News Logo
หน้าแรก
องค์กรสิทธิฯ ฝรั่งเศส ประณาม 'อนุทิน' ฟ้อง 'ยิ่งชีพ iLaw' ปิดปาก ปชช.

องค์กรสิทธิฯ ฝรั่งเศส ประณาม 'อนุทิน' ฟ้อง 'ยิ่งชีพ iLaw' ปิดปาก ปชช.

6 ส.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 1 คน

องค์กรสิทธิฯ ฝรั่งเศส FIDH ประณาม “อนุทิน” ฟ้อง “ยิ่งชีพ iLaw” หลังเปิดโปงฮั้ว สว. เป็นการใช้ “กฎหมายปิดปาก” SLAPP หวังสกัดผู้ตรวจสอบภาคประชาชน เร่งรัฐบาลไทยปฏิรูป-ยกเลิกโทษอาญา ม.326-328 ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือคุกคาม-ทำให้เงียบ ย้ำสิทธิพลเมืองต้องตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 องค์กรสิทธิมนุษยชนฝรั่งเศส FIDH ออกแถลงการณ์คัดค้านกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ฟ้องหมิ่นประมาทนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หลังเปิดโปงขบวนการฮั้วเลือก สว. โดยชี้ว่าเป็นการใช้กฎหมายปิดปากผู้ตรวจสอบตามหลักประชาธิปไตย โดยเนื้อหาแถลงการณ์ระบุได้ดังนี้

แถลงการณ์จากสหพันธ์สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (FIDH) และองค์การต่อต้านการทรมานโลก (OMCT) ในนามของคณะสังเกตการณ์เพื่อการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ว่าจะยื่นฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญากับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของ FIDH การฟ้องร้องนี้มีสาเหตุจากข้อกล่าวหาของนายยิ่งชีพที่เชื่อมโยงนายกรัฐมนตรีกับความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา 200 คน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-26 มิถุนายน 2567 FIDH และ OMCT จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีไทยยุติการฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาททางอาญากับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนรายนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิบัติงานโดยชอบด้วยกฎหมายในการตรวจสอบกิจการสาธารณะและส่งเสริมความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย

การดำเนินการทางกฎหมายครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาทางการเมืองที่ว่า สมาชิกพรรคภูมิใจไทย 9 คน ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน รัฐมนตรี 5 คน และบุคคลสำคัญระดับสูงอีก 3 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปั่นคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง สว. เดือนมิถุนายน 2567 ผลการสอบสวนของ iLaw ชี้ให้เห็นถึงหลักฐานและคำให้การของพยานที่บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใส รวมถึงการจัดเตรียมผู้สมัคร การแจกจ่ายคำแนะนำในการลงคะแนน และการเสนอผลประโยชน์ทางการเงินให้กับผู้สมัครโดยเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยในขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับความสมบูรณ์และความโปร่งใสของการเลือกตั้ง

ในวันเดียวกันนั้น พรรคภูมิใจไทยได้จัดแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ โดยนายสุภชัย ใจสมุทร ตัวแทนทางกฎหมายของพรรค ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและประกาศว่าบุคคลที่ถูกระบุชื่อในคำร้องจะดำเนินคดีหมิ่นประมาททางอาญากับนายยิ่งชีพ เพื่อปกป้องชื่อเสียงของพวกเขา ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นายสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ได้ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาททางอาญากับนายยิ่งชีพที่สถานีตำรวจภูธรอำนาจเจริญ และเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายสมพาน พละศักดิ์ และนายแดง กองมา สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาททางอาญาแยกกันที่สถานีตำรวจภูธรอำนาจเจริญ จากกรณีที่นายยิ่งชีพโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งกล่าวหาว่าทั้งสองขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง สว. ปี 2567

คณะสังเกตการณ์ฯ ชี้ว่าการยื่นฟ้องคดีในสถานที่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนายยิ่งชีพ เป็นการสร้างภาระเพิ่มเติมแก่นายยิ่งชีพที่ต้องเดินทางไปต่อสู้คดี ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะ (SLAPP) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ที่กำหนดให้การหมิ่นประมาทเป็นความผิดทางอาญา ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งโดยทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อดำเนินคดี SLAPP ซึ่งมีเป้าหมายในการข่มขู่ ทำให้เงียบ และคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

FIDH และ OMCT ย้ำถึงบทบาทสำคัญของ iLaw นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2552 ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงออก และระบบยุติธรรมที่เป็นธรรมในประเทศไทย iLaw ได้บันทึกผลกระทบของกฎหมายและคำสั่งที่กดขี่ที่ประกาศใช้หลังการรัฐประหารปี 2549 และ 2557 และรณรงค์เพื่อปฏิรูปกฎหมายเหล่านั้นผ่านการมีส่วนร่วมของสาธารณะและการรณรงค์ออนไลน์ iLaw ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสของการเลือกตั้ง โดยการบันทึกความไม่ชอบมาพากลในการลงคะแนนอย่างเป็นระบบ และระดมพลประชาชนเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง

การเลือกตั้ง สว. เดือนมิถุนายน 2567 ได้ก่อให้เกิดข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการซื้อเสียงอย่างเป็นระบบ ภายใต้ระบบการคัดเลือกใหม่ ผู้สมัครกว่า 40,000 คน ได้ลงคะแนนเสียงระหว่างกันเองผ่านหลายรอบในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เพื่อคัดเลือก สว. 200 คน ผลการเลือกตั้งนำไปสู่การตรวจสอบจากสาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จจากจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทยมีฐานเสียงสนับสนุนจำนวนมากอย่างไม่สมส่วน

ก่อนหน้านี้ การสอบสวนร่วมกันโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ข้อสรุปในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยพบหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับบุคคล 229 คน ซึ่งรวมถึง สว. 138 คน และบุคคลทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย 91 คน ในความผิดเกี่ยวกับการทุจริตในการเลือกตั้ง สว. เดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งละเมิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการของ กกต. ได้ลงมติให้กลับมติเดิม ข้อเสนอแนะที่ขัดแย้งกันดังกล่าวถูกส่งต่อไปยัง กกต. เพื่อการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569

คณะสังเกตการณ์ฯ ประณามการดำเนินคดีอาญากับนายยิ่งชีพ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการตอบโต้ต่อการใช้สิทธิโดยสงบในการแสดงออก ซึ่งได้รับการรับรองในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในมาตรา 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคี จึงเรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการเพื่อให้มีการถอนคำร้องทุกข์ทั้งหมด และกระตุ้นให้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยกเลิกการทำให้การหมิ่นประมาทเป็นความผิดทางอาญาภายใต้มาตรา 326 และ 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถูกใช้เพื่อข่มขู่ ทำให้เงียบ และคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

ที่มา https://www.fidh.org/en/region/asia/thailand/thailand-prime-minister-should-refrain-from-filing-criminal-lawsuit

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีฮั้ว สว.
iLaw



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปธน.อิหร่านถูกพาพบผู้นำสูงสุดในที่ลับ ตั้งข้อสงสัยเจอตัวจริงหรือหลอก
ปธน.อิหร่านถูกพาพบผู้นำสูงสุดในที่ลับ ตั้งข้อสงสัยเจอตัวจริงหรือหลอก