JBL รวมอยู่ในกลุ่มตัวอย่างที่นำมาตรวจสอบ โดยรายงานระบุว่าระดับบิสฟีนอลสูงสุดที่ตรวจพบอยู่ที่ 351 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าค่าที่เสนอในสหภาพยุโรปหลายเท่า ทั้งนี้ รายงานไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นของแต่ละแบรนด์มีระดับเกินมาตรฐาน หรือว่ามีความเสี่ยงเฉียบพลันต่อผู้ใช้
และล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ ร้านค้าปลีกในเนเธอร์แลนด์ เช่น Bol .com, Coolblue, MediaMarkt และ HEMA ได้เรียกคืนหูฟังบางรุ่นที่พบ BPA สูง ตามคำเตือนจากสมาคมผู้บริโภคเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงจากการใช้งานนานแม้ไม่ใช่ภัยฉุกเฉิน
นักวิจัยเรียกร้องให้สหภาพยุโรปขยายกฎระเบียบห้ามสารรบกวนฮอร์โมนในสินค้าผู้บริโภคทั้งหมด เหมือนที่ห้าม BPA ในบรรจุภัณฑ์อาหารตั้งแต่ปี 2568 พร้อมเพิ่มความโปร่งใสจากผู้ผลิตในการเปิดเผยส่วนผสม เพื่อป้องกันปัญหาในอุตสาหกรรมพลาสติกโดยรวม
ผลวิจัยจากโครงการ ToxFree LIFE for All ของยุโรปประเด็นดังกล่าวถูกเผยแพร่และรายงานสู่สาธารณะในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามตรวจสอบสารเคมีในผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค โดยก่อนหน้านี้พบสารพิษในจุกนมเด็กและกางเกงในสตรี สะท้อนปัญหาการใช้สารเติมแต่งที่อาจสะสมในร่างกายจากหลายแหล่ง ซึ่งทั่วโลกพบอัตราโรคที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น เช่น ภาวะมีบุตรยากและมะเร็ง
อ้างอิง:
The guardian: Hazardous substances found in all headphones tested by ToxFREE project
SGS: Surveillance Uncovers Toxic Chemicals in Consumer Audio Products
INC: Researchers Tested 81 Popular Headphones for Toxic Chemicals. All of Them Were Positive
Yahoo News: Bose, Samsung, and Sennheiser headphones found to contain toxic chemicals
Futurism: Every Single Headphone That Researchers Tested Contained Horrifying Chemicals




